
วันที่ 27 พฤษภาคม นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง กล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองในเวลานี้เกิดจากดวงเมืองและดวงของคนที่เป็นผู้นำคือนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในเคราะห์ ระหว่างเดือน เมษายน-6 มิถุนายน 2551 จะเป็นช่วงที่หนักที่สุด มีปัญหาทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมทั้งภาระหน้าที่การงานที่ทำอยู่ ถ้ามีความอดทนและฟันฝ่าอุปสรรคให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก็จะค่อยๆ เบาขึ้น แต่ยังคงมีปัญหาประเดประดังเข้ามาจนหลังวันที่ 23 กันยายน 2551 จึงจะพ้นเคราะห์และปลอดโปร่ง
ขณะที่ดวงของคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คนนั้น ช่วงต้นปีดี 20 คน เข้าเคราะห์ 15 คน แต่เมื่อผ่านเดือนมิถุนายน 2551 ไปแล้ว ดวงดีจะเหลือเพียง 16 คน เข้าเคราะห์หนัก 19 คน และในปี 2552 ดวงดีจะเหลือเพียง 15 คน แต่จะเข้าเคราะห์หนักถึง 20 คน ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี โดยการเฟ้นคนดีๆ เข้ามาบริหารประเทศ ผลสุดท้ายก็พังทั้งรัฐบาล
นายภาณุวัฒน์กล่าวอีกว่า เคยท้วงติงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปแล้วว่าไม่ควรเลือกตั้งในปี 2550 แต่ควรเลือกตั้งในปี 2551 จะดีกว่า มิฉะนั้นปืนไฟคืออาวุธจะมีอิทธิพลต่อการปกครองประเทศ จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารได้ตลอดเวลา และควรระวังการกระทบกระทั่งจนเสียเลือดเนื้อระหว่างวันที่ 6 เมษายน-4 มิถุนายน 2551 ถ้าคุมเกมไม่อยู่ทุกเรื่องจะบานปลาย ก็ต้องขอให้ทุกฝ่ายลดทิฐิ มองเห็นผลเสียที่จะตามมาบ้าง อีกช่วงที่ต้องระวังคือระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2551 จะมีการกระทบกระทั่งจากการจุดปะทุของอดีตผู้นำรัฐบาลที่กำลังถูกเช็กบิล
สุดท้ายจะมีการกระทบกระทั่งกันอย่างหนักมากคือช่วง 8 กันยายน-9 พฤศจิกายน 2551 ผู้มีอาวุธปืนไฟอยู่ในมือจะต้องออกมาคุมเกมดูแลบ้านเมืองที่กำลังสับสนวุ่นวาย ส่วนดวงชะตาของนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปีนี้ดวงไม่ค่อยดีไม่เกื้อหนุน และปี 2552 เป็นปีชงหนัก เพราะดวงชะตาไม่ถูกกับคนปีฉลูคือดวงชงเป็นปรปักษ์กับอดีตผู้นำ และจะเข้าเคราะห์ไปจนถึงปลายปี 2553 ขณะที่ดวงของอดีตนายกฯ ที่เกิดปีฉลูจะพ้นเคราะห์ในเดือน พฤศจิกายน 2551 ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นปลายปีไปแล้วจะดีกว่า ทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายลง





