
ตำรวจหลายเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอสบนโทรศัพท์มือถือ เป็นข้อมูลในการเข้าถึงตัวคนร้าย ผ่านการรับแจ้งเหตุ เบาะแสด้วยเอสเอ็มเอส โดยผู้แจ้งไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัว หากนำไปสู่การนำจับจะได้เงินสดเป็นรางวัลด้วย
ย้อนหลังไป 30 กว่าปีที่แล้ว ตำรวจสมัยนั้นยังรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย รวมทั้งเบาะแสอันอาจนำไปสู่การจับกุม ผู้กระทำผิดต่อบ้านเมือง ผ่านสายโทรศัพท์ฮอตไลน์หลากหลายเบอร์ แต่ขณะนี้ปรากฏว่าตำรวจในหลายเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้พลเมืองดี แจ้งเบาะแส เหตุด่วนเหตุร้ายด้วยการใช้นิ้วมือกดข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ส่งผ่านมาทางมือถือได้
ไอเดียดังกล่าวนำไปสู่ความคาดหวังที่ว่า เหล่าวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวช่วงอายุ 20-30 ปี จะหันมาช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสปราบปรามอาชญากรมากขึ้น เพราะแทบไม่มีสถิติปรากฏเลยว่าคนเหล่านี้จะยอมยกหูโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย
ไบรอัน เบอร์นาร์ดี้ ตำรวจเมืองหลุยส์วิล ซึ่งเพิ่งเปิดให้แจ้งเบาะแสอาชญากรรมผ่านทางเอสเอ็มเอสเมื่อเดือน มิ.ย. ให้สัมภาษณ์ว่า ทางตำรวจตั้งความหวังไว้ว่า หากมีเด็กนักเรียนสักคนได้ยินข่าวแว่วมาว่าจอห์นนี่ (นามสมมติ) จะพกปืนมาโรงเรียน เด็กคนนั้นจะหาทางแจ้งแก่ตำรวจด้วยการส่งเอสเอ็มเอสมาบอก
ขณะที่สถานีตำรวจแห่งบอสตันและซินซินเนติ ก็ได้ริเริ่มโครงการเดียวกัน ด้วยการเปิดรับเอสเอ็มเอสที่ส่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว จากนั้นไม่นานตำรวจในสังกัดต่างๆ รวมทั้งชุมชนกว่า 100 แห่ง ก็ได้เริ่มต้นโครงการดังกล่าวเช่นกัน โดยระบบจะถอดรหัสเบอร์โทรศัพท์ออกมาก่อนที่จะส่งถึงมือตำรวจ ทำให้สามารถแกะรอยผู้แจ้งเบาะแสผ่านเอสเอ็มเอสได้ไม่ยาก
นายตำรวจแห่งเมืองหลุยส์วิล ยังเพิ่งได้รับเอสเอ็มเอสแจ้งว่า มีคนกำลังทำลายรถโรงเรียน ซึ่งบอกรายละเอียดชื่อและที่ตั้งโรงเรียนเสร็จสรรพ และยังบอกด้วยว่ามีการทิ้งสิ่งที่คาดว่าจะเป็นยาเสพติดลงในถังขยะ และพงไม้ในโรงเรียนด้วย
ตำรวจคาดว่า การเปิดแจ้งเบาะแสผ่านเอสเอ็มเอส จะช่วยให้การจับกุมอาชญากรรม โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนหรือในสถานศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเด็กเหล่านี้นิยมใช้เอสเอ็มเอส
ที่บอสตัน มีรายงานการจับกุมฆาตกรคดีขู่ฆ่าที่เมืองนิวแฮมเชียร์ จากการแจ้งเบาะแสผ่านเอสเอ็มเอส โดยตลอด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 15 มิ.ย. ตำรวจบอสตันได้รับการแจ้งเบาะแสผ่านเอสเอ็มเอสถึง 678 ข้อความ ในจำนวนนั้นสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคดี เช่น ข้อหายาเสพติด
ซาร่า คอส นัก-ศึกษาวัย 18 ปี จากมหาวิทยาลัยเทมปา กล่าวว่า เธอใช้เอสเอ็มเอสคุยกับเพื่อนราว 6,000 ครั้งต่อเดือน และคนที่ใช้เอสเอ็มเอสเยอะอย่างเธอ มีแนวโน้มที่จะแจ้งผ่านเอสเอ็มเอส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการใช้เอสเอ็มเอสทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยกว่าพูดโทรศัพท์
นอกจากนั้น การแจ้งเบาะแส ซึ่งที่สุดนำไปสู่การจับกุมคนร้าย ยังก่อให้เกิดรายได้ต่อผู้แจ้ง โดยตำรวจจะมอบเงินสดให้แก่ผู้ที่นำรหัสแจ้งเบาะแสมาแสดง หากการรายงานผ่านเอสเอ็มเอส ก่อให้เกิดผลในทางบวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะไม่สอบถามข้อมูลใดๆ มอบเงินให้เป็นรางวัลเป็นอันว่าเสร็จสิ้น.
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()





