เผยเจ้าพระยา ขั้นวิกฤติหนัก สุดเสื่อมโทรม

เจ้าพระยา



          เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์มลพิษในรอบปี 2551 ว่า กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามสถานการณ์มลพิษด้านคุณภาพน้ำผิวดิน คุณภาพน้ำชายฝั่ง ปัญหาอากาศและเสียงและด้านสารอันตรายและกากของเสีย ปรากฏว่าคุณภาพน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น ร้อยละ 23 ถ้าเทียบกับ 3 ปีย้อนหลัง โดยเฉพาะแม่น้ำเสียว แม่น้ำตรัง ลำตะคอง ตอนบน น้ำชี น้ำพอง ลำปาวและแควใหญ่ อยู่ในเกณฑ์ดีและพอใช้ มีเพียงแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่เปลี่ยนจากเกณฑ์เสื่อมโทรมในปี 2550 มาเป็นเสื่อมโทรมมาก สาเหตุหลักเกิดจากน้ำทิ้งจากชุมชน  เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมากรุงเทพมหานครยังไม่ได้สร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติม ทำให้บำบัดน้ำเสียได้แค่ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น ทั้งนี้กรุงเทพมหานครมีแผนก่อสร้างโรงบำบัดอีก 3 จุดในเขตพื้นที่คลองเตย ธนบุรี และบางซื่อ โดยคาดว่าถ้าแล้วเสร็จจะทำให้อีก 3 ปี คุณภาพน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง น่าจะเปลี่ยนไปอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้

          ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเป็นห่วงว่าในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะเป็นสาเหตุให้ผู้ ประกอบการลดต้นทุนในการป้องกัน และจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษในกระบวนการผลิตทั้งเรื่องของการบำบัดน้ำเสีย การกำจัดกากของเสียอันตรายอย่างถูกวิธี ซึ่งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรีว่า มีการลักลอบแอบนำถังสารเคมีที่มีลักษณะสีดำ ข้นเหนียวและมีกลิ่นเหม็น จำนวน 200 ถัง ถังละ 200 ลิตร ไปทิ้งที่วัดหนองผักบุ้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยทางหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี ของ คพ.ได้ลงไปในพื้นที่ เพื่อสอบสวนว่าเป็นสารอันตรายชนิดไหนแล้ว แต่ตอนนี้ได้กันพื้นที่ห้ามประชาชนเข้าใกล้แล้ว รวมทั้งถ้าทราบรายละเอียดแล้วจะตรวจสอบหาเจ้าของได้ไม่ยาก เนื่องจากได้ติดตั้งระบบจีพีเอส และจำแนกรายละเอียดการขนส่งสารในรถบรรทุกกากของเสียที่ออกจากพื้นที่จังหวัดระยองมาแล้วระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงอยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกแห่งว่า ถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวก็อย่าลดต้นทุนในการจัดการสิ่งแวดล้อมเลย

          ด้านนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศว่า มลพิษหลักยังคงเป็นฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน โดยเฉพาะในตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี พื้นที่ จังหวัดราชบุรี สมุทรปราการ ลำปาง พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ และนครราชสีมา ส่วนกรุงเทพมหานครฝุ่นริมถนนค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 8.1-205.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน ร้อยละ 3.3 ลดลงจากปี 50 ที่ตรวจวัดได้ในช่วง 9.8-242.7 มคก./ลบ.ม. หรือร้อยละ 4.7 พื้นที่ที่ยังมีปัญหาคือ ถนนดินแดง พระราม 6 พระราม 4 ราชปรารภ พิษณุโลก สุขุมวิท เยาวราช สามเสน สุขาภิบาล 1 เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหามลพิษทางอากาศจากก๊าซโอโซนที่เกินมาตรฐานเป็นครั้งคราว ใน กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ราชบุรี

          "แนวโน้มปัญหาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์กำลัง จะกลับมาเป็นมลพิษอันดับต้นๆในพื้นที่ กทม. หลังจากที่ปี 2548-2549 มลพิษดังกล่าวไม่เคยพบเกินมาตรฐาน แต่ระหว่างปี 50-51 ตรวจพบก๊าซดังกล่าวเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในเขตที่มีการจราจรหนาแน่นมากอาทิ พื้นที่ดินแดง โดยสาเหตุหลักมาจากรถเก่าที่ไม่ได้รับ การดูแลรักษาเครื่องยนต์จำนวนหนึ่ง มีการนำไปติดตั้งก๊าซธรรมชาติมากขึ้น ทั้งที่ส่วนใหญ่เข้าใจว่ารถใช้ก๊าซจะลดมลพิษ แต่จากการสุ่มตรวจพบว่ารถใช้ก๊าซกลับมีมลพิษตัวนี้ออกมาในปริมาณสูงมาก"

          "อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการติดตั้งระบบก๊าซในส่วนควบคุมการจ่ายก๊าซไม่มีประสิทธิภาพ และที่ผ่านมาจะเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ไม่ได้คำนึงถึงมลพิษ ทั้งนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประสานไปยังกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ให้ตรวจสอบการระบายมลพิษจากการติดตั้งก๊าซด้วย เพราะถ้าไม่ ควบคุมอนาคตก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะทำให้มลพิษใน กทม.น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น" อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุ 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เผยเจ้าพระยา ขั้นวิกฤติหนัก สุดเสื่อมโทรม อัปเดตล่าสุด 30 ธันวาคม 2551 เวลา 14:20:10 8,010 อ่าน
TOP
x close