
ประชาชนรับภาระหนักอีกระลอก ของขึ้นราคาอีกหลายรายการ นมจืดขยับราคาขึ้นรวดเดียว 12 บาทต่อขวด ขณะที่น้ำมันพืชขยับ 3-5 บาท แถมตามห้างดังแทบไม่มีวางขาย หรือถ้ามีก็จำกัดจำนวนในการซื้อ ด้านอาหารกล่องสำเร็จรูปแบบ 3 เดือนขับราคาเพิ่มขึ้น 8 บาท
วันนี้ (5 สิงหาคม) รายงานข่าวแจ้งว่า หลังมีข่าวสินค้าเตรียมขยับราคาเพิ่มขึ้นอีกหลายรายการ ทีมงานคุณภาพชีวิต สำรวจในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง พบว่า มีสินค้าขยับราคาเพิ่มขึ้นหลายรายการ พนักงานในร้านยอมรับว่า มีของขึ้นราคาจริง โดยเฉพาะในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีของขึ้นราคาเพิ่มขึ้นหลายรายการ โดยเฉพาะนมสดพร้อมดื่ม ชนิดจืด ขนาด 830 มิลลิตร ขึ้นราคารวดเดียว 12 บาท จากเดิมที่เคยขายอยู่ 29 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 41 บาท แต่ถ้าเป็นขนาด 450 มิลลิลิตร จากที่เคยขายอยู่ 19-20 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 24-25 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 5 บาท
ในส่วนของนมสดพร้อมดื่มชนิดจืดนี้ เป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงในครั้งเดียวเลย ไม่ได้ค่อยๆ ขยับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต่างจาก อาหารกล่องพร้อมรับประทานที่ค่อยๆ ขยับราคาเพิ่มขึ้นเดือน 2-3 บาท เช่น ข้าวผัดกระเพาไก่ จากเดิมเคยขาย 30 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 32 บาท เพิ่มเป็น 35 และ ล่าสุดเพิ่มเป็น 38 บาท ข้าวแกงเขียวหวาน จากเดิม 35 บาท ล่าสุดขาย 38 บาท สปาเกตตี จาก 30 บาท ล่าสุดขาย 35 บาท เกี้ยวกุ้ง จาก 40 บาท ล่าสุดขาย 45 บาท
นอกจากนั้น อาหารพร้อมทานเพียงแค่เอาเข้าไม่โครเวฟ อย่างเช่น ไส้กรอก ไก่รมควัน ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ปลา อาหารประเภทนี้ ขยับราคาขึ้นไปรออยู่ก่อนแล้ว 5-8 บาทต่อรายการ รวมไปถึงพวกอาหารแห้งที่นำข้าวมาเป็นวัตถุดิบในการทำ เกือบทุกชนิด ขยับราคาแพงขึ้นเกือบเท่าตัว และได้มีการขึ้นราคามาตั้งแต่วันแรกข้าวขึ้นราคาแล้ว เช่น เส้นหมี่สีขาว จากเดิมที่เคยขายห่อละ 7 บาท ขณะนี้ราคาขายอยู่ที่ 14 บาท หรือถ้าเป็นพวกมาม่า ไวไว ที่เป็นเส้นสีเหลืองไม่มีการขยับราคาเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นเส้นหมี่ขาว ราคาเพิ่มขึ้น 1-2 บาท
พนักงาน กล่าวอีกว่า ที่ลูกค้าสนใจมากก็น่าจะเป็นน้ำปลา หรือน้ำมันพืชที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมและคาดว่า น่าจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะน้ำมันพืช ที่คนแห่ซื้อ หรือมีการกักตุนไว้รอขายเมื่อตอนราคาขยับเพิ่มขึ้นอีกระลอก ทำให้ขาดตลาดไปโดยปริยาย
ทีมงานฯ จึงได้สำรวจน้ำมันพืชในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อย่าง เดอะมอลล์ โลตัส โลตัส-เอกซ์เพรส และฟู้ดแลนด์ พบว่า น้ำมันปาล์ม ขยับราคาเพิ่มขึ้จากเดิม 3 บาท ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองขยับราคาเพิ่มขึ้นอีก 5 บาท แต่น้ำมันทั้งสองชนิด ก็ไม่มีวางขายตามชั้นวางของที่เคยวาง มีแต่ราคาป้ายราคาที่เขียนบอกไว้ ซึ่งดูแล้วเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างที่บอก
"มาซื้อน้ำมัน แต่ไม่มีขายสงสัยจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก ก็เลยทำให้เก็บไว้เก็งกำไรกัน อย่างนี้ผู้บริโภคอย่างเราก็แย่นะ" แม่บ้านที่มาหาซื้อน้ำมัน กล่าว
แม้ว่าตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จะไม่มีน้ำมันพืชวางขายให้เห็น แต่ตามร้านสะดวกซื้อ ยังพอมีวางให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีทุกร้าน เพราะจากการสำรวจดูจากหลายร้านในย่านลาดพร้าว พบว่า ไม่มีน้ำมันพืชวางขายตามชั้นโชว์ แต่ถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อในย่านที่มีคนงานออฟฟิศมากกว่าย่านชุมชน ยังพอมีวางขายให้เห็นอยู่บ้าง แต่มีเงื่อนไข หรือข้อจำกกัด เขียนป้ายติดไว้ว่า ให้ซื้อได้แค่ 2 ขวดต่อคน ห้ามซื้อเกินมากกว่านั้น ซึ่งไม่ต่างไปจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่ให้ซื้อได้ครอบครัวละ 2-4 ขวด แล้วแต่จะกำหนดในแต่ละครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





