สาธารณสุขเผยผู้ป่วย ไข้หวัด2009 ปกติแล้ว


สธ.เผยผู้ป่วย "หวัด2009" ปกติแล้ว ใช้แผนบีรองรับ "ฮู" เพิ่มแพร่ระบาดระดับ 6 ปูพรมกำจัดยุงลาย 14 จังหวัดใต้

          นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) หรือ 2009 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน หลังจากที่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทยรายแรก ซึ่งเป็นการติดต่อภายในครอบครัว ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายที่ 6 และ 7 ซึ่งเป็นแม่ และลูกชาย หายป่วยแล้ว มีอาการปกติ และกลับไปพักที่บ้านแล้ว รวมถึงผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้ อาการปกติ ไม่มีไข้และผลตรวจวิเคราะห์ระบุว่า ไม่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ส่วนผู้ป่วยยืนยันรายที่ 8 เป็นหญิงอายุ 19 ปี ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะทานยาต้านไวรัสยังไม่ครบชุดการรักษา ซึ่งคาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ 1-2 วันนี้ ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรค 5 ราย ผลตรวจวิเคราะห์ ยืนยันแล้วว่าไม่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เช่นเดียวกัน 

          "ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณจากองค์การอนามัยโลกว่าอาจจะประกาศยกระดับการระบาดของโรคเพิ่มเป็นระดับที่ 6 คือ มีการแพร่ระบาดไปยังทวีปอื่นๆ โดยเฉพาะในซีกโลกทางใต้ ที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเอื้อต่อการระบาดของเชื้อไวรัสง่ายขึ้น เช่น ออสเตรเลีย มีผู้ป่วยแล้วประมาณ 500 ราย ทวีปอเมริกาใต้ และประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เริ่มมีผู้ป่วยมากขึ้น" นพ.คำนวณ กล่าว

          นพ.คำนวณ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการป้องกันและควบคุมโรคของไทย ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นของแผน บี แล้วหลังจากที่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็นรายแรก ซึ่งแผนบีจะเป็นการรองรับ องค์การอนามัยโลกประกาศยกระดับการระบาดเพิ่มเป็นระดับ 6 ด้วยเช่นกัน การป้องกันจะเน้นในกลุ่มของเด็กนักเรียน และวัยทำงาน ที่อยู่ในโรงเรียน สถานประกอบการต่างๆ เพราะเป็นสถานที่ที่มีการชุมนุมคนจำนวนมาก ซึ่งหากมีการระบาดจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

          "ส่วนการเฝ้าระวังเชื้อจากนอกประเทศ ต่อไปจะต้องเพิ่มพื้นที่เสี่ยงโดยเน้นเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวและคนไทยที่กลับจากประเทศทางซีกโลกทางใต้ให้เข้มงวดขึ้น เช่น ออสเตรเลีย และประเทศในอเมริกาใต้ เช่น ชิลี เป็นต้น จากเดิมเฝ้าระวังเฉพาะสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งประเทศทางซีกโลกเหนือเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ทำให้มีผู้ติดเชื้อลดลง ซึ่งเป็นปกติของการระบาดของโรค" นพ.คำนวณ กล่าว 

          นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการเปิดศูนย์ปฏิบัติการโรคไข้ปวดข้อยุงลาย 14 จังหวัดภาคใต้ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ว่า ขณะนี้โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือชิคุนกุนยา ได้แพร่ระบาดอย่างหนัก โดยพบผู้ป่วยแล้ว 24,029 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต การระบาดในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีแนวโน้มดีขึ้น โดยจำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลงแล้ว แต่ในภาคใต้ตอนบนกลับพบผู้ป่วยมากขึ้น จึงจำเป็นต้องกำจัดยุงลาย พาหะนำโรค ทั้งยุงลายสวน ยุงลายบ้าน แบบปูพรมพร้อมกันทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อไม่ให้ยุงหลบหนีขึ้นมาพื้นที่ใกล้เคียงได้ โดยตั้งเป้าให้โรคสงบภายใน 3 เดือน 

          นายวิทยากล่าวว่า กำชับให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ทารก เด็กเล็ก ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ หากติดเชื้อโรค อาการอาจรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เสี่ยงต่อการชักจากไข้สูงได้ เพราะโรคนี้ผู้ป่วยบางรายมีไข้สูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งการที่เด็กชักบ่อยๆ จะมีผลกระทบต่อสมองของเด็กในระยะยาวได้ 

          นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. กล่าวว่า กรมวิทย์ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพเสื้อกันยุงสมุนไพร โดยเพิ่มสารไพรีทรอยด์สังเคราะห์เลียนแบบสารธรรมชาติที่สกัดจากดอกเบญจมาศป่า (Chrysanthemum cinerariaefolium) ซึ่งเป็นพืชยืนต้นที่ชอบอากาศหนาวเย็น สารดังกล่าวมีฤทธิ์ทำให้ยุงที่มาเกาะตาย แต่มีอันตรายกับผู้สวมใส่น้อยมาก เพราะในตับของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่นมีเอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายสารออกฤทธิ์ชนิดนี้ได้ จึงไม่สะสมในร่างกาย โดยผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่า สามารถลดอัตราการกัดของยุงได้ ร้อยละ 97 ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำไปทดสอบในภาคสนามต่อไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สาธารณสุขเผยผู้ป่วย ไข้หวัด2009 ปกติแล้ว อัปเดตล่าสุด 7 มิถุนายน 2552 เวลา 17:06:23 1,965 อ่าน
TOP
x close