
ตั้งแต่ย่างเข้าปีหนูทองมีข่าวคราวของคนวงการบันเทิงทั้งเรื่อง รักร้าว เตียงหัก มือที่สาม มีออกมาให้เห็นเป็นระลอก จนทำให้คนหลายคนมองว่าคนวงการมายาเป็นคนที่ "รักง่ายหน่ายเร็ว" งั้นเหรอ? แถมชอบสร้างภาพอีกต่างหาก รวมไปถึงชีวิตคู่ของนางเอกสาว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะต้องการพุ่งเป้าไปที่ฝ่ายสามีหนุ่มไฮโซ เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล ซึ่งมีข่าวกับดารา-นางแบบ-ไฮโซ ไม่จบไม่สิ้น ทั้งข่าวมั่วกับ เข็ม-รุจิรา คั่วกับ พลอย-เฌอมาลย์ กิ๊กกับ อิ๊ป-ยุพาพักตร์ ตบท้ายเริ่มหนักข้อกล่าวหากรณีมีเอี่ยวในเรื่องยาเสพติด
แน่นอนว่าความกังวลทั้งหมดจะต้องคลี่คลาย ในวันนี้มาลองทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนางเอกสาว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ ในมุมมองของคนมีชีวิตคู่ จะว่าไปแล้วข่าวแนวๆ นี้ ก็ดูจะหนักหนาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับสาวคนนี้แล้วมันเป็นแค่เรื่องธรรมดา เพราะเธอรู้ดีเสมอว่าสามีสุดที่เลิฟ เป๊ก-สัณชัย ทำอะไรอยู่ ปฏิบัติตัวเช่นไร ฉะนั้นเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นไม่กระทบความเป็นครอบครัวแน่นอน แถมยังไว้ใจสามีตัวเองเสมอ
ก่อนเข้าประเด็นร้อน มาอุ่นเครื่องกับงานละครที่สาวธัญญ่ากำลังเล่นอยู่ดีกว่า เพราะผลงานเรื่องล่าสุด "ถึงร้ายก็รัก" เพิ่งลงจอ ไทยทีวีสีช่อง 3 ไปหมาดๆ แถมยังมีงานแสดงจ่อคิวอีกหลายเรื่องด้วย นี่แสดงว่าความสามารถด้านการแสดงของเธอยังคงร้อนแรงไม่แพ้เรื่องอื่น
ตอนนี้ ธัญญ่า มีงานละครอะไรอยู่บ้าง?
ธัญญ่า : ที่กำลังถ่ายอยู่คือเรื่อง "สาปภูษา" แล้วมีรายการ "ดาวน์ทาวน์" ออกอากาศทาง ททบ.5 ส่วนละครที่กำลังออกอากาศอยู่ "ถึงร้ายก็รัก" ช่อง 3 ค่ะ
เป็นอีกเรื่องที่กลับมาเล่นร้ายอีกครั้งเหรอ?
ธัญญ่า : ค่ะ เล่นร้ายแบบจิตๆ หน่อย มีที่มาที่ไปที่ให้มาร้ายเพราะอะไร อันนี้เป็นแนวโรคจิต อยากได้อะไรต้องได้ ถ้าไม่ได้ตาจะเริ่มขวาง จะออกอาการร้องไห้ จริงๆ บทนี้ตัวเองดีไซน์เองนะ อ่านบทแล้วดีไซน์แนวที่จะเล่นเองเลย ว่าอยากได้แบบไหน พอเราไปเล่นผู้กำกับฯต้องการให้มากกว่าหรือน้อยกว่าเขาก็จะบอกอีกทีนึง ยอมรับว่าเหนื่อยมาก ฉากไหนที่เราต้องเล่นแรงๆ ปวดหัวเลยแหละ จี๊ดขึ้นสมอง มันเครียด แต่เครียดแค่ตรงนั้นก็จบนะ ไม่มีการเอากลับมาเครียดต่อ เหมือนมันเครียดมากในฉากนั้นขึ้นสมอง กลับบ้านปวดหัวกินยาแล้วนอน ถ้าเอากลับไปใส่อารมณ์กับ พี่เป๊ก นี่ตายเลยนะ เข้าโรงพยาบาลเลยดีกว่า
ทำไมระยะหลังๆ เห็นธัญญ่าเล่นร้ายบ่อยขึ้น?
ธัญญ่า : แรกๆ ไม่เคยรับบทร้ายเลย พอมาร้ายครั้งแรกที่ได้มาแสดงเรื่อง "สามีตีตรา" กับ "ทองประกายแสด" พร้อมๆ กัน เหมือนคนเห็นภาพเรา บทแบบนี้เราก็เล่นได้อยู่นะ ฉะนั้นพอเราไปเล่นแบบนี้ ด้วยความแรง ความอะไร มันทำให้คนพูดถึงเรามากกว่า รู้สึกหลังๆ จะมีบทแรงๆ มาตลอดเลย ก็โอเคนะ สะใจดี ได้แรงเต็มที่ ออกแรงเต็มที่ ปลดปล่อยกว่าตอนที่เล่นเป็นนางเอก บทดีก็จะแบบอัดอั้น จริงๆ ถ้าเราอ่านบทจะคิดว่าทำไมไม่สู้เค้า ทำไมต้องยอมอะไรอย่างนี้ พอมาเล่นร้ายบางทีแอบคิดว่าทำไมร้ายอย่างงี้ จะร้ายไปไหน ก็มีนะ แฟนละครเค้าก็จะชอบกันนะ เปลี่ยนไป สะใจมากเลยอย่างงี้ กลับกลายเป็นแฟนๆ ชอบ แต่บางคนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเล่นเป็นนางเอกอีกล่ะ มีถามเหมือนกัน
เล่นบทร้ายแล้วรุ่งขนาดนี้ มันจะทำให้ธัญญ่าห่างจากบทนางเอกออกไปรึเปล่า?
ธัญญ่า : มันก็ห่างนะ แต่โอเค ที่ผ่านมายังมีละคร "คุณแม่จำแลง" ที่แบบเป็นนางเอก มีมาเรื่องหนึ่ง พอมาถึงเรื่อง "สาปภูษา" ตอนที่เป็นคนน่าสงสารนะ พ่อโดนประหารถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ตัวเองก็อยู่แบบถูกเนรเทศ โดนแกล้ง จนมาเจอพระเอกแล้วรักกัน แต่พระเอกก็ต้องไปแต่งงานกับอีกคน แล้วตัวเองโดนประหาร เพราะเกิดท้องก่อนแต่ง เลยฆ่าตัวตาย เลยสาปลงผ้า กลายเป็นผีอาฆาต เลยเป็น 2 คาแรกเตอร์ในเรื่องเดียวกันค่ะ
แล้วงานอื่นๆ ยังมีอีกไหม?
ธัญญ่า : เป็นพิธีกรรายการดาวน์ทาวน์ ออกอากาศทาง ททบ.5 ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นรายการของตัวเอง รายการผลิตในนามบริษัทของตัวเองเลย เปิดมาใหม่ๆ ทำเองทุกอย่าง ปวดหัว เหนื่อย เคยคิดด้วยว่าไม่อยากทำแล้ว เหนื่อยมาก แต่ตอนนี้มีคนมาช่วยดูแล เลยไม่ค่อยเครียด แล้วยังมีร้านเล็บ Her Nails ที่หุ้นกับเพื่อนๆ ร้าน Her และ ร้าน Bio-Therapeutic ได้น้องสาว พี่เป๊ก ช่วยดูแล
แบ่งวันว่างเป็นเวลาส่วนตัวแค่ไหน อย่างไร?
ธัญญ่า : อาทิตย์หนึ่งธัญญ่าต้องมี 2 วันเต็มๆ ยกให้เป็นเวลาครอบครัว ส่วน 4 วัน ยกให้คิวละครสาปภูษา พฤหัสฯ-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ส่วน จันทร์-อังคาร-พุธ ก็แล้วแต่ วันครอบครัวบ้าง อะไรบ้างที่เหลือ บางวันมีรับงานอีเวนต์บ้าง แต่งานอีเวนต์มันแป๊บเดียว อย่างวันจันทร์-อังคาร-พุธ ก็รับได้ แต่อย่างน้อยต้องกลับมาทานข้าวเย็น ดูหนัง หรือไปต่างจังหวัดกันกับพี่เป๊ก เวลาไม่ได้ตกลงตายตัวมากนัก ยืดหยุ่นได้ แต่เรื่องที่เค้าขอเลยคือการรับคิวละครเนี่ย ขอให้เรารับทีละเรื่อง เพราะที่ผ่านมาถ่าย "ถึงร้ายก็รัก" กับ "คุณแม่จำแลง" พร้อมๆ กัน คิวมันค่อนข้างจะแน่น โดนบ่น เวลาช่วงนั้นแทบจะไม่ได้ไปไหนเลย เค้าค่อนข้างซีเรียสเหมือนกันว่าให้เรารับทีละเรื่องนะ เราก็ไม่อยากมีปัญหาค่ะ

โดยส่วนตัว ธัญญ่า ต้องทำหน้าที่แม่ศรีเรือนไหม?
ธัญญ่า : แทบจะไม่มีหน้าที่อะไรเลย แค่เหมือนแบบอยู่เป็นเพื่อนกัน ทำโน่น ทำนี่ด้วยกัน ในเรื่องการดูแล เรื่องแม่ศรีเรือนไม่มีเลย ธัญญ่าไม่มีความเป็นแม่ศรีเรือนเลย ไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นค่ะ ทำไม่เป็น แล้วไม่พยายามด้วย เพราะคุยกันตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเราเป็นคนแบบนี้นะ นิสัยอย่างนี้นะ เค้าก็รู้ตั้งแต่ต้น ส่วนใหญ่จะดูแลในเรื่องสุขภาพ เค้าผ่าตัดมา จะดูแลเรื่องวิตามิน การทานยา บำรุง อะไรประมาณนี้ เค้าต้องถูกบังคับ เพราะเค้าไม่ค่อยชอบทานยาดูแลตัวเอง
แต่งงานมากี่ปีแล้ว?
ธัญญ่า : ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ แต่คบกัน 2 ปีแล้วแต่ง รวมเวลาที่คบด้วยก็ปีที่ 5 แล้วค่ะ
จากช่วงเวลาที่คบกันกระทั่งมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเนี่ย มีอะไรที่ต้องปรับเข้าหากันมากน้อยแค่ไหน?
ธัญญ่า : ก็ค่อนข้างเยอะนะคะ แบบการที่คนคบกันเป็นแฟน แล้วมาอยู่ด้วยกันแบบสามี-ภรรยามันไม่เหมือนกัน ต้องรับข้อเสียของกันและกันให้ได้ ก็มีทะเลาะ มีอะไร คนอยู่ด้วยกันก็มีบ้างที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างค่ะ
หากทะเลาะกันขึ้นใครจะใจเย็นกว่ากัน แล้วมีวิธีไหนให้คืนดีกันเหมือนเดิม?
ธัญญ่า : เมื่อก่อนธัญญ่าเป็นคนใจเย็นมาก เป็นคนไม่ชอบทะเลาะ มีเรื่อง มีราว แต่พี่เป๊กจะใจร้อน แต่ไปๆ มาๆ ธัญญ่ากลายเป็นคนใจร้อน บางทีเถียงๆ กัน พี่เป๊กจะบอกว่าใจเย็นๆ จะโวยวายไปไหน เราก็แบบมาสังเกตตัวเองจากคนใจเย็นกลายเป็นใจร้อน เลยต้องพยายามปรับ เค้าจะดีตรงที่เป็นคนใจร้อน แต่หายเร็ว โกรธแป๊บเดียวก็หาย ระเบิดทีเดียวก็หายเลย แต่บางทีเรายังไม่หายเลย
เคยร้อนกับร้อนมาเจอกันไหม?
ธัญญ่า : เคยค่ะ มันก็มี แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น ต้องแยกกันไปเลย ไปคนละทาง แล้วค่อยมาเจอกัน แรกๆ เค้าจะพยายามเคลียร์ พยายามพูด มันก็ยิ่งร้อนๆ ตอนนี้จับจุดได้แล้ว เมื่อไหร่ที่ร้อนกัน ทะเลาะกันรุนแรงแล้วแยกกันไปคนละทางเลย แป๊บเดียวก็จะหาย ค่อยๆ ปรับกันไป
ชนวนปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่องอะไร?
ธัญญ่า : ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาเถียงกัน เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ แบบมันไม่มีใครยอมใคร เลยกลายเป็นยิ่งแรงค่ะ ก็มีเป็นช่วงๆ แต่โดยรวมแล้ว โอเคนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก
แต่งงานมาก็นานแล้ว แน่นอนว่าชอบมีคนถามถึงเรื่องลูก รู้สึกกดดันบ้างรึเปล่า?
ธัญญ่า : ใช่ค่ะ แต่เราให้คำตอบเค้าไม่ได้ ตัวเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน ช่วงแรกๆ กดดันมาก แต่ตอนนี้เฉยๆ แล้ว มันปลงมากขึ้น เหมือนแบบเดี๋ยวเมื่อไหร่เค้ามา เค้าก็มาเองแหละ แรกๆ เราเหมือนไปตั้งความหวังสูง พอมันพลาดมันก็แย่ไปเลย ทีแรกแต่งงานปุ๊บไม่ได้กะที่จะมีลูกเลยนะ พอดีท้องขึ้นมา เลยกลายเป็นตั้งใจที่จะมีเค้าออกมา พอไปตรวจเห็นหัวใจแล้วด้วย จู่ๆ เรามาเสียเค้าไป พวกเราเสียดายผิดหวัง โอเค! พอตั้งใจจะมีใหม่ก็หลุดอีก 3 รอบค่ะ จนรู้สึกอยากมีมากๆ แล้ว เลยไปปรึกษาทำเด็กหลอดแก้ว พอทำเสร็จไม่ติด กลายเป็นผิดหวังหนัก เบื่อ เหนื่อย ท้อ รู้สึกตอนนั้นไม่เอาแล้ว เหนื่อย เราสองคนเลยมาคุยกันว่าปล่อยตามธรรมชาติแล้วกัน ซึ่งธัญญ่าก็มีคุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็เศร้าด้วยนะ เพราะมันไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้ในครอบครัว ทุกคนแข็งแรงกันหมด เค้าก็ปลอบใจ แล้วมีคนมาคุย เค้ายังเคยหลุดตั้ง 7 รอบนะ กว่าจะได้ลูกคนนี้มา อะไรอย่างนี้ คุยกับหมอก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ บางคนก็มียากมากจริงๆ ก็ปลงมากขึ้น
ตอนนี้ไม่ซีเรียสเรื่องการมีลูกแล้วเหรอ?
ธัญญ่า : ก็มีไปปรึกษาคุณหมอบ้าง พยายามทานยา ทานวิตามิน บำรุงตลอดเวลา ตอนนี้อยากปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่ผู้ใหญ่ยังไงเค้าถามตลอดเวลหาว่าเมื่อไหร่มี ซึ่งเค้าก็รู้ว่าเรามีปัญหาอะไร เค้าเข้าใจนะ
ตอนนี้วงการบันเทิงมักมีข่าวเตียงหัก หย่าร้าง เกิดขึ้นบ่อยๆ ในฐานะที่ ธัญญ่า ก็เป็นคนหนึ่งที่มีชีวิตครอบครัว รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อได้ยินข่าวแบบนี้?
ธัญญ่า : ก็เสียดาย เหมือนบางคู่ที่มีลูกต้องเลิกกัน เราก็เข้าใจนะว่าการอยู่เป็นชีวิตคู่ หรือชีวิตครอบครัวเนี่ย มันก็ยากเหมือนกัน ไม่ใช่ว่ามันจะมีแต่เรื่องหวานแหวว คุยกันแล้วตกลงกันได้ทุกเรื่อง คนเราต่างครอบครัว ต่างสังคมกันมา วันหนึ่งต้องมาเจอกัน อยู่ด้วยกัน มันก็ยากเหมือนกัน คือแรกๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะอยู่กันไม่ได้ ความรักก็อยู่กันได้ทั้งนั้นแหละ เวลาที่มันเจอปัญหาที่ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก จนเกิดความเบื่อหน่าย ฉะนั้นการแยกกันไปอาจจะดีกว่าสำหรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ฉะนั้นมันอยู่ที่แต่ละคู่ตกลงกันค่ะ อย่างคู่ของธัญญ่าใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป ก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่อยู่ที่ว่าเราจะเคลียร์กันได้ไหม ปรับกันได้ไหมเท่านั้นเอง
ธัญญ่าใช้หลักอะไรช่วยประคับประคองชีวิตคู่?
ธัญญ่า : นึกถึงทุกอย่าง แต่งงานกันมาแล้ว พ่อแม่ ผ่านพิธีฯ ค่อนข้างเรื่องใหญ่พอสมควร ฉะนั้นเวลาทะเลาะกัน หรือรู้สึกไม่ไหวแล้ว ไม่อยู่แล้ว ก็จะมานั่งคิดแล้วจะให้มันจบง่ายๆ อย่างนี้เหรอ เราก็จะกลับมานั่งคุยกัน สรุปก็ดีกันเหมือนเดิม แต่ก็มีหลายเรื่องที่คุยกันแล้ว บอกว่าฉันไม่ไหวแล้ว คือเราอดทน แล้วผ่านมาเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าเราเคลียร์กันได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง กับพี่เป๊กอย่างที่บอก เค้าเป็นคนโกรธง่ายแล้วหายเร็ว แป๊บเดียวก็หายแล้ว ฉะนั้นมันเลยไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาสาหัส
ที่ผ่านมาสามีไม่ใช่คนวงการบันเทิง แต่ก็ไม่วายมีข่าวกับ ดารา-นางแบบ มีข่าวแบบนี้เคยถามกันบ้างไหม?
ธัญญ่า : ไม่ถามค่ะ เพราะรู้ค่ะ เพราะเค้ามีข่าวกับคนที่สนิทกับเรา อย่างมีข่าวกับ เข็ม และ พลอย มันสนิทกันอยู่แล้ว มันเลยไม่ได้ถาม แต่ถ้าเป็นข่าวกับคนที่ไกลตัวนั่นน่ะ ต้องถาม เอ๊ะ ยังไง แต่นี่เรารู้ใครเป็นยังไง สนิทกันแค่ไหน ซึ่งเราเองก็สนิทด้วย เราเองคงไม่ครอบครัวสุขสันต์ขนาดนั้นล่ะนะ บางทีข่าวพวกนี้ธัญญ่าก็เห็นเอง แล้วจะบอกพี่เป๊ก เป็นข่าวอีกแล้วนะ ก็คุยกันขำๆ

แต่เขายังไม่เคยมีข่าวกับใครนอกเหนือจากนี้ใช่ไหม?
ธัญญ่า : ยัง เอ๊ะยังไง มันยังไม่มีค่ะ มีแต่ข่าวกับคนใกล้ตัวทั้งนั้น มันเลยไม่มีปัญหาอะไร เฉยๆ ดีกว่าค่ะ ถ้าเรารู้ว่ามันไม่จริง แล้วมันไม่ได้มีผลอะไรกับเราเลย มันอาจอยู่ที่คนอื่นมากกว่า คนไกลตัวที่คิดว่ามันต้องจริงแน่เลย แต่คนใกล้ตัว คนในครอบครัวรู้แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ จริงๆ เมื่อก่อนเคยหวงนะ แต่หลังจากแต่งงานมา เค้าไม่เคยมีปัญหาเรื่องพวกนี้ให้เราต้องมานั่งเครียด หรือมานั่งแบบคิดมาก ไม่เคยมีเลย ธัญญ่าค่อนข้างจะไว้ใจเค้า ไม่ค่อยทะเลาะกันเรื่องนี้ น้อยมากๆ เลย แต่ถ้ามีเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อย เราเองไม่ใช่คนแสนดี คงไม่มานั่งยอมหรอกค่ะ ต้องลุยเลย (หัวเราะ) ต้องลุยอยู่แล้วค่ะ
ในทางกลับกันล่ะ พี่เค้าหวงเรามากไหม?
ธัญญ่า : เค้าเป็นคนขี้หึง ขี้หวง ขนาดถ่ายละครมีฉากจับมือกับพระเอก เค้าจะตัดปัญหาไม่ดูละครที่เราเล่นเลย เวลาแบบไปไหนมีผู้ชายมาคุยด้วย มาขอถ่ายรูปด้วย เราจะพยายามเลี่ยงๆ นะ เพราะรู้ว่าพี่เค้าไม่ชอบ ฉะนั้นถ้ามีใครมาถ่ายอะไรมากเกิน เค้าจะหงุดหงิดแล้ว แต่ถ้ามาขอถ่ายรูปเฉยๆ โอเค ถ้ามาคุยเริ่มเยอะ เค้าจะหงุดหงิดเลยล่ะ
ระยะหลังๆ มีข่าวหนักๆ กล่าวหาว่าสามีเข้าไปพัวพันยาเสพติดบ้างล่ะ ตรงนี้รู้สึกอย่างไร?
ธัญญ่า : ไม่ห่วงเลยค่ะ เค้าเป็นคนแอนตี้ยาเสพติดมากๆ เค้าก็ทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดอยู่แล้ว ลงใต้อยู่เป็นอาทิตย์ จับเรื่องคดีโคเคน เค้าเต็มที่กับงาน เค้าแอนตี้เรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ฉะนั้นข่าวที่ออกมาอาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่คนอื่นมอง แต่โดยส่วนตัวพี่เค้าแล้วคนใกล้ตัวจะรู้อยู่แล้วว่าเค้าแอนตี้ แล้วหาว่าเค้าขายยาเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เค้าก็ไม่ได้เครียดนะ แต่มันอะไรนักหนาเนี่ย หาว่าเค้าขายยา ทั้งๆ ที่แบบทุกคนจะรู้เลยว่าสำหรับเค้านี่ไม่ได้เลย ซึ่งเวลาคนมาที่ร้านเรา เราไม่รู้ใครจะยังไง บางทีมันก็ควบคุมไม่ได้ ขนาดตำรวจจับยังไม่หมด อย่างเรามาร้านใครจะมาเล่นยาเราก็ไม่รู้ ตัวพี่เป๊กไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง ธัญญ่าก็ไม่ได้ห่วงเรื่องนี้เลยด้วย
ขอคำถามสุดท้าย คิดอย่างไรที่คนภายนอกมักมองคนวงการบันเทิงชอบสร้างภาพ โดยเฉพาะภาพของความเป็นครอบครัวด้วย?
ธัญญ่า : มันยาก คนที่เค้าเลิกกัน เค้าก็คิดเยอะกันแล้วนะ ว่าสุดท้ายมันก็ต้องจบแบบนี้ มันทุกอาชีพนั่นแหละ แต่นักแสดงเหมือนอยู่ที่แจ้ง คนจะรับรู้ข่าวมากกว่า เชื่อว่าในทุกๆ อาชีพมันก็มีอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ คนเราเลิกกันมีเยอะแยะ เลยกลายเป็นว่านักแสดงคบแป๊บเดียว เดี๋ยวก็เลิก
เห็นเป็นสาวนิ่งๆ เงียบๆ อย่างนี้เถอะ ถ้าสามีเกิดมีบ้านเล็กบ้านน้อย สงสัยคงแหลกกันไปข้างแน่ๆ
ข้อมูลจาก
Her Nails/RPM : เอื้อเฟื้อสถานที่
คนกลาง : เรื่อง / สุรเชษฎ์ วัชรวิศิษฎ์ : ภาพ





