
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (28 มิ.ย.) ถึงผลการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี น่าจะนำข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนอ ไปปรับปรุงการทำงาน และน่าจะมีการปรับ รมต.บางท่านเป็นอย่างน้อย รวมถึงแก้ไขปัญหาอื่น เช่นกรณีเขาพระวิหาร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่งศาลปกครองกลางว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้คำสั่งศาลปกครองกลาง เป็นเพียงการคุ้มครองมติครม.เท่านั้น วันจันทร์นี้เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมติดังกล่าวเป็นโมฆะ เพราะถือว่ามติดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดำเนินการ
ส่วนร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าไม่ใช่เรื่องที่ทางพรรคจะไปผลักดันอะไรเพิ่มเติม เมื่อศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ทางพรรคไม่เห็นเป็นเรื่องต้องไปดำเนินการให้เกิดผล ซึ่งทางนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า มีการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ไทยต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ แค่ให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อความร่วมมือตรงนี้มีความเห็นแตกต่างในสังคม เราก็ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล ไม่ควรดำเนินการใดๆ เพิ่ม
"ในทางการเมือง รมว.ต่างประเทศ ถือว่าได้รับความไว้วางใจ ทำให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ผมถือว่าทางการเมืองรมว.ต่างประเทศประสบความสำเร็จ ได้รับการสนับสนุนอยู่" ร.ท.กุเทพ กล่าว และว่า ประเด็นเขาพระวิหาร เจตนารมณ์มีเหตุผลอธิบายได้ว่า เป็นความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี หากมีความเห็นที่แตกต่างของคนในสังคม ก็ต้องถือว่า การดำเนินการนี้ต้องยุติลง แต่ไม่ได้หมายความว่า รมว.ต่างประเทศทุจริต หรือมีเจตนาร้ายต่อประเทศ
ด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า ศาลพิจารณาดีแล้ว และขอให้ยอมรับกับการตัดสินของศาล เพราะเขตดินแดนเป็นเรื่องอ่อนไหว ดังนั้น การที่ประชาชนมีความรักชาติจึงเป็นเรื่องดี แต่ต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะสม
"ในฐานะที่เคยเป็นอดีต ผบ.ทบ.ผมมีข้อมูลเรื่องดังกล่าว ยืนยันไทยไม่เสียดินแดน กัมพูชาได้ไปเฉพาะตัวปราสาทไม่ได้พื้นที่รอบตัวปราสาท เชื่อปัญหาทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีออกมายืนยันแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลทำดีที่สุด" พล.อ.เชษฐา กล่าว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





