HILIGHT NEWS

24 ตุลาคม วันสหประชาชาติ


สหประชาชาติ



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

          ความสงบสุข และสันติภาพ เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาให้มีขึ้นบนโลกใบนี้ องค์การสหประชาชาติจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อที่จะสร้างความสมัครสมานกันระหว่างประเทศต่างๆ

รู้จักสหประชาชาติ

          องค์การสหประชาชาติ (United Nations Organization) หรือ UN เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการนำสันติภาพสู่โลก โดยพยายามให้มนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา ได้อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค และสงบสุข ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482 - 2488) โดยความร่วมมือของนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ คือ นายวินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) และประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา คือ นายแฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ (Franklin D. Roosevelt) เนื่องมาจากเหตุผล 3 ประการ ได้แก่

           เพื่อระงับกรณีพิพาทระหว่างประเทศคู่กรณีด้วยสันติวิธี

           เป็นแกนกลางในการนำสันติภาพอันถาวรมาสู่โลก

           เป็นศูนย์กลางความร่วมมือช่วยเหลือ ระหว่างประเทศในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

          องค์การสหประชาชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงนิวยอร์ก (New York) ประเทศสหรัฐอเมริกา (The United State of America) ภาษาทางการที่ใช้มีอยู่ 6 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย จีน และภาษาอาหรับ


สำนักงานองค์การสหประชาชาติ



          เลขาธิการแห่งสหประชาชาติคนปัจจุบันคือ นาย ปัน คี มุน ชาวเกาหลีใต้ เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 ต่อจากนายโคฟี่ อันนัม

 

 

 

ปัน คี มุน



การก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และวันสหประชาชาติ

          การริเริ่มก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ ดำเนินมาเป็นขั้นตอนตามลำดับดังนี้

           1. วันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484) ผู้แทนประเทศต่างๆ ได้มาประชุมร่วมที่พระราชวังเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ เพื่อเจรจายุติสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการลงนามในปฏิญญาลอนดอนระหว่างบรรดาผู้แทนรัฐบาลพลัดถิ่นในประเทศอังกฤษ และเสนอให้จัดตั้งองค์การสันติภาพโลก

           2. วันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484)  ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้แถลงการณ์ร่วมกับนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล แห่งอังกฤษ บนเรือประจัญบานออกัสตา เรียกแถลงกราณ์นี้ว่า  "กฎบัตรแอตแลนติก" เพื่อก่อตั้งองค์การสันติภาพ และก่อให้เกิดการร่วมลงนามในปฎิญญาสหประชาชาติ ทำให้เกิดคำว่า "สหประชาชาติ"

           3. วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1943 (พ.ศ.2486) ผู้แทนของจีน สหภาพโซเวียต อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ได้ประชุมหารือ และลงนามในปฏิญญามอสโก

           4. ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1944 ผู้แทนของจีนสหภาพโซเวียต อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับร่างกฎบัตรลงประชามติที่ดัมบาร์ตัน โอ๊ค ชานเมืองกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

           5. วันที่ 4-11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 (พ.ศ.2488) ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ นายกรัฐมนตรีเชอร์ชิล และจอมพลสตาลิน ร่วมประชุมกัน ณ เมืองยัลตา แหลมไครเมีย ในสหภาพโซเวียต เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎบัตรของสหประชาชาติ โดยตกลงกันในเรื่องสิทธิยับยั้งความปลอดภัย

           6. วันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1945 (พ.ศ.2488) มีการประชุมที่เมืองซานฟรานซิโก ระหว่างประเทศต่างๆ จำนวน 50 ประเทศ เพื่อร่วมลงนามในกฎบัตรของสหประชาชาติ

           7. วันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ.2488) กฎบัตรสหประชาชาติได้รับสัตยาบันจากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สหภาพโซเวียต จีน และประเทศส่วนใหญ่ที่ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎบัตรเริ่มมีผลบังคับใช้ ดังนั้น จึงได้มีการกำหนดให้วันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันสหประชาชาติ"

          สมาชิกเริ่มแรกของการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ มีจำนวน 51 ประเทศ (ประเทศโปแลนด์ได้ลงนามเพิ่มอีก 1 ประเทศ)

วันสหประชาชาติสำคัญอย่างไร

          เหตุผลที่กำหนดให้มีวันสหประชาชาตินั้น ก็เพื่อระลึกถึง และเฉลิมฉลองให้แก่การกำเนิดขององค์การสหประชาชาติ โดยให้ตระหนักถึงความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ และความมั่นคงให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ในประเทศคอสตาริกา และ ประเทศเกาหลีใต้ ได้กำหนดให้วันสหประชาชาติเป็นวันหยุดประจำชาติ ส่วนประเทศสวีเดนได้กำหนดให้เป็นวันธงชาติสวีเดน

ทำไมต้องมีองค์การสหประชาติ

           1. เพื่อรักษาสันติภาพของโลก ระงับกรณีพิพาทโดยสันติวิธี โดยอาศัยระบบความมั่นคงร่วมกัน ให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน

           2. เพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยวางอยู่บนรากฐานแห่งความเสมอภาค ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีของมนุษย์ และความกินดีอยู่ดีของทุกคน

           3. เพื่อแก้ไขปัญหาอาณานิคม และสนับสนุนให้ดินแดนอาณานิคมมีเอกราช และอธิปไตย

           4. เพื่อสร้างดุลแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน และรักษาผลประโยชน์ชาติในกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม มนุษยธรรม

           5. เพื่อเป็นศูนย์กลางในการร่วมมือ และประสานงานของชาติต่างๆ

           6. เพื่อพัฒนาสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ

องค์กรหลักของสหประชาชาติ

          องค์การสหประชาชาติประกอบด้วย องค์การหลัก 6 องค์กร ได้แก่

           1. สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( General Assembly ) สมาชิกขององค์การสหประชาชาติทุกประเทศต้องเป็นสมาชิกสมัชชาด้วย สมัชชาจะจัดให้มีการประชุมสมัยสามัญในวันอังคารที่ 3 ของเดือนกันยายน และอาจมีประชุมสมัยพิเศษขึ้นตามโอกาสที่เหมาะสม ในการประชุมแต่ละครั้ง ประเทศสมาชิกมีสิทธิส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมได้ แต่ต้องไม่เกิน 5 คน แต่ละประเทศมีสิทธิ์ออกเสียงได้ประเทศละ 1 เสียง 

          สมัชชาจะประกอบไปด้วยประธานสมัชชา 1 คน รองประธานจำนวน 17 คน โดยจะคัดเลือกจากทวีปยุโรป 3 คน อเมริกาใต้ 3 คน เอเชียและแอฟริกา 7 คน และประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง จำนวน 5 คน (ถ้าประธานมาจากพื้นที่ใด รองประธานจากเขตนั้นต้องลดลงจำนวน 1 คน)

          2. คณะมนตรีความมั่นคง (Security Council) หน้าที่ของคณะมนตรีความมั่นคง คือ การระงับกรณีพิพาทระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถใช้กำลังทหารในการระงับข้อพิพาทกรณีนั้นได้ รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ สอบสวนกรณีพิพาทหรือสาเหตุอันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกันได้ และหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางด้านสันติภาพของโลก คณะมนตรีความมั่นคง ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศ มีสมาชิกถาวร (Permanent Members) 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส และจีน และสมาชิกเลือกตั้ง (Non-permanent Members) อีก 10 ประเทศ และอยู่ในตำแหน่งครั้งละ 2 ปี

           3. คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Council) มีหน้าที่ประสานงานให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมนุษยธรรม ระหว่างสมาชิกประเทศ มีสมาชิกจำนวน 54 ประเทศ อยู่ในตำแหน่งครั้ง ละ 3 ปี

           4. คณะมนตรีภาวะทรัสตี (Trusteeship Council) มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและดูแลการบริหารงานดินแดนที่อยู่ในภาวะทรัสตี สมาชิก และคณะมนตรีภาวะทรัสตีนี้ได้แก่ ประเทศที่ทำหน้าที่ปกครองดินแดนในภาวะทรัสตี สมาชิกประจำคณะมนตรีความมั่นคงและสมาชิกอื่นๆ ที่เลือกตั้งโดยสมัชชา คณะมนตรีภาวะทรัสตีได้ดำเนินนโยบายที่จะให้ประเทศที่อยู่ในภาวะทรัสตี สามารถประกาศตนเป็นเอกราชได้ และสามารถทำสำเร็จมาแล้วหลายประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อยู่ในทวีปแอฟริกา

           5. สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ (The Secretariat) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการบริหารและธุรการขององค์กรต่างๆ ในองค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง และปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสันติภาพของโลก มีเลขาธิการเป็นผู้บริหารงาน อยู่ในตำแหน่งครั้งละ 5 ปี โดยการแต่งตั้งจากมีประชุมสมัชชาใหญ่

           6. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) มีหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานอื่นๆ ในองค์การสหประชาชาติ เช่น ศาลโลก คณะมนตรีความมั่นคง สำนักงานของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตั้งอยู่ที่ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกอบด้วยผู้พิพากษา 15 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 9 ปี โดยการคัดเลือกจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ร่วมกับคณะมนตรีความมั่นคง

ไทย กับ องค์การสหประชาชาติ



สหประชาชาติ



          ประเทศไทยได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1946 (พ.ศ. 2489) นับเป็นสมาชิกสหประชาชาติอันดับที่ 55 จากบรรดาสมาชิกทั้งหมด 192 ประเทศโดย นายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้ชี้แจงเหตุผลการสมัครเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ดังนี้

           เพื่อความมั่นคงของไทย เนื่องจากสหประชาชาติเป็นองค์การที่มีกำลังมากที่สุด ที่สามารถธำรงสันติภาพ และความมั่นคง และให้ความยุติธรรมสำหรับประเทศเล็กๆ อย่างไทย

           เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเก่าแก่ชาติหนึ่ง เนื่องจากการที่เข้าเป็นสมาชิกขององค์การเป็นการยืนยันรับรองฐานะของไทยอีกครั้งหนึ่ง

           ไทยหวังความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ ในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

           เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า ไทยประสงค์จะร่วมมือในการสร้างสันติภาพ และความมั่นคงของโลกอย่างจริงจัง

กิจกรรมในวันสหประชาชาติ

          ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะจัดนิทรรศการเพื่อแพร่ประวัติความเป็นมา และวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และมีการประดับธงของสหประชาชาติตามสถานที่สำคัญๆ ในประเทศต่างๆ

          นอกจากนี้คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคม สำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) ร่วมกับสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้สหประชาชาติ ได้ร่วมกันจัดงานฉลองวันสหประชาชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ผลงานของสหประชาชาติ โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงบทบาท และหน้าที่ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะบทบาท และหน้าที่ในประเทศไทย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- tungsong.com
-
th.wikipedia.org
-
ru.ac.th
-
mfa.go.th

เรื่องอื่นๆ
  1. ทำความรู้จัก พายุงวงช้าง
  2. นุ้ย พกความมั่นใจ โชว์พลังเสียง เป็นศิลปินเดี่ยว
  3. เล้าโลม พร้อมผลักดัน 18+ ต้อนรับการเปลี่ยนแปลง
  4. หมอประเวศ ชี้ สมัคร กลับมาเป็นนายกฯ บ้านเมืองไม่สงบ
  5. ไมค์ เสน่ห์แรง! ดอดควง เอ๋ย ดูหนัง
  6. บัว รับมีแฟน บีม แซวหมั่นไส้ เอาใจเกินเหตุ
  7. Playpark Idol Contest 2008 เฟ้นหา หนุ่ม สาว เกมออนไลน์ แห่งปี
  8. ดาวร้ายส้มหล่น เคลลี่ ยิ้มรับฉายา
  9. กระแต รับรีเทิร์น กอล์ฟ ไม่ซีเรียสภาพกอด
  10. ฟลุค เหงื่อตก เข็นรักไม่ขึ้น

เรื่องน่าสนใจ