
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จ.ชลบุรี เผยอาการของ 'อิงค์-อชิตะ' ดีขึ้นมากแล้ว หลังเจ้าตัวไปดำน้ำและขึ้นลงน้ำอย่างเร็ว ทำให้เกิดอาการน็อคน้ำหรือ น้ำหนีบ ระบุหากรักษาไม่ทัน อาจเป็นอัมพาตหรือถึงขั้นเสียชีวิต
พล.ร.ต.นิกร เพชรวีระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ ข่าวเช้าโมเดิร์นไนน์ ถึงอาการน็อคน้ำของ อิงค์-อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา ดารานักร้อง ว่า อิงค์-อชิตะอาการดีขึ้นมากแล้ว ภายหลังได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอาการดังกล่าวมักเกิดกับนักดำน้ำทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่ขึ้นลงน้ำด้วยความรวดเร็ว ทำให้มีอาการแขนขาชาจนถึงหมดสติ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว และแจ้งประวัติกับแพทย์ว่าเกิดจากการดำน้ำ ไม่ใช่การจมน้ำ ไม่เช่นนั้นจะทำให้การรักษาผิดได้
พล.ร.ต.นิกร กล่าวต่อว่า การรักษาอาการจากการดำน้ำ ต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า 'ไฮเปอร์ บาร์ริก แชมเบอร์' (Hyper Barric Chamber) ซึ่งเครื่องมือนี้มีในโรงพยาบาลไม่กี่แห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำ เช่น ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี หากสถานที่เกิดเหตุไม่มีเครื่องมือนี้ การรักษาเบื้องต้นจะต้องให้ออกซิเจนอย่างเพียงพอ และภายใน 6 ชั่วโมง ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือดังกล่าว ซึ่งหากรักษาไม่ทัน อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ และบางรายต้องหยุดพักการดำน้ำเป็นเวลา 3 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน
รายงานข่าวระบุว่าอาการน็อคน้ำ จะรู้จักกันดีในชื่อ "โรคน้ำหนีบ" (Caisson Disease) โดยมีฟองอากาศในเลือด เกิดจากการดำน้ำลึกๆ ซึ่งมีแรงดันอากาศภายนอกสูงมาก เมื่อขึ้นมาจากใต้น้ำเร็ว จะทำให้แรงดันอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว ก๊าซต่าง ๆ ที่ละลายในเลือดกลายเป็นฟองอากาศ และไปอุดตันตามหลอดเลือด ทำให้ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เกิดการหมดสติอย่างกะทันหัน หรืออัมพาตบางส่วน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อิงค์ อชิตะ หวิดดับกลางทะเล หลังสอนดำน้ำน็อก
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





