ทำไมต้องมี Concept

Wedding


          จากที่ผมบอกไปในเล่มที่แล้วว่าการคิดคอนเซปต์ของงานจะช่วยให้หลายๆ อย่างที่ต้องทำตามมาง่ายเข้า แต่การจะคิดคอนเซปต์ให้ได้กลับเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด และในการเตรียมงาน ส่วนที่สามารถนำคอนเซปต์มาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดมีอยู่แค่ 3 ส่วนเท่านั้นคือ การ์ดเชิญ การถ่ายภาพนิ่ง (portrait) และ presentation (music video) และทั้ง 3 ส่วนนี้มีเพียงส่วนเดียวที่จำเป็นต้องทำทุกงานคือ การ์ดเชิญ 

          ส่วนการถ่ายภาพนิ่งและการทำพรีเซนต์เทชั่นนั้น ผมย้ำเสมอว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ทุกงานแต่งงานต้องทำ เว้นแต่คุณอยากทำจริงๆ จึงทำขึ้นมา สำหรับตัวงานนั้นเป็นส่วนที่ทำให้เกิดภาพตามคอนเซปต์ยากที่สุด 

          เอาเป็นว่าแค่มีการ์ดเชิญที่คอนเซปต์ดีๆ อย่างเดียวก็คุ้มแล้ว เพราะว่าการ์ดเชิญคือสิ่งที่ทุกคนต้องได้รับและเป็นสิ่งที่ต้องดูต้องอ่าน เพราะฉะนั้นถ้าสามารถสื่อคอนเซปต์ผ่านตัวหนังสือและรูปลักษณ์ในการ์ดเชิญให้ได้จะดีมาก 

          การที่คนบ้านเรายังยึดติดอยู่กับการดูฤกษ์ดูยามสำหรับการแต่งงาน การ์ดเชิญคือการแข่งขันอย่างหนึ่ง คุณๆหลายๆคนโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆท่านคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ได้รับการ์ดเชิญไปงานแต่งงานในวันเวลาเดียวกันหลายงาน ส่วนเราจะเลือกไปงานไหนก็มีหลายเหตุผล ไม่ว่าจะความสนิทสนม ความสัมพันธ์ ระยะทาง ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่ารูปแบบ รูปลักษณ์หน้าตา การสื่อความหมายเพื่อเชื้อเชิญชักชวนให้เกิดความรู้สึกว่าอยากไปจากการ์ดที่ได้รับนั้นกลับเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่ง 

          ผมเคยบอกไปแล้วว่า งานเลี้ยงแบบค็อกเทล คุณแจกการ์ดเท่าไหร่ให้เอา 60 % คูณจำนวนนั้น นั่นคือตัวเลขของแขกที่น้อยที่สุดที่จะมาร่วมงานของคุณ ส่วนจำนวนที่มากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 70 % แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่ทำให้แขกน้อยลงเสมอ เริ่มจากวันอะไร วันธรรมดาหรือเสาร์-อาทิตย์ ติดเทศกาลวันหยุดยาวหรือไม่ สถานที่นั้นๆใกล้ไกลแค่ไหน ฯลฯ แต่เชื่อไหมครับ ผมไม่ได้คุยนะครับ งานที่ผมทำทุกครั้ง มีจำนวนของแขกที่มางานสูงกว่า 70 % ทุกงาน ส่วนหนึ่งมาจากการ์ดเชิญที่น่าสนใจ ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการคิดคอนเซปต์ที่ดี ที่ดึงดูด ที่เชิญชวนให้แขกอยากไปงานนั้นๆ 

          อย่าลืมว่าแต่ละปีคนส่วนใหญ่ได้รับการ์ดเชิญแต่งงานหน้าตาธรรมดาๆ ไม่มีคอนเซปต์ ไม่มีอะไรให้จับต้องหรือมีความรู้สึกร่วมไม่รู้ตั้งเท่าไหร่นะครับ ยิ่งหน้าตาการ์ดแบบเดียวกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมเองเมื่อไม่นานมานี้เปิดตู้จดหมายที่บ้านแล้วได้รับการ์ดเชิญสองงานที่บังเอิญหน้าตาแบบเดียวกัน ผมเลยไม่ไปทั้งสองงานนั้น ไม่รู้สิครับ มันรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ตอนได้การ์ดแล้ว 

          การ์ดเชิญเหมือนหนังตัวอย่างหรือใบปิดหนังตามโรงภาพยนต์ครับ หนังตัวอย่างที่ดีหรือใบปิดที่น่าสนใจก็ทำให้เราอยากดูหนังจริง เข้าเมื่อไหร่เป็นต้องเสียเงินไปดู 

          แต่ฝากไว้อีกอย่างนะครับว่าการ์ดเชิญมางานเลี้ยงแต่งงานไม่ใช่ใบปิดหนัง จะออกแบบหวือหวายังไง ก็น่าจะให้คงความรู้สึกเป็นการ์ดเชิญงานแต่งไว้บ้าง อย่าให้มันกลายเป็นอย่างอื่น ตรงนี้สำคัญนะครับ งานแต่งงานก็คืองานแต่งงาน ไม่ว่าจะทำให้มันดูแตกต่าง สวยงามขนาดไหน เอาวิธีใหม่ๆอ ะไรมาใช้กับการ์ดหรือวันงานก็ตาม แต่ความรู้สึกของแขกเหรื่อคือต้องการมาเห็นงานแต่งงานครับ ผมเห็นงานแปลกๆใหม่ๆมาเยอะ แต่บางงานไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ว่า บางงานบ่าวสาวกลายเป็นส่วนประกอบของงานไปเฉยๆ ฝากไว้ให้คิดนะครับ


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เอกวัฒน์ อมรพงศ์พิสุทธิ์
คอลัมน์ Ask the Expert ฉบับเดือนพฤษภาคม 51

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทำไมต้องมี Concept โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2551 เวลา 16:30:34 7,961 อ่าน
TOP
x close