HILIGHT NEWS

หม่อมถนัดศรี-สรพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ51


          นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้ประกาศผลการคัดเลือกศิลปิน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2551 เมื่อวันที่ 19 มกราคม ดังนี้

           1. สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก (จิตรกรรม)

           2. สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ นายอดุล จันทรศักดิ์

           3. สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว (นาฏศิลป์-โขน) พล.ร.ต.วีรพันธ์ วอกลาง (ดนตรีสากล) นายศิริ วิชเวช (คีตศิลป์) และนายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือ นายสรพงษ์ ชาตรี (นักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์)

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาตินี้ ประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ใหญ่ ดังนี้

           เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะแขนงนั้น

           เป็นผู้มีคุณธรรม มีผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ

           ได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาเป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ

          โดยศิลปินแห่งชาติปี 2551 จะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 และจะมีการจัดงานแสดงความยินดี พร้อมนิทรรศการเชิดชูเกียรติฯ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันศิลปินแห่งชาติ โดยเหล่าศิลปินแห่งชาติทั้งในอดีตและปัจจุบัน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

          นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดี และเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งตนได้ทำอาชีพนักแสดงมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเกือบจะ 50 ปีแล้ว ไม่เคยมีอาชีพอื่น เพราะอาชีพนี้ตนเข้ามาด้วยความรัก และอาชีพนี้ได้ตอบแทนเรา ตนจึงได้นำสิ่งที่เราได้รับจากอาชีพนักแสดงมาตอบแทนสังคม โดยไม่ได้นำชื่อสรพงศ์ไปทำชั่วไปเบียดเบียนสังคม สิ่งที่ได้รับในครั้งนี้ ถือว่าได้รับจากความซื่อสัตย์สุจริต ถือเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวของตนเอง

          "ผมเด็กท้องทุ่ง พ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย ไม่เคยมีใครเป็นดารา ไม่เคยได้เรียน มหาวิทยาลัยที่สอนการเป็นดารา ดังนั้น สิ่งที่ได้มาต้องอาศัยความซื่อสัตย์ และอยากฝากถึงน้องนักแสดงรุ่นใหม่หรือคนรุ่นใหม่ว่า ต้องซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ทำความดีทั้งต่อหน้า และลับหลัง ไม่หวังผลตอบแทน ดังพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผมได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง" สรพงศ์ กล่าว 

          ร.ศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติในปี 2551 ซึ่งจากนี้ไปตนจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมตามความสามารถที่มีอยู่ ซึ่งตนคิดว่า การที่เราได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาตินั้น เป็นเพราะผลงานที่ตนได้ทำมาต่อเนื่องไม่ใช่ทำแค่ชิ้นสองชิ้น หรือ แค่วันสองวัน ซึ่งตนก็อยากจะฝากให้เด็กรุ่นใหม่สนใจศิลปะ

          ด้านนายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.) กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติมาเมื่อปีพุทธศักราช 2527 และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อพุทธศักราช 2528 จนปัจจุบัน มีศิลปินสาขาต่างๆที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรวม 187 คน เสียชีวิต 72 คน สำหรับผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับเงินตอบแทนประจำตำแหน่ง เดือนละ 12,000 บาท และสามารถเบิกเงินสวัสดิการเพื่อการรักษาพยาบาลได้ตามระเบียบราชการ รวมทั้งมีค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย และหากเสียชีวิตจะมีค่าช่วยเหลืองานศพ 15,000 บาท พร้อมค่าจัดทำหนังสือที่ระลึก 120,000 บาทรศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) อายุ 62 ปี เป็นทั้งศิลปิน และอาจารย์สอนศิลปะ ที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปี  

          "สำหรับเงินเดือนศิลปินแห่งชาติปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาทนั้น ผมได้เสนอให้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการใหญ่กองทุนศิลปินแห่งชาติ เพื่อพิจารณาให้ค่าตอบแทนเพิ่มเป็นเดือนละ 20,000 บาทในกรณีศิลปินแห่งชาติที่สร้างสรรค์ผลงานเพิ่มเติม มีการสอน และถ่ายทอดให้กับลูกหลานอย่างชัดเจน โดยพิจารณาเป็นรายๆไป ส่วนศิลปินอื่นๆจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาทเป็นมาตรฐานเดิม หากทางประธานบอร์ดกองทุนศิลปินฯ เห็นชอบจะมีผลบังคับใช้ทันที ถือเป็นข่าวดีสำหรับศิลปินแห่งชาติทุกท่าน" นายปรีชา กล่าว 

สำหรับประวัติคร่าวๆ ของผู้ที่ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ มีดังนี้ 




          รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) อายุ 62 ปี เป็นทั้งศิลปิน และอาจารย์สอนศิลปะ ที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปี      



          นายอดุล จันทรศักดิ์ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ บทความ) อายุ 62 ปี นามปากกา "ธารี" และ "อัคนี หฤทัย" ปัจจุบันดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง มีผลงานกลอนรวมเล่มกับนักกลอนร่วมสมัยหลายเล่ม และได้สร้างสรรค์ผลงานกวีนิพนธ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง เขียนบทกวีประจำในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ผลงานที่ได้รับรางวัล อาทิ ดอกไม้ไฟ ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในฐานะหนังสือดีเด่น ประเภทกวีนิพนธ์ ของคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ.2538 ผลงานของนายอดุลมีความโดดเด่นในด้านพัฒนาการทางความคิด ทางอารมณ์ และเปี่ยมด้วยพลังทางวรรณศิลป์   


          

          ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล – ขับร้อง) อายุ 81 ปี เป็นผู้มีความสามารถเฉพาะตัวด้านการขับร้อง ศิลปะการแสดง การพูด และการเขียนบทความ โดยเฉพาะการขับร้องเพลงไทยสากล มีเทคนิคการร้องเพลงที่เป็นแบบเฉพาะของตนเอง และมีผลงานเพลงที่ขับร้องอัดแผ่นเสียง รวมกว่า 200 เพลง นอกจากนี้ เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์งานด้านอื่นๆ



          นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปิน (นาฏศิลป์-โขน) อายุ 67 ปี มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการแสดงโขนลิงเป็นอย่างมาก จึงได้รับมอบหมายให้แสดงเป็นหนุมาณแทบทุกตอน ล่าสุดเป็นผู้สร้างสรรค์ท่าเต้นโขนลิงประกอบการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ของกรมศิลปากร ชุดโขนวานรพงศ์ ในงานพระราช
พิธีพระเมรุพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  



          พล.ร.ต.วีระพันธ์ วอกลาง สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) อายุ 62 ปี ได้ร่วมก่อตั้งวง Pro Musica และวง Bangkok Symphony Orchestra วางรากฐาน และพัฒนานักดนตรีในฐานะผู้อำนวยเพลง จนได้มาตรฐานสากล มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับอย่างสูงตลอดระยะเวลารวม 40 ปี ได้ร่วมก่อตั้งสถาบัน Bangkok Symphony Music School ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเครื่องสายทุกชนิด ผลิตนักดนตรีเครื่องสายที่มีฝีมือหลายรุ่น มีผลงานการประพันธ์เพลง และเรียบเรียงเสียงประสานให้กับหน่วยราชการของกองทัพเรือโรงเรียน และบุคคลทั่วไป




          นายศิริ วิชเวช สาขาศิลปะการแสดง  (คีตศิลป์) อายุ 76 ปี มีความสามารถสร้างสรรค์ดนตรีไทยอย่างมากมาย อาทิ คิดค้นวิธีทำไม้กรับเสภาให้มีเสียงไพเราะ เป็นรูปแบบมาตรฐานของกรับเสภา ตามระเบียบวิชาดุริยางคศาสตร์ไทย เขียนหลักสูตรการขับเสภาตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงระดับปริญญาเอกของทบวงมหาวิทยาลัย ฟื้นฟูประเพณีเห่ช้าลูกหลวง ประพันธ์ทางร้องเพลงเชิดจีนสามชั้น ทางขับเสภาจีน ทางขับเสภาแขก ทางขับเสภาพม่า ทางขับเสภามอญ ฯลฯ 




          นายกรีพงศ์ เทียมเศวต (สรพงศ์ ชาตรี) สาขาศิลปะการแสดง (นักแสดงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) อายุ 59 ปี มีผลงานการแสดงตั้งแต่ปี 2514 จนถึงปัจจุบัน มากกว่า 500 เรื่อง ละคร 50 เรื่อง อาทิ แผลเก่า มันมากับความมืด สุริโยทัย นเรศวร เป็นต้น จนได้รับฉายาพระเอกชั้นครู และพระเอกตลอดกาล ได้รับรางวัลมากที่สุดในวงการภาพยนตร์ไทย อาทิ รางวัลตุ๊กตาทอง 5 รางวัลรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ 2 รางวัล รางวัลดาราทอง รางวัลดาราดาวรุ่งยอดเยี่ยม รางวัลเพชรสยาม รางวัลบันเทิงเทิดธรรม Nine Entertain Award 2008


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. จตุพร ซัด กองทัพบกรังแกผู้หญิง
  2. จตุพร ซัด ครม. ชวน1 ควรติดคุกด้วยกันทั้งคณะ
  3. รู้จักเชียร์ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 65
  4. เจออีก! รถตู้ทำเนียบหาย ระหว่างพันธมิตรชุมนุม
  5. คุณว่า คนแบบไหน น่ารำคาญมากที่สุด ในโรงหนัง
  6. สามก๊ก2
  7. 8 วินัยใหม่ เพิ่มเงินเก็บทั้งปี
  8. ปนัดดา เพลง รู้ไหมทำไม โดนใจ ใช่เลยชีวิตจริง
  9. รักษ์ใจ...ด้วยใยรัก Hello! God
  10. น้องเฟิร์ส กับความฝันที่สดใส แต่อนาคตกลับริบหรี่

เรื่องน่าสนใจ