

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ในที่สุดเมื่อวานนี้ (12 พฤศจิกายน) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงเปิดใจลาออกแล้ว ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้ว่า นายอภิรักษ์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรณีสั่งเปิดแอลซี (L/C-Letter of Credit) คดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกรวม 10 ราย
มีรายงานข่าวว่า การหารือระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นไปอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากนายสุเทพพร้อมด้วยทีมรองผู้ว่าฯ กทม. ไม่ต้องการให้นายอภิรักษ์แสดงสปิริตด้วยการลาออก จนกว่าศาลฎีกาฯ จะมีคำวินิจฉัย
ขณะเดียวกัน แกนนำพรรคหลายคนไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เนื่องจากที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องการแสดงสปิริตและจริยธรรมทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชนมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้นายอภิรักษ์ลาออกจากเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เพื่อรักษาความเป็นสถาบันพรรคการเมือง พร้อมทั้งยกตัวอย่างในอดีต กรณี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรค และ รมว.มหาดไทย ก็ประกาศลาออกจากเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทยด้วย ดังนั้นพรรคจึงต้องยึดตามแนวทางดังกล่าวเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป
ทางด้าน นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังนายอภิรักษ์ลาออกจากตำแหน่งว่า ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารสภาท้องถิ่น พ.ศ.2545 ระบุว่า เมื่อผู้ว่าฯ กทม.ลาออกจากตำแหน่ง จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่คาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 11 มกราคม 2552 เพราะช่วงเดือนธันวาคมไม่ค่อยสะดวกในการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากมีงานเฉลิมพระชนมพรรษา และช่วงปลายเดือนก็มีงานฉลองคริสต์มาส และงานปีใหม่ ทั้งนี้ กกต. กทม. จะเป็นผู้กำหนดวันรับสมัคร และวันเลือกตั้งที่ชัดเจนอีกครั้ง
"สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่นั้น นายอภิรักษ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นการลาออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่ถูก กกต. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) เนื่องมาจากการทุจริตง ซึ่งในการจัดการเลือกตั้งนั้น กกต.กทม.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ประมาณ 154 ล้านบาท เท่ากับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในวันที่ 5 ตุลาคม" นายประพันธ์กล่าวและว่า เลือกตั้งครั้งใหม่อาจมีผลกระทบบ้าง เพราะเพิ่งผ่านมาไม่นาน
นายพิงค์ รุ่งสมัย ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ข้อร้องเรียนของนายอภิรักษ์ทั้งหมด 4 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.กทม.ก็จะพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป โดยท้ายที่สุดหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดจริงที่จะต้องถูกให้ใบแดง และจะมีผลให้ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ต้องจ่ายชดเชยค่าจัดการเลือกตั้งใหม่จำนวน 154 ล้านบาทด้วย ทั้งนี้ จะส่งผลให้นายอภิรักษ์อาจต้องจ่ายค่าจัดการเลือกตั้ง หลังจากที่มีการลาออกครั้งนี้ด้วย
ขณะที่ นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และคณะประมาณ 10 คน ได้เดินทางมายังลานคนเมืองศาลาว่าการ กทม. เพื่อเรียกร้องให้นายอภิรักษ์รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคดีดังกล่าว โดยนางลีน่า จัง แต่งกายด้วยชุดสีชมพู เพื่อแสดงถึงความรักและความบริสุทธิ์ อีกทั้งนำธูปขนาดใหญ่จำนวน 9 ดอก มาจุดสาปแช่งนายอภิรักษ์และผู้ที่สร้างความเสียหายให้แก่ กทม.รวม 9 คน ให้ติดคุกและรับผลกรรมที่ก่อขึ้น
ด้าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวฝากแสดงความเสียใจต่อนายอภิรักษ์ และบอกด้วยว่า เคยเตือนนายอภิรักษ์แล้วว่าไม่เหมาะสมที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ต่ออีกสมัย เพราะยังติดปัญหาคดีดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เสียงบประมาณในการเลือกตั้งหากถูกชี้มูลความผิด
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ก็ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย โดยต้องขอโทษประชาชน เพราะเป็นผู้ที่มาค้ำประกันว่านายอภิรักษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันเงินที่ใช้เงินในการจัดการเลือกตั้งจำนวน 150 ล้านบาท หากนายอภิรักษ์ประกาศลาออกจริงพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
นายชูวิทย์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของตนเองว่า เบื้องต้นต้องมีความชัดเจนว่านายอภิรักษ์จะดำเนินการอย่างไร แต่ที่คิดไว้ หากจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกครั้ง ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะร่วมมือกับนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ต้องคุยกันให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ อย่างไรก็ตาม มีข้อแม้ว่านายประภัสร์จะต้องลงสมัครในนามอิสระ เพราะตนจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคพลังประชาชนแน่นอน เพราะหากแยกกันลงก็คงแพ้อีกเช่นเดิม
ขณะที่นายประภัสร์ให้สัมภาษณ์ว่า คงต้องรอให้พรรคพลังประชาชนประสานมาก่อนจึงจะตัดสินใจว่าจะลงสมัครหรือไม่ แต่ยังยืนยันว่าหากจะให้ลงก็ต้องให้อิสระ เพราะตนไม่ได้สังกัดพรรคพลังประชาชน





