HILIGHT NEWS

ประวัติ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สามีสุดหล่อของ ต่าย ชุติมา






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram rabbitye, tim_pita, codechic, Facebook Pita Limjaroenrat
       
           สละโสดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับดาราสาว ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ หรือ  ต่าย ซีซั่นเชนจ์ กับแฟนหนุ่มสุดหล่อ นักธุรกิจไฟแรงอย่าง ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมา 3 ปี ก่อนที่จะตกลงปลงใจจับมือเข้าประตูวิวาห์กันไปในวันเลขสวย วันที่ 5 เดือน 5 (พฤศภาคม) ปี พ.ศ. 2555 และฉลองสมรสกันในวันเลขสวยเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 เดือน 12 (ธันวาคม) ปี 2012 ที่ผ่านมา

          ว่าแต่ว่า ...หนุ่มหล่อผู้โชคดี นามว่า ทิม พิธา คนนี้เป็นใครมาจากไหน วันนี้เรามีประวัติของ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สามีสุดหล่อของ ต่าย ชุติมา มาฝากกันค่ะ

          "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หรือ ทิม หนุ่มนักบริหารวัย 31 ปี เจ้าของส่วนสูง 175 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาการเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ก่อนจะจบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้ทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

          ทิม พิธา เป็นบุตรชายของ คุณพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เสียชีวิตแล้ว) กับ คุณลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์ มีพี่น้อง 2 คน เขาเป็นคนโต ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการควบ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด และเกรท โอเชียน ฟู้ด ควบคู่ไปกับการบริหารบริษัทของคุณพ่อผู้ล่วงลับ เป็นบริษัทผลิตผลิตผลทางการเกษตร เช่น น้ำมันรำข้าว เป็นต้น

          "สมัยวัยรุ่นนี้ผมก็เฮี้ยวไม่ใช่เล่นนะครับ ผมไม่ใช่เด็กเรียนอย่างที่หลายคนมอง ไม่ได้เป็นเด็กเก่ง แต่เกเร ซ่ามาก สูบบุหรี่ ชกต่อย พ่อเลยส่งไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เป็นเมืองที่เงียบมาก ทำเอาผมหายซ่าไปเลย กลายเป็นเด็กดี แต่อยู่ที่นิวซีแลนด์ไม่ได้อยู่แบบคุณหนู ผมต้องงานพิเศษหาเงินเอง ทั้งเก็บสตรอเบอรี่ ส่งนม ปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ พอคุณพ่อเสียผมกลับมาดูแลธุรกิจ ซึ่งตอนแรกที่รู้ข่าวคุณแม่ช็อกมาก เพราะทำใจไม่ได้ น้องชายผมก็เสียใจมาก ส่วนผมตอนนั้นอยู่ที่สหรัฐอเมริกา พอรู้ข่าวแล้วรีบกลับมาเมืองไทย มาอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ เพราะท่านไม่ต้องการอะไรมากไปกว่ามีคนอยู่ด้วย แต่พอเพลงชาติขึ้น อาหารเย็นเริ่มตั้งโต๊ะ คุณแม่จะคิดว่าทำไมคุณพ่อไม่อยู่เหมือนเดิม วิธีแก้คือผมกับน้องชายจะแบ่งวันอยู่กับแม่ สลับกันอาทิตย์ละ 3 วัน ส่วนวันอาทิตย์อยู่ด้วยกัน 3 คน"





          ทิม เล่าต่อว่า วันที่ 2 ของงานศพถึงรู้ว่าคุณพ่อมีหนี้ร้อยล้าน คือ ไม่ได้เริ่มจากศูนย์แต่เริ่มจากติดลบ ไม่ได้ถามตัวเองว่าใช้หนี้ยังไง แต่ถามตัวเองว่าเรามีสติพอไหม เข้มแข็งพอไหม ตั้งแต่คุณพ่อเสียจนทุกวันนี้ร้องไห้ไปแค่ 5 นาที คือร้องตอนที่เผาออกมาแล้วเหลือกระดูกกองนิดเดียว ผมพูดไม่ออก ไม่มีเวลาเสียใจ ตอนนั้นขายของล้างหนี้ไป แต่ไม่ปิดบริษัทเพราะเป็นธุรกิจที่คุณพ่อรัก คุณพ่อรักเกษตรกรรม เราก็ซึมซับมาตั้งแต่เด็กเลยสานต่อ หลังจากใช้หนี้ร้อยล้านหมด คิดจะสานงานของคุณพ่อต่อก็เลยตัดสินใจกู้เงินพันล้าน หน้าใสอย่างนี้แต่ธนาคารก็ยอมให้กู้นะครับ แต่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมเก่ง จริง ๆ ผมเป็นคนซื่อบื่อ พูดจาอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ผมก็ทำงานให้พ่อได้ อย่างไรก็ตามการสูญเสียคุณพ่อ และการเปลี่ยนแปลงชีวิตครอบครัวครั้งนี้ทำให้ครอบครัวเรารักกันมากขึ้น โดยเฉพาะญาติทั้งฝั่งพ่อหรือแม่ต่างก็ให้กำลังใจผมมาตลอด ผ่านมาหลายปีแล้วแต่ธุรกิจก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มูลค่าเป็นพันล้าน วันนี้บริษัทผมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ เป็นอันดับ 5 ของโลก

          "ตอนนี้ธุรกิจกำลังไปได้ดี จนเคยคิดว่าจะไม่กลับไปเรียน แต่เพราะเชื่อคำของคุณพ่อ คุณพ่อบอกคุณแม่เอาไว้ก่อนท่านจะเสียว่าต้องกลับไปเรียนให้จบ เลยกลับไปเรียนต่อแล้วให้น้องชายซึ่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการรักษาการแทนทั้งหมด กลับไปเรียนก็คือปริญญาโท 2 ใบ เลือกเรียนวิชาที่เป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ใบที่หนึ่งเรียนด้านการเมืองการปกครอง สาขาภาวะผู้นำ ที่ฮาร์วาร์ด ส่วนอีกใบเรียนด้านบริหารธุรกิจที่ M.I.T แมสซาชูเสจ สหรัฐอเมริกา ซึ่งที่เรียนการเมือง การปกครอง เพราะอนาคตยอมรับว่าผมสนใจเรื่องการเมือง" พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าว

          หนุ่มบริหารไฟแรง กล่าวอีกว่า อนาคตผมอยากเป็นนักการเมืองเหมือนกัน ถ้ามีพรรคไหนอยากให้ไปเป็นนะ (หัวเราะ) ที่ผ่านมามีหลายพรรคมาจีบแล้ว สาเหตุที่อยากลงมาเล่นการเมือง เพราะเบื่อข่าวที่ออกมาหาว่าไทยสู้ประเทศอื่นไม่ได้ ยิ่งเบื่อมากขึ้นที่ระบุกันว่าเวียดนามจะแซงหน้าไทย ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเจริญมากกว่าหลายเท่า แต่กลับไปไม่ถึงไหน อาจเป็นไปได้ว่าประเทศเราไม่เคยลำบากเหมือนประเทศเหล่านั้น มาถึงวันนี้ผมเลยอยากนำความรู้ที่ได้มาจากผู้นำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตัน หรือบารัค โอบามา ที่มาพูดให้ฟังเมื่อปีที่แล้ว คนเหล่านี้มีความรู้ความสามารถ ผมเลยอยากนำความรู้ที่เรียนมาพัฒนาประเทศ" นี่เป็นแนวคิดของว่าที่นักการเมืองในอนาคต







          แต่อีกด้านของชีวิตเขาก็มีไลฟ์สไตล์ ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น ชอบถ่ายรูป เล่นดนตรี กีฬา ชอบถ่ายรูป

          "ที่ชอบเล่นกีฬาเพราะตอนเด็ก ๆ ก่อนคุณพ่อไปทำงานจะพาผมไปส่งที่สนามกีฬา ตอน 2 ทุ่มก็มารับ ผมก็เล่นกีฬาช่วงปิดเทอมมาตลอด เล่นจนเป็นนิสัย ตอนไปเรียนนิวซีแลนด์ตอนมัธยมต้นก็เล่นกีฬาและเรียนหนังสือ เพราะเมืองเงียบมาก ตอนนี้ผมทำงานเมืองไทยก็ยังรักเล่นกีฬา ปัจจุบันผมเป็นนักกีฬาตัวแทนของสโมสรราชกรีฑาสโมสรด้วย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองนอกก็เป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยครับ ส่วนเรื่องถ่ายรูป คือ ผมชอบถ่ายรูปขาวดำ เลยชอบไปถ่ายรูปตามที่ต่าง ๆ แล้วก็ชอบให้คนอื่นถ่ายให้ เพราะมันเหมือนเป็นการเรียนรู้ ชอบหลอกถามคนนั้นคนนี้ ตอนนี้มีกล้องถ่ายรูปทั้งหมด 11 ตัว แล้วครับ"


ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์


          จากชีวิตติดลบ...แต่วันนี้เขาได้พิสูจน์แล้วว่าอุปสรรคมีไว้ให้ข้ามผ่าน เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ เขาจึงได้นำประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด มาเขียนเป็นหนังสือ ชื่อว่า "ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน"

          โดยงานเขียนเล่มแรกในชีวิตของ ทิม พิธา เล่มนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอมาจากการไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกอย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ MIT ซึ่งทำให้เขาได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเรียนจากหนังสือ แต่ให้เรียนรู้จากคนจริง ๆ และเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน เหมือนที่เขาคิดเสมอว่า "การเดินทางเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันชีวิตไปข้างหน้า การท่องเที่ยวทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น โลกที่กว้างใหญ่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ"

          นอกจากนี้ หนุ่ม ทิม ยังได้เล่าประสบการณ์สุดประทับใจที่ได้พบเจอบุคคลระดับโลกมากมาย อาทิ บารัก โอบามา, บิล คลินตัน, แจ็ค เวลช์, วอร์เรน บัฟเฟต, บิล เกต และคาร์ลอส กอส์น ซึ่งเขาได้มีโอกาสจับมือและสนทนากับคนดังเหล่านี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยระดับโลกด้วย
  
          ส่วนเรื่องราวความรักล่าสุด ของหนุ่มทิมนั้น คงไม่ต้องมีคำอธิบายอะไรมาก เพราะทั้ง 4 ห้องหัวใจของหนุ่มทิมนั้น มอบให้กับภรรยาสาว ต่าย ชุติมา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมล่าสุด หลังจากงานเลี้ยงฉลองสมรสเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมาแล้ว คู่ของ ต่าย-ทิม ก็บินไปฮันนีมูนสุดสวีทกันถึงประเทศอิตาลีเลยด้วย น่ายินดีสุด ๆ เลยล่ะค่ะ







ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์



ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์



ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ต่าย ซีซั่นเชนจ์ - ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์


**แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ 20 ธันวาคม เวลา 15.00 น.


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
รายการสุริวิภา


เรื่องอื่นๆ
  1. เมย์ โต้ควง อั้ม ลงนะหน้าทอง
  2. นวดกดจุดแก้คัดจมูก
  3. เป่าผมยังไงให้แห้งเร็ว
  4. นัท - ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม ไม่สนคลิปสาวแตกหลุด ยันแมน
  5. พูดมากที่สุดในโลก
  6. ทั่วโลกหนาวรุนแรง พบเจอปรากฏการณ์แปลก
  7. โจ๋ปล้นมินิมาร์ท เลียนเกม! ซิ่งเก๋งชนฝ่าประตู
  8. ชวน ลั่นรัฐบาลต้องกล้า ยัน สปก.4-01 เป็นประโยชน์
  9. เมาไม่ขับออกไอเดียเจ๋งแจก ฮก ลก ซิ่ว
  10. นครบาลจัดลำดับ 10 ถนนอันตราย สุขุมวิท ซิวแชมป์

เรื่องน่าสนใจ