เปิดหน้ากากบริษัทบุหรี่ ผุดเล่ห์เหลี่ยม ดึงวัยโจ๋ต่อยอดธุรกิจ

 

 

          องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ไว้ว่า “Tobacco-Free Youth เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านบุหรี่” จากข้อมูลสำรวจทั่วโลกพบว่า เยาวชนที่ติดบุหรี่ ส่วนใหญ่จะเริ่มสูบบุหรี่ก่อนอายุ 18 ปี หนึ่งในสี่ของเด็กเหล่านี้เริ่มทดลองสูบก่อนอายุ 10 ขวบ ยิ่งอายุที่ทดลองสูบบุหรี่ ยิ่งน้อย โอกาสที่จะติดบุหรี่จะยิ่งมากและจะยิ่งเลิกสูบยาก มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า โฆษณาบุหรี่ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีผลทำให้เด็กอยากทดลองสูบบุหรี่มากขึ้น 


          ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย พ.ศ. 2550 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่เป็นประจำในปี พ.ศ. 2550 เท่ากับ 9.48 ล้านคน ลดลงจากปี พ.ศ. 2549 ประมาณ 5 หมื่นคน 


          แต่ที่สำคัญ คือ สถิติการสูบบุหรี่ของเยาวชนไทยกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเยาวชนอายุ 11-14 ปี มีจำนวน 7,335 คน ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 0.18 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2549 เท่ากับ ร้อยละ 38.46 


          สำหรับกลุ่มอายุ 15-18 ปี มีจำนวน 228,219 คน ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 5.03 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2549 เท่ากับร้อยละ 12.72 ส่วนเยาวชนอายุระหว่าง 19-24 ปี มีจำนวน 1,042,502 คน ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 17.37 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2549 เท่ากับร้อยละ 10.52 


          นอกจากนั้นยังพบว่าเยาวชนส่วนใหญ่ร้อยละ 68.25 ซื้อบุหรี่เป็นมวน และร้อยละ 93.60 ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถซื้อบุหรี่โดยผู้ขายไม่ได้ขอดูบัตรประชาชน 


          เยาวชนส่วนใหญ่ร้อยละ 91 ซื้อบุหรี่จากร้านค้าใกล้บ้าน และใช้จ่ายวันละ 12.58 บาทต่อวันในการซื้อบุหรี่ 


          ดังนั้นเยาวชนทั้งประเทศเผาผลาญเงินไปกับค่า บุหรี่ต่อวันถึง 20.3 ล้านบาท และพบว่าเยาวชนเหล่านี้ ร้อยละ 2.19 ที่สูบบุหรี่ที่ไม่มีภาพคำเตือน เป็นผลให้รัฐต้อง สูญเสียรายได้จากภาษีบุหรี่ไปถึงวันละ 6.9 ล้านบาท หรือปีละไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท 


          ด้าน รศ.ดร.บุปผา ศิริรัศมี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงผลการวิจัยเรื่องปัจจัยทางด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นไทย รอบที่ 2 ปี 2549 อายุระหว่าง 13-17 ปี พบว่า วัยรุ่นไทยทั้งชายและหญิง มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น 


          เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในรอบที่ 1 (2548) โดยวัยรุ่นชายมีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 20.3 เป็นร้อยละ 27.8 และวัยรุ่นหญิง มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 1.5 เป็นร้อยละ 2.3 


          สาเหตุมาจาก อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมทางสังคม เช่น มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ มีสมาชิกในครอบครัวสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และได้เห็นการโฆษณาบุหรี่ 


          “เพื่อนสนิทมีอิทธิพล ต่อการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นอย่างมาก การปฏิเสธเมื่อเพื่อนสนิท ยื่นบุหรี่ให้ ทำได้น้อยมาก ดังนั้น การรณรงค์ไม่ให้วัยรุ่น ยื่นบุหรี่ให้แก่กันและการสร้างพลังอำนาจให้วัยรุ่นมีทักษะ ในการปฏิเสธจึงเป็นมาตรการ ที่สำคัญอย่างยิ่ง” นักวิจัย เสนอแนะ 


          ศ.นพ.ประกิต วาทีสา ธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการสูบบุหรี่ ยังมีกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ ของบริษัทบุหรี่ อันได้แก่ การโฆษณาแฝงโดยทำให้โลโก้ยี่ห้อบุหรี่ปรากฏในของใช้ต่าง ๆ ของเด็กนักเรียนนักศึกษา ไม่ ว่า จะเป็น ปากกา พวงกุญแจ หน้ากากมือถือ 


          นอกจากนี้ในบางประเทศยังมีกฎหมายเปิดช่องให้มีการผลิตบุหรี่รสขนม เช่น รสแอปเปิ้ล สตรอเบอรี่เพื่อให้เด็กเสพได้ง่าย 


          วิธีหนึ่งที่บริษัทบุหรี่ ออกมายอมรับได้ว่าประสิทธิ ภาพสูงคือการว่าจ้างจ่ายเงินให้ บริษัททำภาพยนตร์ จัดทำฉากนักแสดงสูบบุหรี่อยู่ในนั้น 


          เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บอกอีกว่าวิธีการที่แยบยลของบริษัทบุหรี่ ที่บริจาคเงินสนับสนุนกับโรงเรียน สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้นร.นศ.นำไปทำกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ มีข้อพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผลเพราะเมื่อเงินหมดโครงการก็จบ และบริษัทไม่สนใจด้วยว่าจะทำโครงการอย่างไร ซึ่งบริษัทบุหรี่พยายามใช้วลีที่บอกว่า “เด็ก ๆ ไม่ควรรับรู้เรื่องบุหรี่ บุหรี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่” แต่ไม่เคยบอกกับเด็กว่าบุหรี่ไม่ดี วลีดังกล่าวกลับเป็นการกระตุ้นให้เด็กสูบบุหรี่มากขึ้น 


          “ปัจจุบัน บริษัทบุหรี่ใช้วิธีนี้เพื่อสร้างภาพให้กับสินค้า เป็นการลดกระแสการควบคุม ภาษาทางการตลาดเรียกว่า buy silence ขณะนี้นโยบาย CHR หรือการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทบุหรี่มาแรง จะทำกิจกรรมในลักษณะสร้างภาพ สร้างความคุ้นเคย ยกตัวอย่างเช่นอำเภอหรือหน่วยงานไหนเคยได้รับเงินบริจาคจากบริษัทบุหรี่ ในองค์กรนั้น ๆ จะไม่กวดขันการห้ามสูบบุหรี่” 


          นอกจากนี้บริษัทบุหรี่พยายามใช้วิธีการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เริ่มใช้พริตตี้มาขายบุหรี่ในผับบาร์ เริ่มทดลองแจกบุหรี่ฟรีในสถานศึกษา 


          ขณะที่ในต่างประเทศยกตัวอย่างเช่น ออสเตรเลียไม่มีกฎหมายบังคับ บริษัทผลิตบุหรี่ ผลิตบุหรี่ซองเล็ก 5-10 มวนออกมาจำหน่ายโดยอ้างว่าจำหน่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผู้มีรายได้น้อยในที่นี้รวมถึงเด็กด้วย 


          ประเทศต่าง ๆ ห้ามการโฆษณาและส่งเสริมการขายอย่างเข้มงวดมากขึ้น บริษัทบุหรี่ก็หันมาใช้การโฆษณา และส่งเสริมการขาย ณ จุดขายปลีกแทน โดยให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ขายปลีกทั้งเป็นเงินและสิ่งตอบแทนอื่น 


          องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มอบหมายให้นักวิชาการวิจัยพฤติกรรมการตลาดที่มุ่งเป้าไปที่เยาวชนของบริษัทบุหรี่ ออกมาเป็นเอกสารเผยแพร่ให้แก่ทั่วโลก เพื่อประกอบการรณรงค์วันไม่สูบบุหรี่โลกขึ้น 


          “ถ้าหากบริษัทบุหรี่ ต้องหยุดทำการตลาดที่พุ่งเป้า ไปที่เด็ก ๆ บริษัทบุหรี่ก็จะล้มละลายภายใน 25 ถึง 30 ปี เพราะจะไม่มีลูกค้าเพียงพอที่ธุรกิจจะอยู่ได้” เบนเนทท์ ลี โบล ประธานบริษัทเวคเตอร์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป เจ้าของบุหรี่หลายยี่ห้อ ระบุ 


          “เราได้รับการมอบหมายจากลูกค้าให้ออกแบบซองบุหรี่ที่ดึงดูดเด็ก ๆ รูปแบบซองที่ออกต้องดึงดูดตาของวัยรุ่นแต่ต้องไม่ให้ตาของฝ่ายผู้บังคับใช้กฎหมายรู้” ฟิลลิป กาเบอร์แมน หัวหน้าครีเอทีฟของ โรเบิร์ต ไบรอัน แอสโซซิเอท เล่าให้ฟัง 


          ศ.นพ.ประกิต กล่าว ต่อว่า องค์การอนามัยโลก สรุปว่าจริง ๆ แล้ว เด็ก ๆ เข้าไปติดบุหรี่เพราะ “สิ่งแวดล้อม” เป็นต้นเหตุ สิ่งแวดล้อมที่ว่า นี้คือ สิ่งแวดล้อมด้านสังคม รอบ ๆ ตัวเด็ก ได้แก่ การสูบ บุหรี่ของพ่อแม่หรือคนในบ้าน ในโรงเรียน และผู้คนทั่วไปในที่สาธารณะ  


          สิ่งแวดล้อมเช่นนี้ทำให้เด็ก ๆ เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็น ที่ยอมรับ เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน นำไปสู่การทดลองสูบจนเกิดการเสพติดบุหรี่ขึ้น 


          สารพัดกลยุทธ์ทาง การตลาด บริษัทบุหรี่ใช้เงิน นับพันล้านดอลลาร์ต่อปี ในการโฆษณาบุหรี่และทำการตลาดทุกรูปแบบทั่วโลก ทำให้เยาวชนอยากลองสูบบุหรี่มากขึ้น 


          เมื่อเยาวชนลองบุหรี่จนกลายมาเป็นผู้สูบบุหรี่ประจำ จะทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างสูงต่อปัญหาสุขภาพโลก


ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่่ 29 พฤษภาคม 2551

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดหน้ากากบริษัทบุหรี่ ผุดเล่ห์เหลี่ยม ดึงวัยโจ๋ต่อยอดธุรกิจ อัปเดตล่าสุด 29 พฤษภาคม 2551 เวลา 20:18:27 7,024 อ่าน
TOP
x close