
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
การเสวนาวิชาการเรื่อง "อัตวินิบาตกรรมวัยรุ่น : เงามืดในกระแสพัฒนาเอเชีย" ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารประชาธิปก - รำไพพรรณี สถาบันเอเชียศึกษาและสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน มีประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อมีการหยิบยกปรากฏการณ์การฆ่าตัวตาย ที่กำลังเบี่ยงเบนจากฆ่าตัวเองเป็นฆ่าผู้อื่นมากขึ้น ถือเป็นปัญหาสังคมที่ต้องร่วมกันหาทางป้องกันและแก้ไข เพราะสามารถเกิดกับทุกคนและทุกที่
ทั้งนี้ ผศ.ดร.บุญยง ชื่นสุวิมล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยปกติคนที่มีความรู้สึกอยากฆ่าตัวตายและทำร้ายตนเอง จะเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอยากฆ่าผู้อื่นและทำร้ายผู้อื่น เมื่อปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยเริ่มมีการแก้ปัญหาในทางที่ผิดด้วยการฆ่าตัวตาย ในอนาคตอาจเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์ฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น จากภาวะกดดันและบีบคั้นรอบตัว เหมือนเช่นในประเทศญี่ปุ่น ที่ปรากฏการฆ่าตัวตายและฆ่าผู้อื่น เช่น เด็กอายุ 12 ปี แทงครูด้วยมีด หรือเด็กอายุ 14 ปี ฆ่ารุ่นน้องแล้วนำศีรษะไปแขวนข้างกำแพง เป็นต้น
ส่วนสาเหตุที่สังคมญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาวการณ์เช่นนี้ เนื่องมาจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1.ครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อแม่สอนลูกให้ผิดหวังไม่เป็น ไม่สอนให้เห็นความจริงของชีวิตที่มีทั้งสุขและทุกข์ เด็กจึงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายผู้อื่น และฆ่าตัวตายเมื่อผิดหวัง 2.โรงเรียนที่เน้นชื่นชมเด็กเก่ง เรียนดี ขยันเรียน จนเด็กที่เรียนไม่เก่งได้รับการเพิกเฉยจากครูและสังคม กลายเป็นเด็กซึมเศร้า และ 3.ความเชื่อ ซึ่งปัจจุบันเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่มีศาสนา จึงขาดที่พึ่งเครื่องยึดเหนี่ยวหรือสิ่งช่วยให้ยับยั้งชั่งใจตัวเอง
"การฆ่าตัวตายและทำร้ายผู้อื่นกลายเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของญี่ปุ่น มีเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายจำนวนมาก มีแม้กระทั่งรูปแบบและการสอนวิธีการฆ่าตัวตายให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งไทยก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดลักษณะนี้ เนื่องจากโครงสร้างสังคมปัจจุบันมีลักษณะไม่ต่างจากสังคมญี่ปุ่นดังที่กล่าว ขณะนี้สังคมไทยยังถือว่าดีกว่าสังคมญี่ปุ่นมาก เพราะยังมีเบาะที่ซึมซับสิ่งต่างๆ เช่น วัฒนธรรมการให้อภัยซึ่งกันและกัน ศาสนาและความเชื่อ และมีชนบทที่ยังสามารถรองรับความผิดหวังให้คนที่มาใช้ชีวิตในเมืองกลับไปพักพิงได้เมื่อมีปัญหา ทั้งนี้ ไทยควรมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดสภาพเช่นสังคมญี่ปุ่น รัฐบาลต้องกำหนดเป็นนโยบายในการใช้สื่อต่างๆ นำเสนอศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของวัฒนธรรมไทยและชีวิตที่สวยงาม" ผศ.ดร.บุญยงกล่าว
ขณะที่ ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์ อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า การฆ่าตัวตายป้องกันได้ ซึ่งวิธีดีที่สุดคือการอ่านรหัสหรือสัญญาณเตือนของการฆ่าตัวตายให้ออก ได้แก่...
1.ในรอบ 6 เดือนเด็กพูดถึงการฆ่าตัวตายอย่างน้อย 1 ครั้ง
2.มีประวัติทำร้ายหรือพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน
3.มีความผิดหวังเสียใจในเรื่องการเรียน ความรัก
4.น้อยใจพ่อแม่
5.ทะเลาะกับแฟน
6.มีการวางแผน
7.หมกมุ่นกับความคิดเรื่องความตาย
8.เขียนจดหมายลาหรือบอกลาคนใกล้ชิด
9.ซึมเศร้าหรือสิ้นหวัง
10.ดื่มเหล้าหรือใช้ยานอนหลับเพื่อระงับความเจ็บปวดหรือกังวล
ข้อมูลจาก





