






งดงามในความเศร้า พสกนิกรไทยร่ำไห้ เตรียมใจส่งเสด็จพระพี่นางฯ
ภาพพระเมรุที่สวยงามวิจิตรตระการตา สีเหลืองทองอร่าม ตั้งตระหง่านอยู่กลางท้องสนามหลวงมีพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า หลั่งไหลเดินทางเข้าไปชมความงดงามกันอย่างเนืองแน่น ด้วยสองความรู้สึกที่ได้มาดูด้วยตาของตัวเอง ความรู้สึกแรกมีความสุข ชื่นชมในความวิจิตรงดงามของพระเมรุที่จัดสร้างได้สมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แต่อีกหนึ่งความรู้สึกคือ ความเศร้าและอาลัยกับวันพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้
ข้าแผ่นดินหลายต่อหลายคนที่เดินทางมาชมความงดงามของพระเมรุนั้น ต่างแสดงออกถึงความรู้สึกจงรักภักดีระคนกับความเศร้าอาลัย บางคนก้มลงกราบพระเมรุ บางคนมองพระเมรุด้วยสีหน้าอิ่มสุขแต่ก็ห้ามน้ำตาแห่งความรักและอาลัยไม่ได้เหมือนกัน กับวันพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เหมือนกับความรู้สึกของหญิงสูงวัย ชาวอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อย่าง นางหัตถ์ ดอกยี่สุ่น วัย 70 ปี แม้ตาข้างขวาจะมองไม่เห็น แต่ก็มีความตั้งใจที่จะเดินทางมาชมพระเมรุ โดยนางหัตถ์บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาชมพระเมรุของจริง เพราะที่ผ่านมาก็ดูทางโทรทัศน์ พอมาเห็นของจริงรู้สึกว่ามีความงดงามมาก เหมือนกับสรวงสวรรค์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จะเสด็จขึ้นไปประทับ เพราะพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมากมายเหลือเกิน
"แม้จะมีความสุขที่ได้เห็นความงดงามของพระเมรุ แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ในวันพระราช ทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียพระองค์ไปอย่างไม่มีวันกลับ" นางหัตถ์บอกพร้อมน้ำตา
ด้านอดีตทหารรักษาพระองค์ นายชัยยะ ฉิมสุทธิ อายุ 70 ปี เผยถึงความรู้สึก ว่า เห็นพระเมรุของจริงแล้วมีความงดงามมากเหมาะสมกับพระอิสริยยศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพราะพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่มีคุณค่าอเนกอนันต์ต่อประชาชนชาวไทยมากมาย ในฐานะที่เคยเป็นทหารรักษาพระองค์และเคยทำหน้าที่ถวายรักษาความปลอดภัยให้กับพระบรมวงศานานุวงศ์ จึงรู้สึกว่าทุกพระองค์เปรียบเสมือนพระในชีวิตที่ควรเคารพบูชาตลอดชีวิต
"ผมจะพร่ำสอนสมาชิกในครอบครัวทุกคนให้มีความจงรักภักดีต่อพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ถ้าเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ก็จะยกมือไหว้ตลอด เพราะสถาบันกษัตริย์เป็น สิ่งที่คนไทยทุกคน ควรเคารพและเทิดทูน ยิ่งใกล้วันพระราชทาน เพลิงพระศพ ก็ยิ่งรู้สึกเศร้าใจมากที่ประเทศไทยต้องสูญเสียสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ของพระมหากษัตริย์ หากตายแทนได้ผมพร้อมจะตายแทนพระองค์ท่าน เพราะอายุก็มากแล้ว แต่อยากให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป" อดีตทหารรักษาพระองค์บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ปิดท้ายที่ นางชไมพร สารชาติ วัย 69 ปี เลขานุการชมรมลูกเสือชาวบ้านเขตลาดกระบัง บอกว่า เห็นพระเมรุแล้วแม้ความรู้สึกแรกจะชื่นชมในความสวยงามที่วิจิตรอลังการ จัดสร้างได้อย่างสมพระเกียรติ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเศร้าใจในวันพระราชทานเพลิงพระศพที่กำลังจะมาถึง เพราะตลอดระยะเวลา 13 ปี ในการเป็นลูกเสือชาวบ้าน ได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ 3 ครั้ง รู้สึกได้ถึงการทรงงานของพระองค์ที่ปฏิบัติพระกรณียกิจต่อประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าให้พ้นจากทุกข์ภัยและความเดือดร้อนต่างๆ
และอยากขอให้คนไทยทุกคนร่วมใจกันส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สู่สรวงสวรรค์ เพื่อสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
- หนังสือพิมพ์มติชน
- มติชนออนไลน์





