
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (23 มิถุนายน) ถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณทำเนียบรัฐบาล ว่าตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมการชุมนุม ส่วนเวทีที่ตั้งอยู่บนสะพานชมัยมรุเชฐนั้นตั้งแต่ช่วงบ่ายมีการปรับเปลี่ยนโดยมีการตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่แบบถาวร และมีการลดการใช้เสียง โดยเฉพาะในช่วงที่โรงเรียนเปิดการเรียนการสอน
ก่อนหน้านี้บนเวทีปราศรัยได้เน้นย้ำในประเด็นที่รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร นอกจากนั้นยังมีการแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีที่ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรณีใช้เครื่องขยายเสียงก่อกวนการชุมนุม
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และตนเองจะไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร เนื่องจากเห็นว่าเป็นมติ ครม. ที่ไม่ชอบตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ และขอให้ไต่สวนฉุกเฉินรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า ยืนยันในวันพรุ่งนี้ (24 มิถุนายน) จะไม่มีการบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล และหากมีใครบุกรุกเข้าไปขอให้ตำรวจดำเนินการได้ทันที เพราะมีกระแสข่าวว่ามีผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ และจะมีการจัดฉากที่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ยังเสนอแนวคิดการเมืองใหม่เพื่อจะขจัดนักการเมืองหน้าเดิม คือการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 30% และคัดสรรจากภาคส่วนต่างๆ อีก 70% เพราะเห็นว่าการดำเนินการแบบรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเมืองได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่การสร้างเงื่อนไขให้สังคม
"ไม่ใช่การสร้างเงื่อนไข แต่ว่าการเมืองใหม่วันนี้คิดว่าอาจจะไม่ใช่ต้องได้ข้อยุติพรุ่งนี้ มะรืน แต่ว่าเป็นการจุดประกายความคิดและจุดประเด็นให้สังคมได้หันมาถกเถียงกันดู ถ้าสังคมเห็นว่าการเมืองแบบปกติไปได้ก็ต้องว่ากันไป แต่ว่าพันธมิตรฯ บอกว่า ไปไม่ได้" ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าว
เกาะติดม็อบพันธมิตรฯ และข่าวการเมืองทั้งหมด คลิกเลย





