
เทพเทือก พร้อมคณะบินลงใต้กำชับ จนท.ดูแลเข้ม (ไทยรัฐ)
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (13 มิ.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก เดินทางออกจากกองการบินการขนส่งทางบก (ขสทบ.) เพื่อลงพื้นที่อ.เจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุยิงพระสงฆ์ในจังหวัดยะลา ขณะออกบิณฑบาต โดยจะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลรักษาความปลอดภัยพระภิกษุสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด และขอความร่วมให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ โดยให้งดวันลาพักไว้ก่อน และจะเดินทางกลับในเวลา 15.30 น.
ทั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า จะเดินทางไปยังมัสยิดอัลฟุรกอน ที่เกิดเหตุยิงชาวบ้านขณะละหมาด เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมให้ความมั่นใจกับชาวบ้านว่าไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้จะไม่มีการปรับแผนการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่จะเพิ่มความเข้มงวด และขีดความสามารถของกองกำลังลาดตระเวน โดยเตรียมใช้บอลลูนตรวจการณ์ และเสริมกำลังอาสาสมัครพลเรือน ซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นอยู่ในขณะนี้ พร้อมกันนี้ทางคณะได้เดินทางไปยังวัดวาฬุการาม หรือวัดคลองทรายใน ตั้งอยู่ ม.5 ตำบลยุโป อำเภอเมือง จ.ยะลา เพื่อเคารพศพ พระสมบัติ อาทโร พระลูกวัดดังกล่าว หลังจากนั้นจะได้เดินทางไปโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อเยี่ยมอาการป่วยของพระธวัชชัย ไชยหมาน ที่ถูกคนร้ายยิงจนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ ของ รมช.มหาดไทย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจต้องทำงานในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตลอดของการเดินทาง และในพื้นที่ที่คณะไปถึง จะได้มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกระบบ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย
สำหรับบรรยากาศทั่วไปในพื้นที่จังหวัดยะลา เช้าวันนี้ค่อนข้างที่จะเงียบเหงา หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่กล้าออกไปจับจ่ายซื้อของภายในตลาดเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและประชาชนมีความหดหู่ใจ ที่คนร้ายกระทำได้กับพระสงฆ์ ซึ่งไม่มีอาวุธ และทางต่อสู้
ทั้งนี้ ประชาชนขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ความสำคัญและดูแลพระสงฆ์ให้มากกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจดูแล แต่ให้ประชาชนดูแลเอง ซึ่งชาวบ้านไม่ได้รับการฝึกอาวุธหรือยุทธวิธีเหมือนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จึงไม่มีความสามารถพอที่จะคุ้มกันดูแลได้ จึงได้เกิดเรื่องขึ้นดังกล่าว
อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้เพิ่มกำลังในการดูแลพระสงฆ์ที่ออกเดินบิณฑบาต ภายในเขตเทศบาลนครยะลา อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กับพระสงฆ์ หลังจากที่พระสงฆ์ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตและบาดเจ็บเมื่อวานนี้ (12มิ.ย.)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





