ทนายตั้ม ถูกศาลอุทธรณ์ตัดสิน จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาทครอบครัวสหายแสง พร้อมสั่งร่วมกันชดใช้ 3 แสนบาท
![ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด]()
คดีนี้มี นายธนบวร สิริคุณากรกุล อดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ บุตรสาวนายศุภชัย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวช่อฉัตร โตชูวงศ์ หรือ ช่อ นักธุรกิจ เป็นจำเลยที่ 1 และนายษิทรา เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งรายละ 10 ล้านบาท รวม 30 ล้านบาท
ศาลชี้ ไม่ระบุชื่อ แต่รู้ได้ว่าหมายถึงใคร
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 3
ส่วนกรณีของนายศุภชัย ศาลเห็นว่าการพาดพิงถึงตำแหน่งและความสัมพันธ์ เป็นเพียงการระบุให้ทราบถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ไม่ได้มีข้อความกล่าวหาว่านายศุภชัยร่วมกระทำการหลอกลวง ศาลจึงพิพากษายกฟ้องและยกคำขอค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้
![ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า แม้จำเลยทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และไม่มีเหตุบรรเทาโทษให้ลดโทษตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่โทษจำคุก 2 ปีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ยังหนักเกินไปเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี จึงกำหนดโทษใหม่เป็นจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่ลดโทษและไม่รอการลงโทษ
ในส่วนค่าสินไหมทดแทน ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 คน ร่วมกันชดใช้แก่นายธนบวร 100,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนนางสาวศุภพานี ศาลเห็นว่าจำนวน 500,000 บาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้สูงเกินสมควร จึงลดเหลือ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา รวมเงินต้นที่ต้องร่วมกันรับผิด 300,000 บาท
ขณะที่คำขอค่าสินไหมทดแทนของนายศุภชัย 500,000 บาท ศาลพิพากษายกคำขอ เนื่องจากไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
![ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายตั้ม เดินลงจากศาลมานั่งรอในรถ โดยไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด และมีการกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า วันนี้ตนไม่ได้ใส่หนวดมาก็ยังอุตส่าห์จำตนได้ ส่วนนางสาวช่อฉัตรถูกควบคุมตัวลงใต้ถุนศาล เพื่อรอทำเรื่องขอประกันตัวและยื่นฎีกาต่อไป

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ครอบครัวข่าว 3 รายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากการแถลงข่าวปมข้อพิพาทเงิน 25 ล้านบาท เมื่อปี 2565 ซึ่งพาดพิงอดีตข้าราชการการเมืองและครอบครัวอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร (สหายแสง) โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาแก้เป็นจำคุกจำเลยทั้ง 2 คน คนละ 1 ปี ไม่รอการลงโทษ พร้อมให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 300,000 บาท
คดีนี้มี นายธนบวร สิริคุณากรกุล อดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ บุตรสาวนายศุภชัย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวช่อฉัตร โตชูวงศ์ หรือ ช่อ นักธุรกิจ เป็นจำเลยที่ 1 และนายษิทรา เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งรายละ 10 ล้านบาท รวม 30 ล้านบาท
ศาลชี้ ไม่ระบุชื่อ แต่รู้ได้ว่าหมายถึงใคร
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า แม้การแถลงข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่การอ้างตำแหน่งและความสัมพันธ์ทำให้บุคคลทั่วไปทราบได้ว่าหมายถึงผู้ใด และข้อความบางส่วนมีลักษณะเป็นการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวในทางเสื่อมเสีย ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนายธนบวรและนางสาวศุภพานี
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 3
ส่วนกรณีของนายศุภชัย ศาลเห็นว่าการพาดพิงถึงตำแหน่งและความสัมพันธ์ เป็นเพียงการระบุให้ทราบถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ไม่ได้มีข้อความกล่าวหาว่านายศุภชัยร่วมกระทำการหลอกลวง ศาลจึงพิพากษายกฟ้องและยกคำขอค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ลดโทษเหลือ 1 ปี แต่ไม่รอลงอาญา
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า แม้จำเลยทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และไม่มีเหตุบรรเทาโทษให้ลดโทษตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่โทษจำคุก 2 ปีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ยังหนักเกินไปเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี จึงกำหนดโทษใหม่เป็นจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่ลดโทษและไม่รอการลงโทษ
ในส่วนค่าสินไหมทดแทน ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 คน ร่วมกันชดใช้แก่นายธนบวร 100,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนนางสาวศุภพานี ศาลเห็นว่าจำนวน 500,000 บาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้สูงเกินสมควร จึงลดเหลือ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา รวมเงินต้นที่ต้องร่วมกันรับผิด 300,000 บาท
ขณะที่คำขอค่าสินไหมทดแทนของนายศุภชัย 500,000 บาท ศาลพิพากษายกคำขอ เนื่องจากไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ทนายตั้ม เผย "ไม่ได้ใส่หนวดมา ยังจำได้"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายตั้ม เดินลงจากศาลมานั่งรอในรถ โดยไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด และมีการกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า วันนี้ตนไม่ได้ใส่หนวดมาก็ยังอุตส่าห์จำตนได้ ส่วนนางสาวช่อฉัตรถูกควบคุมตัวลงใต้ถุนศาล เพื่อรอทำเรื่องขอประกันตัวและยื่นฎีกาต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3






