

ช้างป่าอุทยานเขาชะเมาถูกไฟช็อตเสียชีวิต (ข่าวสด)
เมื่อเวลา 06.00น.วันที่ 6 มิถุนายน นายเสริมพันธ์ สาริมาน หัวหน้าอุทยานเขาชะเมา-เขาวง อ.เชาชะเมา จ.ระยอง รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตหน่วยพิทักษ์-คลองพลู หมู่ 1ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา ว่า พบช้างถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต 1 เชือก บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 38/4 ม.1 ต.ห้วยทับมอญ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าศพช้างเชือกดังกล่าว มีบาดแผลไหม้ที่บริเวณงวงเป็นรอยใหญ่ และมีเลือดติดที่สายไฟฟ้าที่ขาดห้อยลงมา ลำตัวไม่พบบาดแผลในบริเวณอื่น ในที่เกิดเหตุยังมีต้นไผ่หักล้มลงมาด้วย
สอบถามนายอรุณ ขอมีกลาง อายุ 36ปี ผู้พบช้าง ได้เล่าว่า ตนเองได้ยินเสียงช้างร้องดังขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 03.00น. และไฟฟ้าก็ดับลง จึงได้จุดตะเกียงออกมาดูก็พบช้าง ยืนอยู่ห่างจากที่พบศพช้าง ประ 200 เมตร เมื่อเอาไฟส่องไปดูช้างเชือกดังกล่าวก็วิ่งหนีไปบนเขา จึงไม่กล้าออกไปดู เพราะกลัวจะเป็นอันตราย เพราะอาการช้างอยู่ในอาการที่ตื่นตระหนก ต่างจากทุกครั้งที่พบ ช้างโขลงดังกล่าวจะมีทั้งหมด 10 เชือก ไม่ดุร้าย และไม่เคยทำร้ายชาวบ้านเลย แต่ก่อนเคยลงมากินพืชผลของชาวบ้าน แต่เมื่อมีเสียงดังก็ไม่กล้าลงมา ซึ่งก็ไม่ได้ทำความเสียหายให้มากนัก ชาวบ้านกับช้างจึงอยู่ด้วยกันตลอดมา
จนกระทั่งในช่วงเช้าออกมาดูก็ต้องตกใจกับภาพช้างนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนหน้าบ้าน และเห็นสายไฟฟ้าห้อยมาติดที่งวงช้าง พร้อมทั้งต้นกอไผ่ที่หักโค่นลงมา จึงรู้ว่าถูกไฟช็อตจนเสียชีวิต และ ตรวจสอบโดยรอบก็พบรอยเท้าของช้างอีก 2 เชือกที่เดินเข้าไปในป่าข้างบ้านตน หลังจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาตรวจสอบ
ต่อมานายวีระ ศิริผล ปศุสัตว์อำเภอเขาชะเมา ได้เดินทางมาตรวจสอบศพของช้างเชือกดังกล่าว หลังจากตรวจพบว่าเสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าช็อตเข้าที่งวง และไม่พบบาดแผลอื่น สำหรับช้างเชือกดังกล่าวเป็นช้างเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม สูง 240 เซนติเมตร วัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของฝ่าเท้า คาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ 14 ปี เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง
นายเสริมพันธ์ สารีมาน หัวหน้าอุทยานฯ กล่าวว่า สำหรับช้างเชือกดังกล่าวเป็นช้างที่อยู่ในป่าภายในอุทยานฯ ซึ่งเป็นช้างที่ไม่ค่อยดุร้ายและไม่เคยทำร้ายชาวบ้าน สาเหตุที่เสียชีวิต คงดึงกินกิ่งไผ่ ที่ใกล้เสาไฟฟ้า ที่มีกระแสไฟ 220โวลล์ กระทั่งกิ่งไผ่หักลงมาจนทำให้สายไฟฟ้าขาดทั้งที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ และกระแทกถูกที่งวง ประกอบกับช้างเคราะห์ร้ายไปยืนในแอ่งน้ำ จึงทำให้ไฟฟ้าจนเข้าเต็มที่จนเสียชีวิต ส่วนอีก 2 เชือก เมื่อเห็นเพื่อนล้มลงก็คงตกใจและรีบวิ่งหนีไป
สำหรับร่างของช้างเชือกนี้ก็จะมีการขุดหลุมฝังใกล้กับที่พบศพ โดยได้ประสานให้นำรถแบล็คโฮเข้ามาขุดหลุม และยังได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 12 รูป มาประกอบพิธีทางศาสนา และทำพิธีฝัง เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง สำหรับอุบัติเหตุกับช้างครั้งนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย
ต่อมาเวลา 11.00น.พระสงฆ์ 12 รูป ก็ได้เดินทางมาประกอบพิธี มีการสวดส่งวิญญาณ พร้อมทั้งให้ชาวบ้านร่วมกันไว้อาลัย วางดอกไม้ กล้วย อ้อย ลงในหลุมฝังศพที่ขุดกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร ลึก ประมาณ 5 เมตร หลังจากนั้นก่อนจะใช้โซ่คล้องลำตัวใช้รถแบล็คโฮยกร่างลงไปฝัง ท่ามกลางชาวบ้านที่มองดูอย่างเวทนาต่อการจากไปของช้างเชือกนี้ หลังจากที่ฝังกลบเสร็จ ฝนก็ตกมาอย่างหนัก จนชาวบ้านเชื่อว่า เจ้าป่าเจ้าเขาได้รับรู้ต่อการจากไปของช้าง
ทั้งนี้ สำหรับอาการล่าสุดของ "พังกำไล" นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสัตวแพทย์ได้เข้าเฝือกใหม่ให้พังกำไล แล้วยกช้างทำความสะอาดแผลข้างซ้าย กินอาหารและน้ำได้ โดยให้ครั้งละน้อยๆ ในแต่ละมื้อ น้ำที่ให้มีการเสริมเกลือแร่ และน้ำตาลกลูโคส ให้เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป และเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายช้าง ส่วนสภาพของพังกำไลมีการตอบสนองมากขึ้น ทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะทำการรักษาแผลข้างซ้าย และตัดชิ้นเนื้อที่ตายออก การบำบัดรักษาเป็นไปตามปกติเหมือนวันก่อนๆ และการสร้างซ่องบังคับช้างสำหรับเคลื่อนย้าย มีล้อ 6 ล้อ สร้างเสร็จแล้ว ส่วนอ่างที่จะขุดเพื่อรักษาช้างแบบวารีบำบัดยังไม่แล้วเสร็จ กลัวฝนตกลงมาแล้วทำให้แฉะ ต้องรออีกสักระยะจึงจะขุดได้
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก






