
ปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา ถูกหยิบยกขึ้นไปเป็นประเด็นเจรจานอกรอบแบบทวิภาคี ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรปหรืออาเซม ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 24-25 ต.ค. นี้ โดยฝ่ายไทยมีทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศเป็นตัวแทนในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับทางกัมพูชา ในขณะที่ระดับภูมิภาค ก็มีการเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างตัวแทนฝ่ายกัมพูชา และ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย ที่จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
ทั้งนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค. สำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์ที่เกาะติดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซม รายงานว่าการประชุมนอกรอบแบบทวิภาคีระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีไทย และสมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันว่าจะแก้กรณีพิพาทตามแนวพรมแดนด้วยสันติวิธี จะหลีกเลี่ยงป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันอีก ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการเจรจา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศของไทยแถลงว่า ไทยและกัมพูชาไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนบ้านกันเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันด้วย ทั้งสองฝ่ายต้องเตือนทหารของตนไม่ให้เผชิญหน้ากันอีก ส่วนสมเด็จฮุน เซน เองก็กล่าวว่าเหตุที่เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่ สิ่งที่ทั้ง 2 ประเทศต้องการ มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ควบคุมไม่ได้ในเวลานั้น แต่เมื่อสิ่งต่างๆผ่านเลยมาถึงจุดนี้ ก็ต้องเตือนไม่ให้ทหารของตนเผชิญหน้ากันอีกต่อไป
ด้านนายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ร่วมแถลงข่าวกับนายสมพงษ์ในทำนองเดียวกันว่า บรรยากาศการเจรจาระหว่างนายกฯไทยและกัมพูชาดีมากและเป็นมิตรมาก ไทยและกัมพูชากำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ปัญหาพรมแดนของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่อยู่บนทิศทางที่ดีเพื่อปรับปรุงความเป็นเพื่อนบ้านและความร่วมมือกันด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายต้องแก้ด้วยสันติวิธีและไมตรีจิต เพื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้านของเรา ทั้งสองฝ่ายยังย้ำว่าจะพยายามใช้กลไกทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อแก้กรณีพิพาทพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อนให้ได้
ส่วนการประชุมชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ที่ จ.เสียมราฐ ในกัมพูชาวันเดียวกัน โดยตัวแทนฝ่ายไทยมี พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะและผู้ว่าราชการ 4 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชาเข้าร่วมประชุม ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.ท.เจีย มอน ผบ.ส่วนภูมิภาคที่ 4 เป็นผู้นำการเจรจานั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเป็นไปด้วยดีเช่นกัน โดยกองทัพไทยแถลงหลังการประชุมว่าการประชุมบรรลุผลตามเป้าหมาย กล่าวคือสามารถพัฒนาความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองทัพไทย-กัมพูชา โดยมีจุดประสงค์ลดความตึงเครียดบริเวณพรมแดน ที่ประชุมยังหารือเรื่องอื่นๆ รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติดร่วมกันด้วย
ขณะที่ พล.ท.เจีย มอน แถลงหลังการประชุมว่า ในประเด็นพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นต่อกันว่าจะใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการปะทะกันอีก ทั้งสองฝ่ายจะประชุมหารือกันต่อไปเพื่อแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อลดความตึงเครียดลงทีละน้อย
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทยและสื่อต่างชาติ เรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในข้อตกลงด้านพรมแดนต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งข้อตกลงที่ระบุว่าพื้นที่แนวหน้าบางส่วนตั้งอยู่จุดใด ไปจนถึงกรอบการเจรจาเพื่อปักปันเขตแดน แถลงการณ์ยังระบุว่า กัมพูชายังยึดมั่นในพันธกรณีไม่รุกล้ำเขตแดนไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และหวังว่าไทยจะทำเช่นเดียวกัน
ทางด้าน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาค ที่ 2 กล่าวว่า บรรยากาศการเจรจากับกัมพูชาเป็นไปอย่างฉันมิตร ทำให้ความตึงเครียดบริเวณพรมแดนผ่อนคลายลง แต่ฝ่ายไทยขอเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่าที่ตั้งของทหาร ไทยที่ประจำการอยู่ตามพรมแดนอยู่ภายในเขตแดนไทยอย่างชัดเจน และไทยจะไม่ปรับถอนกำลังทหารจากที่ตั้งดังกล่าว สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ข้อตกลงใดๆในการเจรจากับกัมพูชาจะต้องให้รัฐสภาไทยรับรองเสียก่อนในวันอังคารที่ 28 ต.ค.นี้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาในขั้นต่อไปในวันที่ 10 พ.ย.นี้
บ่ายวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้แจกเอกสารการแถลงข่าวของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ และนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ที่ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการหารือระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการพบระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 7 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยฝ่ายไทยเห็นพ้องตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่เสนอใน 4 หลักการคือ
1. จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะหรือเผชิญหน้าระหว่างกันอีก
2. จะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหาและส่งเสริมความ ร่วมมือระหว่างกัน
3. สานต่อความร่วมมือที่มีอยู่และพัฒนา ความร่วมมือด้านใหม่ควบคู่ไป
4. จะร่วมกันสนับสนุน ความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคและกรอบภูมิภาคต่างๆ
ทั้งนี้ หากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคหรืออาร์บีซี มีข้อยุติที่ดีก็อาจนำมาใช้เป็นแนวทางแก้ ปัญหาตลอดแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศทั้งหมด
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





