สมาชิกพันธมิตรกรูหนีแก๊สน้ำตาของตำรวจ
สมาชิกม็อบพันธมิตรขาขาดหลังวินาทีตำรวจยิงแก๊สน้ำตา
เจ้าหน้าที่กาชาดเข้าช่วยเหลือพันธมิตรผู้ขาขาด
บทความโดย หมอเวรรามา..คนหนึ่ง..
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Forward mail จาก นพ.อิทธพร คณะเจริญ
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์ โดย วรพงษ์ เจริญผล ช่างภาพมติชน
ณ โรงพยาบาล รามาธิบดี
เช้าตรู่วันอังคารที่ 7 ตุลาคม เวลาประมาณ 06.00 น. กว่าๆ ขณะนั้น ผมกำลังราวด์คนไข้ (การเดินดูอาการผู้ป่วยตอนเช้า) ในวอร์ดกระดูกตามปกติ
กระทั่งประมาณ 07.00 น. ก็มีโทรศัพท์จากห้องฉุกเฉิน รายงานเข้ามายังแพทย์เวรว่า มีผู้ป่วยแขนและขา ขาดมาที่ ER (emergency room) จากนั้นก็มีประกาศฉุกเฉินจากทางโรงพยาบาลว่า ขณะนี้ให้ทีมแพทย์และพยาบาล เตรียมแผนรับมือกับผู้ป่วยบาดเจ็บจำนวนมาก
ผม ในฐานะแพทย์เวรคนหนึ่ง ก็วิ่งลงไปดูที่ ER ภาพที่เห็นคือ . . . คนจำนวนมาก มีเลือดออกตามตัว ตามหัว แขน และขา มาออเต็มหน้า ER พอเดินเข้าไปใน ER ก็ต้องแสบตา เนื่องจากควันจากแก๊สน้ำตาที่ติดมากับตัวคนไข้ ยังไม่จาง กลายเป็น ER วันนั้นจึงเห็นทั้งแพทย์ พยาบาล ร้องไห้กันเป็นแถว (เหตุเพราะแก๊สน้ำตา)
ผมเองก็เป็นครั้งแรก ที่เจอกับเจ้าแก๊สนี้ (ปกติเคยแต่ดูกับได้ยินทางทีวี) ขอบอกว่า แสบตามากๆ น้ำตาไหลพรากๆ เลย ต้องหาแว่นกับ mask มาใส่
จากนั้นผมก็เดินเข้าไปดูอาการคนไข้ ที่แจ้งว่า มือ และเท้าขาด จึงรีบนำเข้าห้องผ่าตัดด่วนเลย (ใครที่อ่านเคยเห็นภาพผู้ชายที่เท้าขาดนอนอยู่ แล้วมีคนชุดเหลืองมานั่งข้างๆ นั่นแหละ . . . คนนั้นเลย)
หลังจากนั้นประมาณสัก 10 นาที คนไข้ก็มาถึงห้องผ่าตัด ตอนนั้นห้องผ่าตัดเปิด 2 ห้อง ห้องหนึ่งผ่าตัดเท้า ส่วนห้องผมผ่าตัดมือ
ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ผ่าตัดเสร็จ
. . . เวลาราวๆ 09.00 น. นิดๆ . . . ผมออกมาดูที่ ER อีกที ก็เรียบร้อยไม่มีคนไข้มาแล้ว ก็ทำงานตามปกติ
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายลุงคนที่ผมตัดมือไปก็ขอออกจากโรงพยาบาลไปเอง (ตอนแรกบอกว่าจะขอกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน) แต่แล้วก็ไปขึ้นเวทีพันธมิตรตอนเย็น อย่างที่เป็นข่าว . . . ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้แผลที่ตัดไปเป็นไงมั่ง ติดต่อไม่ได้อีกเลย
วันนั้นผมไม่มีเวรแล้ว (เวรผมคืนวันที่ 6 ตุลาคมจะมาหมดกะตอน 08.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ) พอตอนเย็นสัก 16.00 น. ก็เลิกงาน วันนั้นไม่มีเวร เลยว่างหน่อย เข้าฟิตเนส (ในโรงพยาบาลนั้นแหล่ะ เขามีฟิตเนสให้เจ้าหน้าที่)
ระหว่างที่กำลังวิ่งบนสายพาน ก็ดู TV ไปด้วย ก็มีภาพข่าวกำลังชุลมุนเลย ไม่ทันคิด ก็มีเสียงรถพยาบาลจำนวนมากวิ่งมา แล้วก็มีเสียงประกาศภาวะฉุกเฉิน แบบเมื่อเช้าเลย ในใจผมก็คิด เอาอีกแล้วตู สงสัยงานเข้าก็เข้าจริงๆ ครับ
เวลาประมาณสัก 18.00 น. กำลังกินข้าวอยู่ เพื่อนผมที่อยู่เวรวันนั้นก็โทรมาบอกว่า ต้องการคนช่วยด่วน ใครที่ไม่ได้อยู่เวร และไม่ได้ออกไปไหน ให้มาช่วยกันที่ ER ด่วน!!! ผมก็เลยเปลี่ยนเสื้อไปดูที่ ER
เอาอีกแล้วครับแก๊สน้ำตาอีกแล้ว แต่คราวนี้ดีหน่อย ที่ทางโรงพยาบาลตรียมพวกเครื่องดูดควันกับหน้ากากให้เรียบร้อย แต่ตอนเย็นนี้หนักกว่าตอนเช้าครับ คือมีคนมาเพียบเลยครับทั้งขาหัก แผลเหวอะ ขาขาด โดนสะเก็ดอะไรก็ไม่ทราบได้ ไม่ขอพูดถึง. . . มากันเต็มเลย
ตอนผมไปถึงนั้น เพื่อนบอกว่า มีคนไข้ขาขาด ตอนนี้อยู่ห้องผ่าตัดแล้ว 2 คน กำลังผ่ากันอยู่คนไม่พอเลยตามผมมาช่วย ที่ ER ตอนนั้นมีคนไข้ ขาหัก แผลเปิดรุ่งริ่งอีกคน ผมเลยต้องรับหน้าที่ผ่าตัดเคสนี้ เพราะเพื่อนต้องอยู่ standby ที่ ER
ตอนนั้นที่ ER คนเยอะมาก ทั้งนักข่าว ทั้งคนไข้ ทั้งญาติ และรวมถึงไทยมุง ระหว่างกำลังไปห้องผ่าตัด ก็มีคนไข้ด่วนมาเป็นผู้หญิง เห็นพยาบาลบอกว่า มีแผลขนาดใหญ่ที่หน้าอกด้านซ้าย ไม่หายใจแล้ว ผมมองตามไป แต่ก็มีทีมแพทย์อื่นๆ ที่ ER ช่วยชีวิตกันอยู่ ผมก็เลยไม่ได้เข้าไปดู เพราะต้องไปเข้าห้องผ่าตัด สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ลงข่าวว่าถูกอะไรสักอย่างที่หน้าอก เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลรามาธิบดี (แต่จริงๆ ก็เสียระหว่างทางนั่นแหละ)
เวลาประมาณ 20.00 น. ผมก็ได้เข้าห้องผ่าตัดอีก โดยมีคนไข้ สภาพขาซ้ายหักสองท่อน แผลเปิดเหวอะ ขาขวา มีแผลเหวอะ แต่กระดูกไม่หัก รอรับการช่วยเหลือ มีทีมแพทย์เข้าสองทีม ทีมหนึ่งทำขาข้างซ้าย ส่วนผมทำข้างขวา . . . ประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จ
ออกมาประมาณ 23.00 น. แล้ว ไปดูที่ ER ก็เริ่มสงบแล้ว เลยกลับไปนอน . . . หลับเป็นตายเลย ตั้งแต่ 06.00 น. ยัน 23.00 น. (พรุ่งนี้ต้องอยู่เวรอีกด้วย)
ก่อนหลับก็ภาวนาว่า "ขออย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย"





