HILIGHT NEWS

แผ่นดินทรุด-น้ำท่วมไทย กับภัยโลกร้อน

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

โลกร้อน



แผ่นดินทรุด-น้ำท่วม ป่าชายเลนหดหาย เรื่องเดียวกับ "โลกร้อน"

          ปัญหา "โลกร้อน" กับผลกระทบวงกว้างเป็นที่โจษขาน เป็นหัวข้อพูดกันมาต่อเนื่อง รวมถึงสำนักวิทยาศาสตร์ราชบัณฑิตไทย ยังต้องจัดให้มีการประชุมราชบัณฑิตพร้อมการบรรยายเรื่อง "ผลกระทบจากโลกร้อน ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทย" โดย ดร.สนใจ หะวานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการทรัพยากรทางชายฝั่งและป่าชายเลน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนสมฤดี จังหวัดสมุทรสาคร

          ดร.สนใจสร้างความเข้าใจในเรื่องโลกร้อนว่า มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลไทย ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นกว่า 1 องศาเซลเซียส ซึ่งในอดีตโลกปรับตัวมาได้ แต่ปัจจุบันมีการเติบโตของอุตสาหกรรมมากขึ้น ปริมาณก๊าซเสียเพิ่งขึ้น คาดว่าภายในศตวรรษที่ 21 จะมีอุณหภูมิสูงอีกร่วม 6 องศาเซลเซียส นำไปสู่การเกิดพายุหมุนและความปั่นป่วนทางธรรมชาติมากขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนหมด ส่งผลกระทบต่อน้ำทะเลสูงมากขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลต่อการผลิตอาหารจากธรรมชาติ แหล่งน้ำในหน้าร้อนจะหมดไป โรคระบาดจะรุนแรงยุงจะเพิ่มมากขึ้น แผ่นดินไหว รอยเลื่อนจะได้รับการกระทบกระเทือนมากขึ้น แผ่นดินไหว สึนามิจะมากขึ้น ภูเขาไฟจะระเบิดบ่อยขึ้น และอาจมีเมกกะสึนามิ จนส่งผลกระทบไปถึงที่สูง นั่นคือ ฝนตกมากขึ้น และมีน้ำท่วมในแถบที่สูงด้วย

          จากการสำรวจและรวบรวมได้พบว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลไทยมีดินทรุดตามปากแม่น้ำ โดยพื้นที่ปากน้ำเจ้าพระยา (ทรุดลง 20 มิลลิเมตร/ปี) แม่กลอง (ทรุดลง 15 มิลลิเมตร/ปี) ท่าจีน (ทรุดลง 42 มิลลิเมตร/ปี) และยังพบว่าในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ มีการทรุดตัวลงปีละ 30 มิลลิเมตรด้วยเช่นกัน

          "แม้ว่าภาวะโลกร้อนอาจยังไม่ส่งผลโดยตรงถึงเมืองไทยในเวลานี้ แต่ที่มีผลคือ ลม คลื่นที่แรงขึ้นมีการกัดเซาะชายฝั่งที่ยาว 2,815 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัด พบว่า ในบริเวณทางอ่าวไทยมีพื้นที่วิกฤตที่มีการกัดเซาะเฉลี่ยมากกว่า 5 เมตร/ปี มีอยู่ใน 12 จังหวัด รวมความยาว 180.9 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยงที่มีอัตรากัดเซาะ 1-5 เมตร/ปี ใน 14 จังหวัด อีก 305.1 กิโลเมตร ส่วนทางอันดามันมีพื้นที่วิกฤตที่มีการกัดเซาะเฉลี่ยมากกว่า 5 เมตร/ปี มีอยู่ใน 5 จังหวัดรวมความยาว 23 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยงที่มีอัตรากัดเซาะ 1-5 เมตร/ปี ในทุกจังหวัดอีก 90.5 กิโลเมตร ปัญหามาจากการใช้ประโยชน์ไม่เหมาะสม ปริมาณตะกอนสะสมน้อยลง การพัฒนาใช้ที่ดินขาดระบบข้อมูลพื้นฐานมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติสูง" ดร.สนใจระบุ
 
          ผู้เชี่ยวชาญคนดังกล่าวระบุด้วยว่า เมื่อสรุปภาพรวมของรายจังหวัดที่ประสบปัญหามากพบว่าที่ จังหวัดสมุทรปราการชายฝั่งถูกกัดเซาะไปกว่า 8,575 ไร่ ความยาว 32.87 กิโลเมตร ,กรุงเทพฯ 1,612 ไร่ ยาว 4.8 กิโลเมตร, สมุทรสาคร 1,306 ไร่ ยาว 26.37 กิโลเมตร รวมทั้งประเทศมีถึง 11,768 ไร่ โดยพบว่าพื้นที่กัดเซาะรุนแรงอยู่ในพื้นที่แหลมฟ้าผ่า-ปากน้ำท่าจีน คลองด่าน-สมุทรปราการ บางพลัด กาหลง ฯลฯ

          "แถบสมุทรสาครป่าชายเลนอาจหมดไปเร็วๆ นี้ เพราะการทำนากุ้ง มีการขุดดินตะกอนจากนากุ้งที่เข้ามาจากทะเลไปขาย ไปถมที่อื่น ซึ่งจะมีการทำกันเช่นนี้ในนากุ้งทุกแห่ง ทำให้ดินตะกอนชายฝั่งหายไป และเคยพบว่าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่มีพื้นที่ดินตะกอนเหลืออยู่เลยเมื่อไม่กี่ปีก่อน ยิ่งเมื่อรวมกับการกัดเซาะตามธรรมชาติ ก็ยิ่งทำให้ไม่มีการทำแนวป้องกันชายฝั่ง" นายสนใจกล่าว และว่า การแก้ไขนั้น คงต้องเน้นลงที่ภาคประชาชนให้ตื่นตัว และตระหนักต่อความสำคัญของการอนุรักษ์ชายฝั่ง ปลูกป่าเพื่อรักษาพื้นที่ชายฝั่งไว้ให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกับที่จะต้องหามาตรฐานทางกฎหมาย และภาครัฐให้มากขึ้น

          "มีการนำเอาไม้ไผ่รวกไปเสียบไว้เป็นระยะเพื่อแก้ปัญหาตลอดแนว แต่พบว่ามีปัญหา เพราะขนาดเล็กเสียหายเร็ว แต่ถ้าแก้โดยการทำสองชั้นจะช่วยแก้ปัญหาได้ ลดการกัดเซาะเพิ่มปริมาณตะกอน ที่น่าสนใจคือ กรณีพระสมุทรเจดีย์ ปากน้ำ มีการนำเสาไฟฟ้ามาปัก ใช้ยางรถยนต์เก่ามาสวม 7 ชั้น จากปี 2548 มาห่างกัน 1.5 เมตร พบว่าลดการกัดเซาะลงไปได้ เพิ่มตะกอนมากขึ้นตุลาคม 2550 ตะกอนเพิ่ม 7 ซม. แต่ยังไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ดี" นายสนใจกล่าว

          ดร.สันทัด โรจนสุนทร ประธานสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตสถาน กล่าวว่า ราชบัณฑิตเห็นความสำคัญของปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลถึงการกัดเซาะที่ดินชายฝั่งของไทย จึงได้มาจัดประชุมนอกพื้นที่เป็นครั้งแรกของราชบัณฑิต และไปศึกษาข้อมูลการปลูกป่าชายเลนภาคประชาชน ที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงปลูกไม้ป่าชายเลนด้วยพระองค์เองหลายครั้ง ทรงเป็นผู้นำในเรื่องนี้ จนชาวบ้าน หน่วยงานราชการ เอกชนตื่นตัว และร่วมมือกัน เกิดความเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนของสมุทรสงครามอย่างมาก จนวันนี้ได้มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นหลายพันไร่ จากเดิมที่แทบไม่มีเหลือเลย


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 



เรื่องอื่นๆ
  1. ตะลึง! นมยี่ห้อดัง พบเมลามีนเกินถึง 37 เท่า
  2. กาละแมร์ แย้มมีคนจีบ เมิน พีเค ควง จูน
  3. เตือนภัย! แมงกะพรุนกล่อง ถึงตาย
  4. สาวออสซี่ อาบแดดโชว์เบอร์!
  5. เปรม ปัดควงสาว อ้างแฟนเพื่อน
  6. ได้ฉายา อติพโล พระฮีโร่สมจิตร!
  7. ภาพที่เขียนด้วยตา
  8. เลิกป้ายแยกห้องน้ำชาย-หญิง เพื่อความเท่าเทียม
  9. เศร้าใจ! ช้างพลายบุญมี ถูกรถชนตายคาที่ขณะข้ามถนน
  10. พรรคร่วมยังเหนียวแน่น นายกฯ ไม่ได้ยินปฏิวัติ

เรื่องน่าสนใจ