
หมอเด็ก...เกรงพ่อแม่บ้าจี้! ให้ลูกฉีดวัคซีนตามโฆษณา เด็กแรกเกิดถึง 15 ปีต้องทุกข์หนัก...ฉีดวัคซีนมากขึ้น ที่สำคัญต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เกินความจำเป็น นี่คือ...ผลพวงจากการสื่อสาร และการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ของผู้ผลิตและจำหน่ายวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนสำหรับเด็ก
พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ย้ำว่า หากผู้ปกครองให้เด็กได้รับวัคซีนตามที่มีการสื่อสารการตลาด จะทำให้เด็กได้รับการฉีดวัคซีนถึง 33 เข็ม
โดยทั่วไป เด็กจะได้รับวัคซีนฟรีจากรัฐ 16 เข็ม หากพ่อแม่ต้องการให้ลูกได้รับวัคซีนทางเลือกครบทั้งหมด เด็กจะต้องฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 17 เข็ม
ทั้งนี้ วัคซีนเด็ก...จะแบ่งออกเป็น 3 ชุดชุดแรก...วัคซีนจำเป็นที่เด็กไทยทุกคนต้องได้รับโดยสถานพยาบาลของรัฐ และไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน 10 โรค 16 เข็ม หยอด 5 ครั้ง อาทิ วัคซีนป้องกันวัณโรค ตับอักเสบบี ไอกรน คอตีบ บาดทะยัก คางทูม หัดเยอรมัน โปลิโอ
วัคซีนชุดที่สอง...วัคซีนเผื่อเลือกชุดที่ 1 จำนวน 3 โรค 7 เข็ม อาทิ วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส และตับอักเสบเอ..มูลค่าประมาณ 4,700 บาทต่อคน
วัคซีนชุดที่สาม...วัคซีนเผื่อเลือกชุดที่ 2 จำนวน 4 โรค 10 เข็ม อาทิ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ มะเร็งปากมดลูก...มูลค่าประมาณ 25,700 บาทต่อคน
หากฉีดวัคซีนทั้งหมด ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 32,200 บาท แต่ละปีเด็กไทยเกิดใหม่ 8 แสนคน ต้องใช้เงิน 25,700 ล้านบาท หักค่าวัคซีนฟรีของรัฐแล้วผู้ปกครองต้องจ่ายค่าวัคซีนเอง 24,800 ล้านบาท
คุณหมอศิราภรณ์ บอกว่า วัคซีนเผื่อเลือกสำหรับเด็กที่มีการสื่อสารการตลาดมากที่สุดในตอนนี้ คือ วัคซีนไอพีดี (IPD) ใช้ในการป้องกันโรคไอพีดี ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส โรคไอพีดีทำให้เกิดความพิการ รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ อันเนื่องมาจากโรคปอดบวมที่มีภาวะแทรกซ้อน โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อย่างไรก็ตาม วัคซีนไอพีดีสามารถครอบคลุมการป้องกันได้ประมาณ 2-3 ปี และเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพในการปกป้องโรคที่อันตราย แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ของเชื้อที่ก่อโรค
ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนไอพีดี ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี และเด็กที่มีความเสี่ยงสูงอาทิ เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีและมากกว่า 2 ปี ที่มีโรคเรื้อรัง เด็กที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานไม่ดี ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ติดเชื้อเอชไอวี และเด็กที่ได้รับการผ่าตัดใส่วัสดุเทียมของหูชั้นใน หรือมีการเปลี่ยนอวัยวะ
แถลงการณ์องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำเดือนพฤษภาคม 2551 พุ่งเป้าไปที่ความสำคัญของการป้องกัน ควบคุม ตลอดจนลดอุบัติการณ์โรคปอดบวมในเด็กเล็กซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งที่สำคัญของเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนทุกปี สาเหตุสำคัญเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส
โดยทวีปแอฟริกา และทวีปเอเชีย เป็นสองภูมิภาคที่มีอัตราการตายจากโรคปอดบวมสูงที่สุด
เด็กเล็กที่จัดว่ามีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ในเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ เด็กที่มีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) รวมถึงเด็กที่อยู่ในปัจจัยแวดล้อมเสี่ยง เช่น การอาศัยในบ้านที่แออัด การต้องเผชิญกับมลภาวะภายในบ้าน ที่ส่งผลให้เด็กมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
ตัวชี้วัดในการป้องกันโรคปอดบวมที่เน้นเป็นพิเศษมีหลายปัจจัย เริ่มจากการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันพื้นฐาน ให้ทารกได้ดื่มนมแม่ในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด เสริมธาตุสังกะสีแก่ทารก ควบคุมมลภาวะภายในที่อยู่อาศัย การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก
สุดท้าย คือ การป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสที่ได้ รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ รวมถึงการดูแลจัดการผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
นมแม่...ถือเป็นวัคซีนหยดแรกของชีวิต ข้อมูลจาก ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ระบุว่า ทันทีที่ทารกแรกเกิดดูดน้ำนมจากอกแม่ เด็กจะได้รับวัคซีนหยดแรกเป็นต้นทุนสุขภาพที่ดีในอนาคต
โคลอสตรัม หรือ หัวน้ำนม เป็นน้ำนมที่มีการผลิตในระยะ 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ และมีต่อเนื่องไปอีก 1-2 สัปดาห์ คือสุดยอดอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดอุดมด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ รวมทั้งสารภูมิคุ้มกันโรคในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญ โคลอสตรัม มีในน้ำนมแม่เท่านั้น สารอาหารในนมผสม ไม่ว่ายี่ห้อไหนๆ ก็ไม่อาจทดแทนได้
พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย บอกว่า นมแม่คือความพอเพียงในทุกๆด้าน หนึ่ง...สิ่งแวดล้อม นมแม่อยู่ในเต้าของแม่ ผลิตได้เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายเรื่องขวดนม หม้อนึ่ง สอง...ไม่ต้องจ่ายเงินค่านมผง สาม...ประหยัดค่ารักษาพยาบาลลูก เพราะมีสารอาหารที่เป็นภูมิคุ้มกันโรค เป็นรากฐานสุขภาพที่เหนือกว่าตัวเงินมากมาย
ในช่วง 6 เดือนแรก ควรให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียว เพื่อลำไส้ของเด็กจะได้ เจริญเติบโตเต็มที่ หลังจากนั้นให้กินนมแม่พร้อมอาหารเสริมจนถึง 2 ปี
ปัญหามีว่า...ทุกวันนี้เปอร์เซ็นต์ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ กฎหมายกำหนดให้ผู้หญิงลาคลอดได้เพียง 90 วัน จึงเป็นเหตุผลให้แม่หลายคน เลือกที่จะให้นมผงมากกว่านมแม่
ปัญหาใหญ่ของวัคซีนไอพีดีและวัคซีนอื่นๆ คือ ราคาสูง ความเป็นไปได้ ที่รัฐจะนำเข้าระบบสวัสดิการรัฐ..ฉีดฟรี ก็ยังริบหรี่ คุณแม่ยุคใหม่คงสับสนน่าดู โดยเฉพาะเวลาพาลูกไปรับวัคซีนตามโรงพยาบาล
เกือบทุกรายมักได้รับคำแนะนำ "ให้รับวัคซีนเสริม" ซึ่งไม่ใช่วัคซีนฟรี ที่เป็นสวัสดิการรัฐ แน่นอนว่า..แม่ทุกคนรู้สึกห่วงลูก โรคภัยสมัยนี้ก็มีเยอะ อยากได้คำตอบ จำเป็นมากน้อยแค่ไหน?
นพ.สมฤทธิ์ จันทรประทิน ตอบปัญหานี้ไว้น่าสนใจว่า วัคซีนที่ฉีดในสถานพยาบาลของรัฐเป็นวัคซีนที่ให้เพื่อสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันพื้นฐานที่จำเป็นทั่วไปสำหรับเด็กไทย ปัจจุบันมีวัคซีนเกิดใหม่มากมายสามารถฉีด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับหลายโรคที่พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะโรคที่มีความรุนแรง ภาวะแทรกซ้อนสูง
วัคซีนบางชนิดในเข็มเดียว อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้หลายโรค บางชนิดก็เป็นชนิดที่ฉีดแล้วไม่มีไข้ เกิดจากการพัฒนาทางการแพทย์ ซึ่งหมายถึงราคาที่สูงขึ้นด้วย
ทุกวันนี้...โรคส่วนใหญ่ที่ฉีดวัคซีนป้องกัน พบได้ไม่บ่อย ยกเว้นในพื้นที่ที่เด็กได้รับวัคซีนไม่ครบ แต่เป็นโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับการยอมจ่ายเงินค่าวัคซีนในราคาสูงกว่า อาจเป็นความคุ้มค่าที่ไม่ให้ลูกเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้
ทรรศนะคุณหมอสมฤทธิ์ โรคที่อยู่นอกโปรแกรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของรัฐบาล เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Hib) ไข้สมองอักเสบ (Japanese encephalitis)... "การป้องกัน ดีกว่าการแก้"
"วัคซีนทุกชนิดมีประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ หากเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ได้ มาตรฐาน ส่วนความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนั้น อยู่ในดุลพินิจของคุณพ่อคุณแม่" คุณหมอ กล่าว
กุมารแพทย์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ดีที่สุด สำหรับการเลือกวัคซีนแต่ละชนิด การตัดสินใจเป็นของเรา โดยดูข้อมูลที่ครบถ้วน..โรคเกิดบ่อยไหม ภาวะแทรกซ้อนเป็นอย่างไร ช่วงนี้โรคอะไรระบาดบ้าง ราคาวัคซีน ภาวะแทรกซ้อนของวัคซีนแต่ละชนิด รวมไปถึงการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน
"พึงจำไว้ว่า การพาบุตรหลานไปพบแพทย์ตามกำหนดการฉีดวัคซีน ไม่ใช่แค่ฉีดวัคซีนเท่านั้น แต่เป็นการเปิดมุมมองบางด้านของการเลี้ยงลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ" คุณหมอสมฤทธิ์ฝากทิ้งท้าย.
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





