
เปิดเบื้องหลัง ย้ายบิ๊กมหาดไทย 28 ราย (คมชัดลึก)
มีรายงานว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดขึ้นภายหลังจากนายสุเทพ ที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและผู้จัดการรัฐบาล ได้หารือกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่มีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำโผรายชื่อโยกย้ายทั้งหมดแทบทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีการผลักดันคนใกล้ชิดของตัวเองในพื้นที่ โดยเป็นคนบ้านเดียวกันกับนายสุเทพ เพื่อนสนิทและรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จบการศึกษาจากที่เดียวกันมารับตำแหน่งหลายคน ในส่วนของการผลักดันของนายเนวินนั้น ให้ผู้ว่าฯ ภาคอีสานที่ใกล้ชิดกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย มารับตำแหน่งสำคัญๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าฯ ภาคอีสาน
อย่างไรก็ตาม ผลของการโยกย้ายทำให้ผู้ถูกโยกย้ายบางคน อาทิ นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ที่ถูกเด้งจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อสถ.) ซึ่งเป็นกรมขนาดใหญ่ของกระทรวง ที่มีงบประมาณแต่ละปีประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ไปนั่งตบยุงในตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายสุกิจมีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผนวกกับมีปัญหาเรื่องทุจริตนมโรงเรียนเกิดขึ้น แต่นายสุกิจชี้แจงเรื่องนี้ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายการเมือง อีกทั้งนายสุกิจได้ประกาศทันทีว่าเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ก.พ.ตามรอยนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกเด้งเข้ากรุก่อนหน้านี้ สำหรับคนที่มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคุมงบ 1.4 แสนล้านบาทแทนนายสุกิจ เป็นนายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สายตรงนายเนวิน ชิดชอบ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับแรงหนุนจากนายเนวินให้เป็นบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาค
ส่วนรายชื่อที่น่าสนใจใน 28 ตำแหน่งหลักๆ เช่น นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ที่ถูกย้ายจากผู้ว่าฯเชียงใหม่ มาเป็นรองปลัดกระทรวง แม้จะดูว่าไม่ได้เป็นการลดชั้น ทว่าพื้นที่เชียงใหม่เป็นที่ทราบกันดีเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย นับว่าเป็นกองบัญชาการหลักของคนเสื้อแดงในภาคเหนือ จึงทำให้มีการย้ายนายวิบูลย์ครั้งนี้ เพราะฝ่ายการเมืองติดใจนายวิบูลย์หลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางไปร่วมงานสังสรรค์ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วถูกคนเสื้อแดงบุกเข้าไปก่อกวนและปิดล้อมสถานที่จัดงาน ทั้งนี้คนที่มาแทน เป็นนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯ ลำปาง ที่แนบแน่นกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นต้น โดยทราบกันดีว่านายชวนเวลามาที่ภาคเหนือจะต้องเดินทางไปบ้านนายอมรพันธุ์หลายครั้ง
นอกจากนี้ อธิบดีอีกหนึ่งคนที่ถูกเด้งแบบลดชั้นคือ นายชุมพร พลรักษ์ จากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี แต่หลายคนก็ไม่ผิดความคาดหมาย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายชุมพรมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทั้งนี้เดิมมีข่าวว่านายสุเทพพยายามผลักดันให้นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าฯ สตูล มาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แต่ปรากฏว่าโผไม่ลงตัว เพราะชื่อของนายไพรัตน์ สกลพันธุ์ ผู้ว่าฯ นครนายก มาแรงในตอนท้าย เพราะนายเนวินต้องการให้นายไพรัตน์ไปเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนแทน จนนายชวรัตน์ต้องตัดสินใจในช่วงดึกวันที่ 9 มีนาคม ก่อนนำชื่อเข้า ครม. โดยขอให้นายสยุมพรไปเป็นผู้ว่าฯ ระยองแทน ซึ่งนายสุเทพก็ไม่ขัดข้อง
ขณะที่นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี มารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ภูเก็ต ได้รับแรงหนุนจากนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพราะเป็นอดีตผู้ว่าฯ พังงามาก่อน ก่อนหน้านี้เป็นอดีต ผอ.รางวัด กรมที่ดินและรองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้ว่าสิงห์ทอง รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มีอยู่ในเวลานี้
นายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ถูกลดชั้นให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ นครนายก เหตุเพราะฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในพื้นที่ได้ ผนวกกับฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาใกล้ชิดกับแกนนำเพื่อไทย โดยเฉพาะนายยงยุทธ ติยะไพรัช สมัยนายปรีชาเป็นผู้ว่าฯ เชียงราย
ส่วนนายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ที่ได้ขยับมาเป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น เนื่องจากเป็นสายตรงนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สำหรับนายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ เลื่อนชั้นนั่งเก้าอี้เป็นผู้ว่าฯ สุรินทร์ ก็เป็นสายตรงของนายเนวิน บนแรงหนุนของ ส.ส.ภูมิใจไทย ในพื้นที่ของนายยรรยง ร่วมพัฒนา ส.ส.สุรินทร์
ขอขอบคุณ้อมูลจาก![]()





