HILIGHT NEWS

การคิดคะแนน Admissions




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

         การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง (Admissions) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กำหนดให้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครโดยใช้ 

          1. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีค่าน้ำหนักร้อยละ 10 

          2. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (3 – 5 กลุ่ม) ให้ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 20 

          3. ผลการสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-NET) ให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 35 - 70 

          4. ผลการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-NET) และ / หรือวิชาเฉพาะ ไม่เกิน 3 วิชา ให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 0 - 35 

          5. ผลการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสม ก่อนรับเข้าศึกษา ไม่คิดค่าน้ำหนักคะแนน 

          การกำหนดสัดส่วนค่าน้ำหนักระหว่างคะแนนวิชา O-NET วิชา A-NET และ / หรือวิชาเฉพาะให้คิดตามที่ คณะ / ประเภทวิชานั้นๆ กำหนดไว้

 การคิดคะแนนสอบวิชา O-NET วิชา A-NET และ / หรือวิชาเฉพาะ 

          คะแนนทุกวิชาที่นำมาคิดจะต้องผ่านเกณฑ์ที่คณะ / ประเภทวิชานั้นๆ กำหนดไว้ หากไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ จะไม่รับพิจารณา

วิธีคิด 

          1. ให้นำคะแนนสอบวิชา O-NET วิชา A-NET และ / หรือวิชาเฉพาะ ของผู้สมัคร คูณกับค่าน้ำหนัก ของแต่ละวิชาที่คณะ / ประเภทวิชานั้นๆ กำหนด 

          2. นำคะแนนที่คูณกับค่าน้ำหนักเรียบร้อยแล้วตามข้อ 1 มารวมกัน จะได้คะแนนรวมวิชา O-NETวิชา A-NET และ / หรือวิชาเฉพาะ

          3. คะแนนเต็มแต่ละวิชามีค่าเท่ากับ 100 คูณกับค่าน้ำหนักของวิชานั้นๆ

 วิธีการคิดคะแนน

            ตัวอย่างการคิดคะแนนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ กำหนดให้สอบ O-NET 5 วิชา และ วิชาเฉพาะ 1 วิชา คือ วิชา 01 02 03 04 05 แต่ละวิชาให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 8 และวิชา 38 ให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 30 

          สมมุติให้ผู้สมัครได้คะแนนวิชา 01 = 63.00, 02 = 75.00, 03 = 71.00, 04 = 81.00, 05 = 87.00, 38 = 70.00

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำคะแนนของผู้สมัครคูณกับค่าน้ำหนักแต่ละวิชา ดังนี้
 

          คะแนน O-NET วิชา 01 (63.00 X 8) = 504, วิชา 02 (75.00 X 8) = 600, วิชา 03 (71.00 X 8) = 568, วิชา 04 (81.00 X 8) = 648, วิชา 05 (87.00 X 8) = 696 คะแนนวิชาเฉพาะ วิชา 38 (70.00 X 30) = 2100

 ขั้นที่ 2 นำคะแนนที่คูณด้วยค่าน้ำหนักแล้วมารวมกัน จะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนน O-NET (504+600+568+648+696) = 3016 คะแนนวิชาเฉพาะ = 2100

          ตัวอย่างการคิดคะแนนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

          คณะนิติศาสตร์ กำหนดให้สอบ O-NET 3 วิชา และ A-NET 1 วิชา คือ วิชา 01 ให้ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 18 วิชา 02 ให้ ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 19 วิชา 03 ให้ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 18 และวิชา 14 ให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 15 

          สมมุติให้ผู้สมัครได้คะแนนวิชา 01 = 63.00, 02 = 75.00, 03 = 71.00, 14 = 57.00

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำคะแนนของผู้สมัครคูณกับค่าน้ำหนักแต่ละวิชา ดังนี้
 

          คะแนน O-NET วิชา 01 (63.00 X 18) = 1134, วิชา 02 (75.00 X 19) = 1425, วิชา 03 (71.00 X 18) = 1278 คะแนน A-NET วิชา 14 (57.00 X 15) = 855

 ขั้นที่ 2 นำคะแนนที่คูณด้วยค่าน้ำหนักแล้วมารวมกัน จะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนน O-NET (1134+1425+1278) = 3837 คะแนน A-NET = 855

          ตัวอย่างการคิดคะแนนในคณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

          คณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ กำหนดให้สอบ O-NET 5 วิชา และ วิชาเฉพาะ 2 วิชา คือวิชา 01 02 03 04 05 แต่ละวิชาให้ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 7 และวิชา 43 44 แต่ละวิชา ให้ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 17.5 

          สมมุติให้ผู้สมัครได้คะแนนวิชา 01 = 63.00, 02 = 75.00, 03 = 71.00, 04 = 81.00, 05 = 87.00, 43 = 59.00, 44 = 60.00

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำคะแนนของผู้สมัครคูณกับค่าน้ำหนักแต่ละวิชา ดังนี้
 

          คะแนน O-NET วิชา 01 (63.00 X 7) = 441, วิชา 02 (75.00 X 7) = 525, วิชา 03 (71.00 X 7) = 497, วิชา 04 (81.00 X 7) = 567, วิชา 05 (87.00 X 7) = 609 คะแนนวิชาเฉพาะ วิชา 43 (59.00 X 17.5) = 1032.50, วิชา 44 (60.00 X 17.5) = 1050

 ขั้นที่ 2 นำคะแนนที่คูณด้วยค่าน้ำหนักแล้วมารวมกัน จะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนน O-NET (441+525+497+567+609) = 2639 คะแนนวิชาเฉพาะ (1032.50+1050) = 2082.50

 การคิดคะแนน GPAX และ GPA กลุ่มสาระ 

          ในการคัดเลือก กำหนดให้ใช้ผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (GPAX) ร้อยละ 10 และผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายแยกตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) ร้อยละ 20 การคิดคะแนนส่วนนี้ให้คิดเทียบคะแนนเต็มเป็น 100 คะแนน

วิธีคิด 

          1. ให้นำผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) และผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) คูณด้วย 25 เพื่อแปลงค่าผลการเรียนเฉลี่ยเป็นคะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน (คิดโดยเทียบ GPA = 4 มีค่าเท่ากับ 100 คะแนน  ดังนั้น GPA ของผู้สมัครจึงมีค่าเท่ากับ (GPA ของผู้สมัคร X 100 หารด้วย 4) หรือ มีค่าเท่ากับ GPA ของผู้สมัคร คูณด้วย 25) 

          2. ให้นำผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) และผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) ที่แปลงค่าเป็นคะแนน แล้ว คูณกับ ค่าน้ำหนัก ของ GPAX และ GPA กลุ่มสาระตาม ที่คณะ / ประเภทวิชานั้นๆ กำหนด 

          3. นำค่าคะแนน GPA กลุ่มสาระ ที่แปลงเป็นคะแนนและคูณด้วยค่าน้ำหนักเรียบร้อยแล้วมารวมกัน จะได้คะแนนรวม GPA กลุ่มสาระ 

          4. คะแนนเต็ม GPAX เท่ากับ 100 X 10 = 1000 คะแนนเต็ม GPA กลุ่มสาระแต่ละกลุ่ม เท่ากับ 100 คูณด้วย ค่าน้ำหนักของกลุ่มสาระนั้น

          ตัวอย่างการคิดคะแนน GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

          คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ กำหนดให้ใช้ GPA กลุ่มสาระ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสาระภาษาไทย (21), สังคม (22), ภาษาต่างประเทศ (23), คณิตศาสตร์ (24), วิทยาศาสตร์ (25) โดยคิดค่าน้ำหนัก กลุ่มสาระ 21 = 2.5, 22 = 2.5, 23 = 5, 24 = 5, 25 = 5 

          สมมุติให้ผู้สมัครมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 2.93, ผลการเรียนเฉลี่ยกลุ่มสาระ 21 = 3.10, 22 = 2.72,23 = 3.33, 24 = 2.69, 25 = 3.65

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำค่า GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ของผู้สมัคร คูณด้วย 25 จะได้คะแนนดังนี้
 

          คะแนน ผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (2.93 X 25) = 73.25 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ กลุ่มสาระภาษาไทย (3.10 X 25) = 77.50, สังคม (2.72 X 25) = 68.00, ภาษาต่างประเทศ (3.33 X 25) = 83.25, คณิตศาสตร์ (2.69 X 25) = 67.25, วิทยาศาสตร์ (3.65 X 25) = 91.25

 ขั้นที่ 2 นำคะแนน GPAX และ คะแนน GPA กลุ่มสาระ คูณด้วยค่าน้ำหนักตามที่คณะ / ประเภทวิชากำหนด ดังนี้ 

          คะแนนผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (73.25 X 10) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ กลุ่มสาระภาษาไทย (77.50 X 2.5) = 193.75, สังคม (68.00 X 2.5) = 170.00, ภาษาต่างประเทศ (83.25 X 5) = 416.25, คณิตศาสตร์ (67.25 X 5) = 336.25, วิทยาศาสตร์ (91.25 X 5) = 456.25

 ขั้นที่ 3 นำค่า GPA ที่แปลงเป็นคะแนนและคูณด้วยค่าน้ำหนักเรียบร้อยแล้วมารวมกันจะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนนผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) (193.75+170.00+416.25+336.25+456.25) = 1572.50

          ตัวอย่างการคิดคะแนน GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ในคณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

          คณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ กำหนดให้ใช้ GPA กลุ่มสาระ 3 กลุ่ม คือ ภาษาไทย (21), สังคม (22), ภาษาต่างประเทศ (23) โดยคิดค่าน้ำหนักกลุ่มสาระ 21 = 6, 22 = 6, 23 = 8 

          สมมุติให้ผู้สมัครมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 2.93, ผลการเรียนเฉลี่ยกลุ่มสาระ 21 = 3.10, 22 = 2.72, และ 23 = 3.33

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำค่า GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ของผู้สมัคร คูณด้วย 25 จะได้คะแนนดังนี้ 

          คะแนน ผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (2.93 X 25) = 73.25 คะแนน ผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ ประกอบด้วยกลุ่มสาระภาษาไทย (3.10 X 25) = 77.50, กลุ่มสาระ สังคม (2.72 X 25) = 68.00, กลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ (3.33 X 25) = 83.25

 ขั้นที่ 2 นำคะแนน GPAX และ คะแนน GPA กลุ่มสาระ คูณด้วยค่าน้ำหนักตามที่คณะ / ประเภทวิชากำหนด ดังนี้ 

          คะแนนผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (73.25 X 10) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ กลุ่มสาระภาษาไทย (77.50 X 6) = 465.00, สังคม (68.00 X 6) = 408.00, กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (83.25 X 8) = 666.00

 ขั้นที่ 3 นำค่า GPA ที่แปลงเป็นคะแนนและคูณด้วยค่าน้ำหนักแล้วมารวมกันจะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนน ผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) (465.00+ 408.00+666.00) = 1539

          ตัวอย่างการคิดคะแนน GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

          คณะนิติศาสตร์ กำหนดให้ใช้ GPA กลุ่มสาระ 3 กลุ่ม คือภาษาไทย (21), สังคม (22), ภาษาต่างประเทศ (23) โดยคิดค่าน้ำหนักกลุ่มสาระ 21 = 7, 22 = 6, 23 = 7 

          สมมุติให้ผู้สมัครมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 2.93, ผลการเรียนเฉลี่ยกลุ่มสาระ 21 = 3.10, 22 = 2.72, และ 23 = 3.33

วิธีคิด

 ขั้นที่ 1 นำค่า GPAX และ GPA กลุ่มสาระ ของผู้สมัคร คูณด้วย 25 จะได้คะแนนดังนี้ 

          คะแนน ผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (2.93 X 25) = 73.25 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ ประกอบด้วยกลุ่มสาระภาษาไทย (3.10 X 25) = 77.50, กลุ่มสาระ สังคม (2.72 X 25) = 68.00, กลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ (3.33 X 25) = 83.25

 ขั้นที่ 2 นำคะแนน GPAX และ คะแนน GPA กลุ่มสาระ คูณด้วยค่าน้ำหนักตามที่คณะ / ประเภทวิชากำหนด ดังนี้ 

          คะแนนผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) (73.25 X 10) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ กลุ่มสาระภาษาไทย (77.50 X 7) = 542.50, กลุ่มสาระสังคม (68.00 X 6) = 408.00, กลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ (83.25 X 7) = 582.75 

 ขั้นที่ 3 นำค่า GPA ที่แปลงเป็นคะแนนและคูณด้วยค่าน้ำหนักเรียบร้อยแล้วมารวมกันจะได้คะแนนรวมดังนี้ 

          คะแนนผลการเรียนเฉลี่ย (GPAX) = 732.50 คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยตามกลุ่มสาระ (GPA กลุ่มสาระ) (542.50+ 408.00+582.75) = 1533.25

 การคิดคะแนนรวม 

          คะแนนรวม = คะแนน GPAX + คะแนน GPA กลุ่มสาระ + คะแนน O-NET + คะแนน A-NET และ / หรือ คะแนนวิชาเฉพาะ

ตัวอย่าง

          สมมุติผู้สมัครมีผลการเรียนเฉลี่ย ( GPAX ) = 2.93 , GPA กลุ่มสาระ 21 = 3.10 , 22 = 2.72 , 23 = 3.33 , 24 = 2.69 , 25 = 3.65 , คะแนน O-NET วิชา 01 = 63.00 , 02 = 75.00 , 03 = 71.00 , 04 = 81.00 , 05 = 87.00 , คะแนน A-NET วิชา 14 = 57.00, คะแนนวิชาเฉพาะ 38 = 70.00, 43 = 59.00, 44 = 60.00

 เมื่อคิดคะแนนการสมัครคัดเลือกฯในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้สมัครจะได้คะแนนรวมดังนี้



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
eduzones.com

เรื่องอื่นๆ
  1. Frozen Flowers
  2. สังคมสลด! ด.ช.13 ปี ดูหนังโป๊ แล้วข่มขืน ด.ญ.ทางประตูหลัง
  3. เปิดตัวเหยื่อ สาระแนห้าวเป้ง
  4. สมจิตร รับงานเยอะ ทำบ้านมีปัญหา
  5. ร่างกฎหมายใหม่ นั่งรถคนเมา เราผิดด้วย คุณคิดไง
  6. การกลับมาครั้งของ เจสัน สเตแธม ใน Crank High voltage
  7. อู๊ย . . . ย เมื่อยคอจัง
  8. โครงการบ้านยิ้ม สานฝันคนอยากมีบ้าน
  9. การเป็นห่วงเป็นใย ก็ทำให้เลิกกันได้
  10. ความรักเริ่มต้นทำไมต้องสุข จุดจบทำไมต้องเศร้า

เรื่องน่าสนใจ