อำลา คตส. ส่งงานให้ ป.ป.ช. สานต่อ


อำลา คตส. ส่งงานให้ ป.ป.ช. ทิ้งปมเช็ค อ้อ'ให้'บรรณพจน์'ซื้อหุ้น60ล.แต่ยังไม่ใช้หนี้คืน

        คตส. ส่งมอบงานที่ค้าง 25 เรื่องให้ ป.ป.ช.สอบต่อ ชี้ปม "อ้อ" เซ็นเช็คให้ "บรรณพจน์" 60 ล้านบาทซื้อหุ้น "ธนชาติประกันภัย" แต่ไม่เจอหลักฐานใช้หนี้คืน พร้อมให้คุ้ยเส้นทางเงินซื้อหุ้นแมนฯซิตี้ ระบุ'แม้ว'อาจเข้าข่ายปกปิดทรัพย์สิน

        นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ถึงการทำงานของ คตส.ในวันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ว่า ในช่วงเช้า กรรมการ คตส.แต่ละคน จะเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อพิจารณางานที่ยังค้างอยู่ โดยเฉพาะความเรียบร้อยในสำนวนการสอบสวนคดีต่างๆ ที่จะส่งมอบให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการต่อ แต่คงจะไม่พิจารณารายละเอียดของเนื้อคดี เนื่องจากได้ข้อยุติหมดแล้ว 

        นายสักกล่าวว่า จากนั้น กรรมการ คตส.จะเดินทางไปที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมอภิปรายทางวิชาการเกี่ยวกับการทำงานของ คตส. ซึ่งกรรมการ คตส.แต่ละคน จะพูดคุยถึงความรู้สึกในการทำงาน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการตรวจสอบคดีต่างๆ ก่อนทำพิธีส่งมอบงาน ระหว่าง คตส. ให้กับ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ ซึ่งนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. และนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.จะลงนามร่วมกันในบันทึกการลงมอบงาน

        "การทำงานที่ผ่านมา ผมคงบอกไม่ได้ว่าพอใจหรือไม่พอใจ แต่คิดว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว กรรมการ คตส.ทุกคน ภูมิใจที่ได้เข้ามาทำหน้าที่นี้ เพื่อรับใช้ชาติ จากนี้คงเป็นหน้าที่ของ ทาง ป.ป.ช. ที่จะรับไปดำเนินการต่อไป" นายสักกล่าว และว่า ไม่รู้สึกอะไรหากจะถูกเช็คบิลกลับ เพราะที่ผ่านมา คตส.ถูกฟ้องร้องมาเยอะแล้ว และมีหลายคดีที่ยกฟ้องไปแล้ว แต่ในอนาคตหากเกิดอะไรขึ้น ก็คงจะต้องบอกให้ประชาชนได้รับทราบ  

        นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการและเลขานุการ คตส. กล่าวว่า การทำงานของ คตส.ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการเข้ามาสะสางเรื่องที่เป็นปัญหาให้ได้ข้อยุติ โดยใช้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร 

        นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. กล่าวว่า หลังจากหมดวาระไปแล้ว ในส่วนของกรรมการ คตส. มีการพูดคุยกันว่า จะมีนัดหมายพบปะกันเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ รวมถึงดูว่าแต่ละคนได้รับผลกระทบอะไรกันบ้าง 

        แหล่งข่าวระดับสูงจาก คตส. เปิดเผย มติชน ว่า งานที่ คตส.จะส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. แบ่งเป็น 1.คดีที่มีการฟ้องศาลแล้ว 5 เรื่อง 2.คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 7 เรื่อง 3.คดีที่ไต่สวนเสร็จแล้ว และรอสั่งสำนวน 6 เรื่อง 4.เรื่องที่เสนอให้ไต่สวนไปให้ลุล่วง 2 เรื่อง 5.คดีที่เสนอให้พิจารณาไต่สวน 5 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 25 เรื่อง  

        แหล่งข่าวกล่าวว่า งานที่ คตส.เสนอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อมีคดีที่น่าสนใจ คือ การซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อมโยงมาจาก กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ อยู่ในกลุ่มคดีที่เสนอให้ไต่สวนไปให้ลุล่วง กรณีนี้มีประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณนำเงินจากที่ไหนมาซื้อสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เพราะที่ผ่านมามักจะอ้างว่า คตส. อายัดทรัพย์ไว้หมดแล้ว และช่วงที่ คตส.เปิดโอกาสให้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ ก็มีบริษัทเอกชนบางรายมายื่นเรื่อง โดยอ้างว่า จะนำเงินส่วนนี้ ไปลงทุนที่ประเทศอังกฤษ แต่ คตส.ก็ไม่ได้ปล่อยทรัพย์ให้

"เรื่องนี้จำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ว่า พ.ต.ท.ทักษิณนำเงินจากแหล่งไหนไปซื้อสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เพราะเงินที่นำไปใช้มีจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเงินที่นำไปใช้ซื้อกิจการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าจ้าง โค้ช และนักเตะแต่ละคนด้วย หากพบว่าเป็นเงินที่นำมาจากต่างประเทศ ก็ต้องดูว่าเป็นเงินของตนเอง หรือไม่ ถ้าใช่ ก็อาจเข้าข่ายปกปิดทรัพย์สินเช่นกัน เพราะไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินครบถ้วนให้กับ ป.ป.ช." แหล่งข่าวระบุ 

        แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีคดี พ.ต.ท.ทักษิณแจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ครบถ้วน อยู่ในกลุ่มคดีที่เสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวน กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ครบถ้วนนั้น เป็นประเด็นที่ คตส.ตรวจเจอข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัท ธนชาติประกันภัย ยอดเงิน 60 ล้านบาท ซึ่งปรากฏชื่อนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ถือครองอยู่ จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบเอกสารยืนยันว่า แหล่งเงินที่นำมาใช้ซื้อหุ้นส่วนนี้ มาจากคุณหญิงพจมาน ที่มีการออกเช็คมอบให้ และก็ไม่ปรากฏหลักฐาน การชำระหนี้ หรือตั๋วใช้หนี้กันระหว่างนายบรรณพจน์ และคุณหญิงพจมานเหมือนเดิม ซึ่งหุ้นส่วนนี้ ก็มีการถือครองมาโดยตลอด และเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับทาง ป.ป.ช. ทั้งในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณและคู่สมรส ก็ไม่ปรากฎข้อมูลทรัพย์สินส่วนนี้ ในบัญชีที่แจ้งกับ ป.ป.ช.ไว้เลย ซึ่งเรื่องนี้ทาง คตส.ได้รวบรวมเอกสารการตรวจสอบไว้ครบถ้วนแล้ว และเตรียมที่จะส่งมอบให้ ป.ป.ช.รับไปตรวจสอบต่อด้วย


ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อำลา คตส. ส่งงานให้ ป.ป.ช. สานต่อ อัปเดตล่าสุด 30 มิถุนายน 2551 เวลา 10:55:41 4,662 อ่าน
TOP
x close