









เคยคุ้นหน้าคุ้นตาจากละครซิทคอมเรื่อง "บ้านนี้มีรัก" ภาพยนตร์เรื่อง เขาชนไก่ และ ปิดเทอมใหญ่..หัวใจว้าวุ่นแต่ครั้งนี้ "ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ" กำลังมีผลงานภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในเรื่อง "รัก/สาม/เศร้า" ของผู้กำกับคนดัง "ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค" กับค่ายจีทีเอช ซึ่งกำลังเป็นภาพยนตร์ที่มาแรงแซงหน้าภาพยนตร์หลายๆ เรื่องอยู่ในขณะนี้และเพิ่งฉลองรายได้เข้าสู่ 60 ล้านไปเมื่อเร็วๆ นี้มีดีอย่างนี้ เลยต้องรีบคว้าตัวนางเอกมาคุยกันสักหน่อย
บทบาทที่ได้รับใน"รัก/สาม/เศร้า"
ก้อย : เรื่องนี้ก้อยรับบทเป็นน้ำเรียนมัณฑนศิลป์ ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งภายใน คาแรกเตอร์ของน้ำเป็นคนที่นิ่งๆ เป็นผู้หญิงห้าวเล็กน้อย เวลาอยู่กับเพื่อนจะธรรมดา แต่ถ้าอยู่กับคนที่เขาชอบ ก็จะนิ่งๆ และเป็นคนที่เก็บความรู้สึกไว้กับตนเอง ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกให้ใครรู้ น้ำมีเพื่อนชื่อ ฟ้าและพายุ ซึ่งทั้ง 3 คนนี้เป็นเพื่อนกัน แต่น้ำจะแอบชอบพายุ แต่พายุจะไปแอบชอบฟ้า เหตุนี้จึงเป็นที่มาของรักสามเศร้า
พูดถึงการร่วมงานกับพี่ต้อม (ยุทธเลิศ สิปปภาค)
ก้อย : ก้อยได้ร่วมงานกับพี่ต้อมเป็นครั้งแรกรู้สึกสนุกมาก คือถ้านอกเหนือจากเวลาทำงาน จะเป็นคนที่ตลกมาก เป็นกองที่สนุกแล้วก็ตลกที่สุด คือทุกคนก็เป็นเหมือนพี่น้องกัน ทำงานแล้วมีความสุข แต่พอถึงเวลาทำงานจริง ก็จะค่อนข้างจริงจัง ซีเรียส จริงๆ แล้วเหมือนจะดุ แต่ไม่ดุด้วยความที่แกมีความเป็นวัยรุ่นอยู่ในใจ ก็เลยเข้ากับพวกเราได้ง่าย
ร่วมงานกับเป้ (อารักษ์ อมรศุภศิริ)
ก้อย : ด้วยความที่รู้จักกันมาก่อนเลยทำให้การทำงานไหลลื่นมากขึ้น เหมือนได้พูดคุยกันมาก่อนแล้ว เลยรู้สึกเหมือนได้นำเอาความเป็นเพื่อนมาใช้ในหนัง ทำให้เราปรับตัวเข้าหากันได้ง่าย ถ้าเกิดว่าเราต้องเข้าฉากด้วยกัน แล้วมีอะไรไม่เข้าใจก็จะช่วยกัน เลยรู้สึกว่าการทำงานก็สบายดี
กับพีค (ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) ล่ะ
ก้อย : เคยเห็นน้องพีคในสายลับจับบ้านเล็กมาก่อนซึ่งตอนนั้นเราก็จะติดภาพความเป็นน้ำปั่นของน้องพีค แต่ว่าพอมาเล่นเรื่องนี้ พีคต้องเป็นสาวติสต์ เซอร์ ซึ่งน้องก็ทำได้ดีมาก การร่วมงานกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเม้าท์ในกองถ่าย พีคจะเป็นคนที่กินเก่งมาก เราเลยไปหาของกินในกองถ่ายด้วยกันบ่อยๆ
การแสดงหนังเรื่องนี้ต่างจากเรื่องก่อนยังไง
ก้อย : ก่อนที่จะมาเล่นหนังเรื่องนี้ได้มีการเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ เช่นเรื่องของทรงผม จากที่ก้อยเคยไว้ผมยาวก็ต้องตัดสั้น ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ก้อยลงทุนตัดผมสั้นขนาดนี้ ในการทำงานก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับผู้กำกับ และวิธีการแสดงที่ผู้กำกับต้องการ อาจจะแตกต่างจากที่เคยเล่นมาก เพราะพี่ต้อมจะเป็นคนที่ชอบอะไรน้อยๆ เล็กๆ คือจะพูดอยู่เสมอว่าเล็ก is more ไม่ต้องแสดงอารมณ์เยอะ เอาให้น้อยที่สุด ซึ่งบางทีเราอิน อารมณ์เราอาจจะเยอะเกินไป ก็เลยต้องปรับให้ลงมานิดนึง จะได้พอดีกับที่พี่ต้อมต้องการ
ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
ก้อย : ค่อนข้างที่จะต้องเตรียมตัวเยอะเหมือนกันเพราะต้องรับบทนำครั้งแรก และตัวละครค่อนข้างที่จะห่างไกลจากตัวเรา น้ำเรียนอยู่มัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร เราก็ต้องไปศึกษา ว่าเด็กมัณฑนศิลป์ใช้ชีวิตกันยังไง แต่งตัวยังไง มีทัศนคติอะไรยังไง รวมถึงการทำความเข้าใจบท บทเราก็จะอ่านซ้ำไปซ้ำมา เพื่อให้เข้าใจและรู้สึกเป็นตัวละครให้ได้จริงๆ คือเราต้องสลัดความเป็นตัวเองไปค่อนข้างเยอะ เลยต้องทำการบ้านหนัก ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจก็ต้องถามพี่ต้อมทันที
ฉากไหนที่ประทับใจที่สุด
ก้อย : ซีนข่มขืนนะเพราะก่อนหน้านั้น พี่ต้อมก็จะคอยช่วยสร้างอารมณ์ ว่าก่อนหน้านั้นตัวละครรู้สึกอะไร และเมื่อได้มาเผชิญเกิดความรู้สึกอะไร ซึ่งมันยาก แค่พูดว่าฉากข่มขืน มันก็รู้สึกว่าเราจะเล่นได้เหรอ แต่ว่าพอถ่ายด้วยความที่เล่นกับพี่แซน (พนมกร ตังทัตสวัสดิ์) ที่มารับบทเป็นพี่เอกในเรื่อง คือเขาแสดงอารมณ์ดีมาก และส่งอารมณ์ให้เราเชื่อว่าคนนี้ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีอย่างที่เราคิด ตอนที่เกิดการต่อสู้ก่อนจะเข้าซีนข่มขืน เราก็รู้สึกกลัว เหมือนผู้หญิงคนหนึ่งเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แล้วก็ต่อสู้กับผู้ชายคนนี้ มันก็เลยเป็นความรู้สึกที่พอเราเชื่อจริงๆ แล้ว หลังจากนั้นมันก็สามารถเล่นได้ เพราะตอนแรกนั้นก็กลัวว่าจะเล่นได้รึเปล่า จะออกมาดีรึเปล่า และคนดูจะเชื่อรึเปล่า แต่พอเล่นเสร็จพี่ต้อมก็พอใจที่เราเชื่อในเหตุการณ์นี้ว่าเกิดขึ้นจริง และหลายคนที่มาดู ทุกคนจะรู้สึกสะเทือนใจในสิ่งที่ตัวละครเผชิญ เราก็รู้สึกดีใจที่ทำได้ แต่ว่าดีหรือไม่ดีคงต้องให้ผู้ชมช่วยตัดสิน
ถ้าเจอปัญหาแบบน้ำ ฟ้า และพายุ จะทำยังไง
ก้อย : ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ ก้อยคงเป็นแบบน้ำเหมือนกัน สมมติว่าเราแอบชอบเพื่อนคนหนึ่ง ในขณะที่เพื่อนคนนั้นก็แอบชอบเพื่อนสนิทของเรา ต่อให้เราจะชอบผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน มันก็คงไม่เท่ากับความรักที่เรามีให้เพื่อนของเราอีกคน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาจริงๆ สุดท้ายแล้วก็คงเหมือนกับน้ำที่เลือกจะเสียสละให้ความสัมพันธ์ของคนที่เรารักทั้ง 2 คน ซึ่งถ้าเกิดว่าเรารักใครสักคนหนึ่ง เราก็คงอยากเห็นคนคนนั้นมีความสุข ในเมื่อเขาไม่ได้รักเรา แต่เขารักเพื่อนสนิทเรา ทำไมเราต้องไปดันทุรัง ไปดึงดันทำให้เขามาเป็นของเรา เราควรที่จะยินดีกับความสัมพันธ์ของเขาทั้ง 2 คน น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า
เป็นตัวคุณเจอปัญหานี้จะตัดสินใจอย่างไร เชิญพิสูจน์ความรู้สึกของตนเองได้ทุกโรงภาพยนตร์
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|