ชาวสวนยางผวา โจรไข่หมูก อาละวาดเรียกค่าคุ้มครอง 2 ล้าน

เหตุการณ์ยิงถล่มบ้านในสวนยางพาราเพื่อเรียกค่าคุ้มครองรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น.ของวันที่ 12 ตุลาคม 2551 พ.ต.ท.ปรีชา ฉิมภักดี พนักงานสอบเวรเวร สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มบ้านเลขที่ 79/1 ม.5 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จึงเข้าทำการสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี ใจแกล้ว รอง ผกก.สส.รักษาราชการ ผกก.กำลังชุดสืบาสวนและสายตรวจตำบลเขาพระทอง เข้าทำการสอบสวนในที่เกิดเหตุทันที และรายงานด่วนไปยัง พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช โดยทันทีเช่นกัน
ในที่เกิดเหตุพบบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ภายในสวนยางพาราขนาดใหญ่สภาพถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามผนังปูนมีรอยกระสุนหลายจุด ภายในบ้านพบผู้เสียหายซึ่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตื่นตระหนกทราบชื่อต่อมาว่า นายสงวนศักดิ์ สุวรรณ อายุ 31 ปี แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงถล่มในขณะที่เตรียมตัวจะออกไปกรีดยาง จึงไม่กล้าออกไปและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือ
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรอบบริเวณบ้านพบหลักฐานเป็นปลอกกระสุนปืนเอเค 47 หรือที่รู้จักในนามอาการ์ ซึ่งเป็นอาวุธสงครามร้ายแรง ตกอยู่รวม 6 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบจดหมายถูกทิ้งไว้หน้าบ้านหลังดังกล่าว 1 ฉบับเป็นจดหมายที่เขียนขึ้นด้วยลายมือ มีข้อความว่า "กราบเรียนพ่อแม่พี่น้อง ห้ามกรีดยางในสวนนี้จนกว่าเจ้าของจะปฏิบัติตามเงื่อนไข ในการจ่ายค่าคุ้มครองเป็นเงิน 2 ล้านบาท" ลงชื่อ ไอ้ไข่หมูก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน
ขณะที่นายสงวน ศักดิ์สุวรรณ ผู้ที่อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นเพียงคนงานที่รับจ้างกรีดยางและเฝ้าสวนยาง สวนยางในที่เกิดเหตุนั้นเป็นของนายกชกร แสงรุ่ง อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุอดีตข้าราชการครูที่ลาออกแล้วมาทำสวนเป็นอาชีพหลัก ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุนั้นนายกชกร ไปทำสวนที่ จ.พิษณุโลก ที่ได้ไปซื้อที่ดินลงทุนทำสวนยางพาราไว้ด้วยเช่นกัน
ต่อมาช่วงเช้าวันเดียวพล.ต.ต.สราวุธ พีรานน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.มนตรี ใจแกล้ว รอง ผกก.สส. รักษาการ ผกก. ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในบริเวณสวนยางพาราที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าในสวนยางพารา ส่วนหนึ่งถูกตัดฟันทำลายไปรวม 70 ต้น เป็นยางอายุ 3 - 5 ปี พร้อมที่จะเปิดกรีดในอีกไม่นานนัก และพบหลักฐานเพิ่มเติมเป็นจดหมายเรียกค่าคุ้มครองเนื้อหาเดียวกันกับที่พบหน้าบ้านถูกผูกติดไว้กับต้นยางพารา เจ้าหน้าที่วิทยาการจึงเก็บตามขั้นตอนการเก็บหลักฐานทางคดี
พ.ต.ท.มนตรีใจแกล้ง รอง ผกก.สส.รักษาราชการแทน ผกก.เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายสงวนศักดิ์ คนงานเฝ้าสวนยางพาราได้ความว่าไม่เห็นคนร้ายขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนเท่านั้น ส่วนเจ้าของสวนยางพารานั้นเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อแล้วคือนายกชกร แสงรุ่ง ซึ่งได้ทำสวนอยู่ที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ในระหว่างเดินทางกลับนครศรีธรรมราชหลังจากทราบเรื่อง เบื้องต้นทราบว่าสวนยางในที่เกิดเหตุทั้งหมดนั้นมีเนื้อที่กว่า 70 ไร่ เริ่มเปิดกรีดแล้วบางส่วน และสวนยางดังกล่าวตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลนั้นเชื่อว่าเป็นการเรียกค่าคุ้มครอง
รักษาการผกก.สภ.ชะอวดกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทาง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ตั้งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจและส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ 1 ชุด และส่วนของ สภ.ชะอวดได้ตั้งชุดสืบสวนไล่ล่า 1 ชุด รวมทั้งชุดรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านไปประจำอยู่ในสวนยางต่างๆ เพื่อความอุ่นใจของประชาชนหลังจากที่ชาวสวนยางในละแวกนั้นทราบข่าวหลายคนอยู่อาการหวาดผวาเกรงกลัวกิตติศัพท์ของไข่หมูก
มีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มที่เรียกค่าคุ้มครองจะเป็นกลุ่มของนายเจิม เซ่งเอียด อายุ 57 ปี เจ้าของฉายา จอมโจรไข่หมูก เนื่องจากการติดตามข้อมูลทางคดีพบว่า นายเจิมต้องหมายจับในคดีเรียกค่าคุ้มครองในท้องที่ สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีพฤติการคล้ายกันคือการทำลายต้นยางแล้วเรียกค่าคุ้มครอง โดยมีถูกจับกุมแล้วคือ นายณัฐภูมิ หรือบอย ภูมิพันธ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ผู้ต้องหาเรียกค่าคุ้มครอง ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงนายเจิม ถูกจับขณะมารับเงินค่าคุ้มครองส่วนนายเจิมวิ่งหลบหนีไปได้ ซึ่งขณะนี้หมายจับนายเจิมมีแล้วออกโดยศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกคดีมีการเรียกค่าคุ้มครองที่ท้องที่ สภ.รัษฎา จ.ตรัง ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมออกหมายจับ รวมทั้งในคดีนี้
พ.ต.ท.มนตรี ใจแกล้ว รอง ผกก.สส.รักษาราชการ ผกก.สภ.ชะอวดกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ทำประกาศหมายจับของเจ้าหน้าที่ออกเผยแพร่ ซึ่งเบื้องต้นนั้นใช้หมายจับของ สภ.ท่าชนะ โดย พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ประกาศตั้งค่าหัวไว้ในเบื้องต้นมูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นรางวัลในการชี้เบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้
ด้านพล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ล่าสุดนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการณ์พิเศษลงพื้นที่ในการไล่ล่านายเจิม เซ่งเอียด ขณะเดียวเพื่อความอุ่นใจของประชาชน สุจริตชนในพื้นที่ชะอวดด้วย ในทางการติดตามนั้นตำรวจนครศรีธรรมราช ได้ประสานข้อมูลกับตำรวจพัทลุงในการไล่ล่าอีกส่วนหนึ่ง
ส่วนผู้เสียหายนั้นเราคุยในเชิงลึก พบว่า นายเจิมได้ข่มขู่เขามาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงขั้นเขาหวาดกลัวอย่างหนักต้องหลบไปทำสวนอยู่ที่พิษณุโลก ข้อมูลนี้เราจึงปักใจว่าคนร้ายจะเป็นนายเจิม หรือไข่หมูก เซ่งเอียด อย่างแน่นอน
"เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งค่าหัวไว้ที่ 50,000 บาท ซึ่งไม่อยากตั้งมากเนื่องจากเกรงว่าจะถูกมองว่าให้ความสำคัญ แต่ถ้าใครสนใจจะเพิ่มรางวัลตรงนี้สามารถพูดคุยกับผมได้ยินดี แต่จุดประสงค์หลักคือเราต้องการเบาะแสในการติดตามตัวนายเจิมเป็นอาชญากรที่ค่อนข้างปราดเปรียว และมีแนวโน้มว่าจะไม่ยอมให้ถูกจับกุมง่ายๆ หากนายเจิมถูกติดตามจนเจอตัวและขัดขืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็พร้อมที่จะเข้าไปหยุดนายเจิม แต่ถ้ายินดีที่จะแสดงตัวเข้าต่อสู้คดีเราพร้อมที่จะให้โอกาส" ผบก.นครศรีธรรมราชกล่าว
สำหรับนายเจิมเส้งเอียด อายุ 57 ปี หรือ ไข่หมูกนั้นช่วงที่พ้นโทษได้มาอุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดในเตา จ.ตรัง มีฉายาคือ พระจันทธรรมโม ซึ่งต่างเป็นที่กล่าวขานถึงประวัติความโชกโชนในวงการอาชญากรรม มีประวัติเป็นอดีตมือฆ่า 32 ศพ แห่งอำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง อดีตจอมโจรเรียกค่าไถ่ เรียกค่าคุ้มครองชื่อดังของภาคใต้ ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเรือนจำนานถึง 27 ปี ด้วยความสำนึกผิดเมื่อพ้นโทษออกมาจึงตัดสินใจบวชพระหนีทางโลกเข้าสู่ทางธรรมที่วัดในเตา จังหวัดตรัง
ตามประวัติอาชญากรรมไข่หมูก เริ่มก่อคดีตั้งแต่ปี 2519 เริ่มมีคดีเรียกค่าไถ่และเรียกค่าคุ้มครองตั้งแต่ปี 2531 จนกระทั่งถูกจับกุมปี 2534 และแหกคุกเรือนจำจังหวัดพัทลุงในปี 2537 หลบหนีลอยนวลเย้ยตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่หลายเดือน ก่อนจะเข้ามอบตัวเพื่อต้องการเงินรางวัลนำจับตัวเองจำนวน 400,000 มาช่วยครอบครัวของตัวเองที่กำลังตกภาวะลำบาก หลังจากที่พ้นโทษได้บวชอยู่ระยะหนึ่งหลังจากสึกออกจากสมณเพศ ได้ออกจากวัดในเตาเงียบหายไป จนมาปรากฎเป็นข่าวอีกครั้งในการเรียกค่าคุ้มครองที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.รัษฎา จ.ตรัง ก่อนที่ จะเกิดขึ้นอีกครั้งที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล