
จากการสำรวจความคิดเห็นจากพ่อแม่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลในเรื่อง "พ่อแม่กับการเรียนรู้ของลูกในยุคน้ำมันแพง" โดยรักลูก รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ โดยได้สุ่มตัวอย่างจากพ่อแม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 654 ครอบครัว พบว่า เรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ลูก ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ได้รับผลกระทบโดยตรง 57.7% ผู้ปกครองต้องลดความถี่ในการเรียนรู้นอกบ้าน เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ แหล่งเรียนรู้ สูงถึง 80.0% แม้แต่การซื้อสื่อการเรียนรู้ทุกประเภท เช่น CD, หนังสือต่างๆ ลดลง 38.1% และบางกลุ่มเปลี่ยนมาทำกิจกรรมภายในครอบครัวแทน 32.7%
ส่วนกิจกรรมทีสามารถทำได้ภายในครอบครัว เช่น การอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง 24.1% โดยมักจะทำเป็นประจำทุกวัน กิจกรรมรองลงมา คือ การไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตามสถานที่ต่างๆ 20.2% การพาลูกไปเรียนเสริมกิจกรรมที่เขาสนใจ 19.7% และเรียนรู้ร่วมกับลูกผ่านสื่อต่างๆ เช่น CD, หนังสือ 17.4% ที่ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่วนกิจกรรมที่ทำน้อยที่สุด โดยจะทำก็ต่อเมื่อมีเวลาว่าง หรือ โอกาสอำนวยเท่านั้น คือ การปรึกษาหารือกับครูที่โรงเรียน 12.9% และการไปเรียนติววิชาต่างๆ เพื่อเตรียมตัวสอบเรียนต่อ 5.7%
นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการของพ่อแม่ในการส่งเสริมให้ลูก มีเหตุ มีผล รู้จักคิดวิเคราะห์ มากกว่าการเรียนเก่งและฉลาด พ่อแม่ต้องการให้ลูกเป็นคนมีเหตุ มีผล รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดเป็น 25.8% รองลงมาคือ การมีศีลธรรม จริยธรรม 21.0% การมีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถเข้ากับผู้อื่นได้ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง 19.8% ส่วนเรื่องการเป็น "คนฉลาด เรียนเก่ง" สามารถสอบเข้าที่ต่างๆ ได้ เป็นเรื่องสุดท้ายที่พ่อ-แม่คาดหวัง คิดเป็น 13.6% โดยพ่อแม่มองว่าการส่งเสริมเรื่องฉลาด เรียนเก่งหน้าที่สำคัญของโรงเรียน การสร้างลูกให้เป็นคนฉลาด เรียนเก่ง สามารถสอบเรียนต่อที่ต่างๆได้ 41.5%
ส่วนเรื่องที่เป็นหน้าที่ของ "ครอบครัว" คือ การมีศีลธรรม จริยธรรม 55.1% การสอนลูกให้เป็นคนมีเหตุ มีผล รู้จักคิดวิเคราะห์ 50.9% สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี 49.5% และการมีความคิดสร้างสรรค์ 38.6% และในส่วนกิจกรรมของโรงเรียนที่พ่อแม่นิยมไป คือ งานประชุมผู้ปกครอง 80.9% รองลงมาคือ งานเนื่องในวันพิเศษต่างๆ เช่น วันพ่อ-วันแม่ 69.3% และงานแสดงผลงานนักเรียน 57% ตามลำดับ ส่วนกิจกรรมที่ไปร่วมน้อยที่สุด คือ การไปทัศนศึกษานอกสถานที่ 14.1% ซึ่งพ่อแม่ต้องการให้โรงเรียนจัดมากที่สุด 33%
เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เด็กได้เรียนรู้ มีมุมมองกว้างขึ้น รองลงมา คือ กิจกรรมส่งเสริมด้านศีลธรรม จริยธรรม 11.6% เช่น การนั่งสมาธิ การปฏิบัติธรรม หรือเชิญพระนักพูดมาเทศนาธรรมให้เด็กฟัง เพื่อส่งเสริมศีลธรรมให้กับเด็ก และพ่อแม่มีความต้องการให้มีการพัฒนาศักยภาพของครูและโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน" นโยบายของรัฐบาลที่อยากเห็น มากที่สุด คือ การพัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนให้มีศักยภาพเท่าเทียมกัน 60.6% รองลงมาคือ การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ เน้นให้มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักวางแผน 56.0% ส่วนเรื่องสุดท้ายที่คิดว่าสำคัญน้อยที่สุด คือ การให้ทุนเรียนฟรี สำหรับการศึกษาภาคบังคับ 28.7%
จากผลการสำรวจทำให้เห็นว่าพ่อแม่มีความต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกแต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้พ่อแม่ให้ความสำคัญกับโรงเรียนในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกมากขึ้น โดยพ่อแม่คำนึงถึงความพร้อมทางด้านคุณภาพครูและหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนจะต้องมีที่เน้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อลูกจะได้รับความรู้และพัฒนาการอย่างสมวัย
พบกับมหกรรมที่รวบรวมโรงเรียนและงานสัมมนาที่เป็นประโยชน์สำหรับพ่อแม่ในการส่งเสริมพัฒนาการของลูกในวัยก่อนเข้าเรียน และกิจกรรมเล่นและเรียนรู้เพื่อพัฒนาการที่สมวัย ได้ในงานรักลูก คิดส์ เลิร์นนิ่ง เอ็กซ์โป 2008 ครบเครื่องเรื่องโรงเรียนลูก ในระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.00 19.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สนใจสอบถามรายละเอียดติดต่อ 02 913 7555 ต่อ 3241
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต





