
เรื่องย่อละคร
พ่อขุนรามคำแหง ปกครองบ้านเมืองดุจพ่อปกครองลูก วันหนึ่งพระองค์ได้พบชายแปลกหน้ามาที่โบสถ์ประธานด้วยท่าทางน่าสงสัย เหมือนว่าจะกลัวถูกจับ พระองค์จึงมั่นใจว่ามิใช่ราษฏรของพระองค์แน่นอน จึงแอบซ่อนตัวอยู่เพื่ออยากรู้ว่าชายคนนี้มาที่นี่เพื่ออะไร
ชายคนนี้มีชื่อว่า สามศร บุตรของขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดที่ถูกพ่อขุนรามคำแหงตีทัพพ่ายไป และจากการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นทำให้ขุนสามชนเสียชีวิตกลางป่า เหลือแต่ภรรยาและลูกชายที่มีอายุเพียง 9 ปี โดยหนีไปอาศัยอยู่กับ ครูดาบ ที่เมืองเมาะลำเลิง (เมืองมอญ) นาน 12 ปี ด้วยความแค้นของสามศรจึงเริ่มฝึกฝนฟันดาบจนเก่งกาจ เพื่อตั้งใจจะมาปลงพระชนม์พ่อขุนรามคำแหง
เรื่องราวของสามศรได้ถูกเปิดเผยจากปากของเขาเอง เมื่อถูกทหารจับตัวไว้ได้ขณะจะเข้าทำร้ายพ่อขุนรามคำแหง แม้ว่าสามศรจะถูกจับได้ แต่ก็ไม่ร้องขอชีวิตสักนิด พ่อขุนรามคำแหงเห็นว่าสามศรนั้นเก็บความลับได้ดี แถมยังเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน น่าจะเป็นกำลังของพระองค์ได้ จึงทรงไว้ชีวิตและจะเลี้ยงดู การคิดเช่นนี้พ่อขุนรามคำแหงถูกเหล่าทหารทัดทานมาโดยตลอด แต่พระองค์กลับไม่สนใจในคำทัดทานนี้เลย เวลาผ่านไป สามศรกลายเป็นคนโปรดของพ่อขุนรามคำแหง
อยู่มาวันหนึ่งพระองค์ทรงทราบว่า พระธิดากาบแก้ว ได้ทรงหนีตาม มะกะโท ไปในระหว่างที่พระองค์กำลังไปทำศึกสงคราม มะกะโทเคยเป็นเด็กเลี้ยงช้าง พ่อแม่ตายหมด พ่อขุนรามคำแหง จึงนำมาชุบเลี้ยงไว้จนเป็นที่โปรดปราน แต่แล้วมะกะโทก็ทำร้ายพระองค์อย่างแสนสาหัส ทั้งคู่ถูกจับได้ต่างยอมรับผิดทุกประการและพระธิดาก็ทรงขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้พระองค์เห็นแก่ความรักของลูกทั้งสอง ในที่สุดพ่อขุนรามคำแหงทรงพระราชทานอภัยโทษให้ด้วยทรงเห็นว่าทุกคนคือลูก พ่อต้องให้อภัยลูกได้เสมอ แม้ลูกจะทำความผิดก็ตาม
อย่างไรก็ตามพ่อขุนรามคำแหงก็ยังถูกคัดค้านจากเหล่าขุนนาง โดยเฉพาะสามศรที่เห็นว่ามะกะโททำทุกอย่างก็เพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากกว่า ด้วยความคิดนี้ทำให้สามศรถูกเหล่าขุนนางเข้าใจผิดคิดว่าสามศรน้อยใจที่พระองค์ไม่ได้แต่งตั้งให้มีฐานันดรเทียบเท่ามะกะโท เหล่าขุนนางจึงกราบทูลให้สามศรไปเป็นพ่อเมืองที่ห่างไกลยังถิ่นทุรกันดารและที่สำคัญกลัวสามศรจะกระทำเยี่ยงมะกะโท คือพาเจ้าหญิงเบญจมาศ หนีตามกันไป เพราะรู้ว่าทั้งสองรักใคร่กัน พระองค์จึงคิดหาวิธีป้องกันไว้ก่อน โดยพระราชทานเจ้าหญิงเบญจมาศแก่สามศร แต่สามศรกลับปฏิเสธ เพราะคิดว่าพ่อขุนรามคำแหงคิดจะกำจัดเขาให้สิ้นซึ่งเป็นการเข้าใจผิด อีกทั้งความรักของสามศรที่มีต่อเจ้าหญิงก็เป็นความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน ซึ่งความรักหนุ่มสาวของสามศรยังน้อยกว่าความรักประเทศชาติเสียอีก พ่อขุนรามคำแหงทรงเริ่มเข้าใจในความรักของสามศร และก็ยังให้สามศรอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเบญจมาศอยู่ดี
ในคืนวันแต่งงานสามศรก็ตั้งใจว่าจะยังไม่ร่วมหอลงโลงกับเจ้าหญิง ถ้ายังไม่สามารถทำภารกิจเพื่อประเทศชาติได้สำเร็จ นั่นก็คือการไปตีแคว้นศรีวิชัยและแคว้นนครศรีธรรมราช ให้มารวมเป็นปึกแผ่นกับประเทศไทย เพราะรู้ว่าพ่อขุนรามคำแหงต้องการสองแคว้นนี้ สามศรจึงอยากทำให้สำเร็จจะได้นำมาเป็นบรรณาการแด่พ่อขุนรามคำแหง เมื่อเจ้าหญิงทรงทราบก็รู้สึกเสียพระทัย ทรงคิดว่าสามศรไม่รักพระองค์ แต่เมื่อฟังเหตุผลทั้งหมดจึงทรงยินยอมให้สามศรทำตามแผนการที่ตั้งไว้ แต่เจ้าหญิงทรงขอติดตามไปช่วยรบเพื่อบ้านเมืองของตนด้วย และเจ้าหญิงทรงทิ้งจดหมาย(เขียนจดหมาย) ให้พ่อขุนรามคำแหงได้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อเวลาผ่านไปชาวเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นศรีวิชัย เริ่มเห็นความผิดปกติของบ้านเมือง ทหารศรีวิชัยถูกลอบฆ่าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มแข้งข้อไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของเจ้าเมืองศรีวิชัยอีกต่อไป เจ้าเมืองศรีวิชัยโกรธมากจึงสั่งข้าหลวงจับกุมตัวเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมากักขังไว้ แล้วเจ้าเมืองศรีวิชัยได้แต่งตั้งข้าหลวงศรีวิชัยขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน
พ่อขุนรามคำแหงทรงเดินทางมาประทับที่เมืองเพชรบุรี เพื่อรอฟังข่าวการศึกของสามศร โดยเจ้าหญิงเบญจมาศได้ทรงเดินทางมาทูลเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พระองค์ทรงทราบว่า ขณะนี้สามศรได้ยึดเมืองนครศรีธรรมราชได้สำเร็จแล้ว และรอให้พ่อขุนรามคำแหงมาเป็นทัพใหญ่ในการรบกับแคว้นศรีวิชัยด้วยพระองค์เอง ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงก็ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น แต่ก่อนที่จะเสด็จออกรบ เจ้าเมืองเพชรบุรีได้กราบทูลว่าทางเกาะลังกามีพระพุทธสิหิงค์รูปงามน่าเคารพบูชา โดยใคร่อยากให้พ่อขุนรามคำแหงส่งพระราชสาส์นเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้ากรุงลังกา พ่อขุนรามคำแหงทรงเห็นชอบเลยมีรับสั่งให้เจ้าเมืองเพชรบุรีดำเนินการด่วน และในที่สุดประเทศไทยก็ได้ขยายปึกแผ่นตามความปรารถนาของพ่อขุนรามคำแหง ส่วนสามศรก็สามารถทำการณ์ที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ
ชาวเกาะลังกาก็ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาถวายพ่อขุนรามคำแหง และพระองค์ก็ได้ประดิษฐานไว้บนแท่นหน้าเมืองกรุงสุโขทัย เพื่อให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้เคารพบูชากันทุกคน ดังจารึกที่ว่า "ในน้ำมีปลา นามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงค้ำจุนให้ชาติไทยไพศาล"
บทละครร้อง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 2-4 ธันวาคม 2551 เวลาก่อนข่าวภาคค่ำ ทางช่อง 7 สี
รายชื่อนักแสดง
1. ณัฐวุฒิ สกิดใจ แสดงเป็น พ่อขุนรามคำแหง
2. ศุกลวัฒน์ คณารศ แสดงเป็น สามศร
3. วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น เจ้าหญิงเบญจมาศ
4. ชนะพล สัตยา แสดงเป็น มะกะโท
5. อุษามณี ไวทยานนท์ แสดงเป็น พระธิดากาบแก้ว
6. เคลลี่ ธนะพัฒน์ แสดงเป็น ขุนสามชน
7. จีรนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น มเหสี
8. ภานุ สุวรรณโณ แสดงเป็น เสนาบดีศรีวิชัย
9. รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง แสดงเป็น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
10.อานัส ฬาพานิช แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
11.วัชรบูลย์ ลี้สุวรรณ แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
12.ฉลอง ภักดีวิจิตร แสดงเป็น พระเจ้ากรุงลังกา
13.ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล แสดงเป็น เจ้าเมืองเพชรบุรี
14.ศตวรรษ ดุลยวิจิตร แสดงเป็น เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
15.สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น เจ้าเมืองศรีวิชัย
16.สมบัติ เมทะนี แสดงเป็น ครูดาบ
17.ครรชิต ขวัญประชา แสดงเป็น เสนาบดีสุโขทัย
18.นาท ภูวนัย แสดงเป็น เสนาบดีสุโขทัย
19.วันชัย เผ่าวิบูล แสดงเป็น เสนาบดีสุโขทัย
20.สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
21.ชาลี กรรณสูต แสดงเป็น ทหารเอกของสามศร
22.มนัญญา ปานหนวดงาม แสดงเป็น ชาวบ้าน
23.กฤษฎี พวงประยงค์ แสดงเป็น พ่อขุนรามคำแหง(อายุ 17 ปี)
24.นพพล พิทักษ์โล่พานิช แสดงเป็น ชาวบ้าน
25.สุรจิต บุญญานนท์ แสดงเป็น ทหารเอกของสามศร
26.ด.ช.ภูริต เมธีสุทธิภัทร แสดงเป็น สามศร (อายุ 9 ปี)
27.นันท์นภัส ภัทรายุตวรร แสดงเป็น บานเย็น
28.หทัยทิพย์ กังพานิช แสดงเป็น บานเช้า
29.ธิดารัตน์ จักสิงโต แสดงเป็น พิมเสน
30.วิภาวัลย์ ติยะสวัสดิ์กุล แสดงเป็น ผยอม
31.วรพรต ชะเอม แสดงเป็น ชาวบ้าน
32.อะตอม ธนเสนีวัฒน์ แสดงเป็น ชาวบ้าน
33.ปิยะดา เพ็ญจินดา แสดงเป็น ชาวบ้าน
34.น้ำทิพย์ เสียมทอง แสดงเป็น ชาวบ้าน
35.ปาวรา อภิลพูลลาภ แสดงเป็น ชาวบ้าน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
|
|
|||||||||||||
|
|||||||||||||
|