
อภิสิทธิ์ เมิน เหนาะ ตั้งฉายารัฐบาลไฮแจ๊ค
เมื่อเวลา 08.00น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ตั้งฉายารัฐบาลว่าเป็น "รัฐบาลไฮแจ๊ค" ว่า ตนไม่ทราบว่านายเสนาะมีความคิดหรือมีข้อมูลอย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ตามที่นายเสนาะกล่าวหา เป็นเรื่องเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ลงคะแนนโดยเปิดเผย ส.ส.มีอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่การอภิปรายในการแถลงนโยบายจะเป็นโอกาสที่ ส.ส.ทุกคนสามารถอภิปรายตามกรอบข้อบังคับได้อยู่แล้ว "ผมคิดว่าเราก็เปิดโอกาสให้ท่านวิจารณ์แต่เราก็พร้อมที่จะชี้แจง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเสนาะระบุว่า จะแฉถึงขั้นตอนการตั้งรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมในระหว่างการแถลงนโยบาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่กังวล เพราะการดำเนินการทั้งหลายมีความชัดเจนอยู่ในตัว หลายเรื่องเราเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างชัดเจน และทุกอย่างก็เป็นไปตามกติกาและวิถีทางของรัฐสภาทั่วโลก ถือเป็นเรื่องปกติมากที่พรรคการเมืองอันดับ 1 เมื่อเข้าไปบริหารประเทศแล้วมีปัญหาก็เปิดโอกาสให้พรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล และแม้ไม่นับส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน หรืออดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน บรรดาประชาชนที่เลือกพรรคการเมืองที่มาสนับสนุนตนก็มีมากกว่า ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ไม่มีปัญหา อีกทั้ง ในระบบรัฐสภาของต่างประเทศเองก็เข้าใจ
เมื่อถามว่า นปช.ประกาศชุมนุมที่ท้องสนามหลวงและเรียกร้องยุบสภาหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ตนต้องการจะทำคือดูแลให้บ้านเมืองตั้งหลักเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะขณะนี้เราต้องยืนยันความเป็นประธานและผู้นำอาเซียน เพื่อที่จะให้ต่างชาติมีความมั่นใจและคนไทยจะได้ประโยชน์ นอกจากนี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะต้องกำหนดกรอบการทำงานเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าคนจำนวนมากจะไม่ตกงาน รวมทั้งรัฐบาลมีมาตรการรองรับคนว่างงาน และการดูแลพืชผลทางการเกษตร ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องเดินหน้าแก้ไข ขณะเดียวกันเราก็เปิดทางสำหรับการปฏิรูปการเมือง ส่วนจะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไรก็สุดแล้วแต่คนที่จะเข้ามาทำงานนี้
เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะอยู่ในส่วนของการปฏิรูปการเมืองด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายหลักของเราคือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งในที่สุดก็น่าเชื่อได้ว่าจะต้องนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราตั้งธงว่าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ เกรงว่าจะอาจจะเกิดความเข้าใจผิดและคิดว่าเป็นการแก้เพื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ยืนยันว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองเท่านั้น และยอมรับว่าการไม่บรรจุเรื่องแก้รัฐธรรมนูญในนโยบายเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นชนวนของความขัดแย้ง เราเห็นว่าถ้าตั้งประเด็นว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองทุกฝ่ายน่าจะเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งคิดว่าทางกลุ่มเพื่อนเนวินก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะตอนที่เราคุยกันในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก็อยู่ในกรอบของการปฏิรูปการเมืองทั้งสิ้น
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





