สายเชีย เจ้าของโฆษณา จน เครียด กินเหล้า ลงบันทึกประจำวัน ประกาศไม่ได้เป็นเจ้าของหาดทรายขาว ทำคนเข้าใจผิดเป็น 10 ปี จนเป็นหนี้สินรุงรัง
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายงานว่า สายเชีย วงศ์วิโรจน์ เจ้าของโฆษณาจน เครียด กินเหล้า เดินทางพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อลงบันทึกประจำวัน ชี้แจงกรณีการถอนตัวจากแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของสยามชัยหาดทรายขาว ทะเลนครปฐม
เรื่องนี้ สายเชียระบุว่า 10 ปีที่แล้วมีนักธุรกิจคนหนึ่งชักชวนให้ทำอสังหาแบ่งขายที่ดินใน จ.นครปฐม ให้เงินเดือน 15,000 บาท พร้อมออกรถยนต์ 1 คัน เป็นชื่อเขา แต่ตนผ่อนค่างวด
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเป็นไปได้ไม่ค่อยดี แต่ก็มีไอเดียการสร้างชายหาดขึ้นมาโดยใช้ตนเป็นคนจัดงานวันเกิด ออกตัวเป็นเจ้าของหาด ตนก็ช่วยโปรโมตเต็มที่ ไปออกรายการต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ (ทุกคนคิดว่าเป็นคนรวยและเป็นเจ้าของ) ดังนั้น ตนจึงขอเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 35,000 บาท ทางนั้นก็ยินยอม แต่ไม่มีเงินปันผลให้
ทว่าเวลาที่ตนไปออกงานต่าง ๆ ตนกลับต้องใส่ซองในนามหาดทรายขาว จนไม่มีเงินเหลือ รถถูกยึด เป็นหนี้เป็นสิน และในที่สุดก็ขอมาลงบันทึกประจำวันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหาดทรายขาอีกแล้ว
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า สายเชียมีชื่อในโฉนดบางแปลงของหาดทรายขาวร่วมกับคนอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถลงบันทึกประจำวันได้ แนะนำให้ไปปรึกษาข้อกฎหมายกับทนายก่อน
ทั้งนี้ สายเชีย ได้ขอโทษประชาชนที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคนรวยด้วย
![สายเชีย สายเชีย]()
ภาพจาก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
ภาพจาก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายงานว่า สายเชีย วงศ์วิโรจน์ เจ้าของโฆษณาจน เครียด กินเหล้า เดินทางพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อลงบันทึกประจำวัน ชี้แจงกรณีการถอนตัวจากแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของสยามชัยหาดทรายขาว ทะเลนครปฐม
เรื่องนี้ สายเชียระบุว่า 10 ปีที่แล้วมีนักธุรกิจคนหนึ่งชักชวนให้ทำอสังหาแบ่งขายที่ดินใน จ.นครปฐม ให้เงินเดือน 15,000 บาท พร้อมออกรถยนต์ 1 คัน เป็นชื่อเขา แต่ตนผ่อนค่างวด
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเป็นไปได้ไม่ค่อยดี แต่ก็มีไอเดียการสร้างชายหาดขึ้นมาโดยใช้ตนเป็นคนจัดงานวันเกิด ออกตัวเป็นเจ้าของหาด ตนก็ช่วยโปรโมตเต็มที่ ไปออกรายการต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ (ทุกคนคิดว่าเป็นคนรวยและเป็นเจ้าของ) ดังนั้น ตนจึงขอเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 35,000 บาท ทางนั้นก็ยินยอม แต่ไม่มีเงินปันผลให้
ทว่าเวลาที่ตนไปออกงานต่าง ๆ ตนกลับต้องใส่ซองในนามหาดทรายขาว จนไม่มีเงินเหลือ รถถูกยึด เป็นหนี้เป็นสิน และในที่สุดก็ขอมาลงบันทึกประจำวันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหาดทรายขาอีกแล้ว
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า สายเชียมีชื่อในโฉนดบางแปลงของหาดทรายขาวร่วมกับคนอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถลงบันทึกประจำวันได้ แนะนำให้ไปปรึกษาข้อกฎหมายกับทนายก่อน
ทั้งนี้ สายเชีย ได้ขอโทษประชาชนที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคนรวยด้วย

ภาพจาก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand





