
ยูนัส-ธ.กรามีนแห่งบังกลาเทศ คว้าโนเบลสันติภาพ
เมื่อวันศุกร์ 13 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2549 ให้ธนาคารกรามีน ในบังกลาเทศ และนายมูฮัมหมัด ยูนัส ผู้ก่อตั้งธนาคารชาวบังกลาเทศวัย 65 ปี จากความพยายามก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจากระดับล่าง โดยกรามีน แบงก์ และยูนัสคว้ารางวัลอันทรงเกียรติร่วมกัน ในผลงานให้เงินกู้ยืมแก่คนยากจนที่สุดในกลุ่มคนยากจน ผลักดันประชาชนระดับสามัญชนให้หลุดพ้นปัญหาความจน ภายใต้คอนเซปต์ให้สินเชื่อรายย่อยที่ลอกเลียนมาจากหลายประเทศ โดยที่ผลงานดังกล่าวถือเป็นการผดุงประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบล 5 คน ระบุในแถลงการณ์ว่า ยูนัสและธนาคารกรามีนได้แสดงให้ทั่วโลกเห็นว่าผู้ยากจนที่สุดในกลุ่มคนยากคนจนสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ในแถลงการณ์ยังชี้ว่า สันติภาพอันยั่งยืนไม่อาจบรรลุผลสำเร็จได้ถ้าประชากรจำนวนมาก ไม่พบหนทางแก้ปัญหาความจน และโดยที่ยูนัสก็มีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาความยากจนในโลก ทั้งนี้ ทางธนาคารกรามีนและยูนัสจะได้รับเงินรางวัล 10 ล้านสวีเดน คราวน์ หรือ 1.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยราว 50 ล้านบาท ในการประกาศมอบรางวัลวันที่ 10 ธ.ค. ที่กรุงออสโล
ก่อนหน้านี้ โทรทัศน์เอ็นอาร์เคของนอร์เวย์ ที่เคยทายถูกว่าใครเป็นตัวเก็งรางวัลโนเบลสันติภาพในปีก่อนๆ คาดการณ์ถึงรายชื่อผู้มีแนวโน้มจะคว้ารางวัลโนเบลสันติภาพปีนี้ อาทิ นางกาเรธ อีแวนส์ อดีต รมว.ต่างประเทศออสเตรเลีย ที่มีผลงานการบูรณะฟื้นฟูกัมพูชาและเวียดนาม นายมาร์ตติ อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์วัย 69 ปี มีแนวโน้มได้รับรางวัลจากบทบาทพูดคุยไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับอดีตกบฏแบ่งแยกดินแดน นำไปสู่การลงนามสันติภาพในกรุงเฮลซิงกิ เมื่อ 15 ส.ค. 2548 ดังนั้นผลที่ออกมาทำให้ผิดคาด
ต่อมาโทรทัศน์เอ็นอาร์เครายงานอ้างการเปิดเผยของยูนัสหลังทราบว่าได้รับรางวัลว่า เขารู้สึกตื่นเต้นและไม่อยากเชื่อ





