สุวิทย์บินแจงปธ.มรดกโลก ค้านขึ้นทะเบียนพระวิหาร



สุวิทย์บินแจงปธ.มรดกโลก ค้านขึ้นทะเบียนพระวิหาร (กรุงเทพธุรกิจ)

          "สุวิทย์" งัดข้อยูเนสโก ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหาร เผยทำผิดธรรมนูญ ส่งผลเกิดสงคราม เตรียมบินแจงประธานมรดกโลก 19 มิถุนายน

          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ครั้งที่ 33 ของยูเนสโก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 30 มิถุนายนนี้ ที่ประเทศสเปน ตนพร้อมคณะทั้งหมดจะเดินทางไปก่อนตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนนี้   เนื่องจากจะไปเข้าพบกับประธานคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก และเสปน   ซึ่งเป็นการหารือนอกรอบก่อนประชุมจริง เพื่อจะแสดงท่าทีและจุดยืนของรัฐบาลไทยเรื่องคัดค้าน กรณีที่ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกในปีที่ผ่านมา  

          เนื่องจากมีข้อมูลว่า ยูเนสโกได้ ทำผิดขัดต่อธรรมนูญของยูเนสโก และขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดตั้งของยูเนสโก เพราะการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารครั้งนี้ไม่ได้นำสันติภาพมา แต่กลับทำให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา จนเกิดการปะทะกัน และนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิต ไม่สามารถทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและเปิดให้คนเข้ามาดูความงดงามของการเป็นมรดกโลกได้เลย  จึงถือว่าเป็นการทำขัดต่อหลักการในการตั้งยูเนสโกอย่างชัดเจน 

          นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่ากระบวนการพิจารณาการขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกเอง ก็ยังมีหลายเรื่องที่เป็นข้อสงสัย และเกิดปัญหา เพราะเป็นการลงมติให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ทั้งที่ ยังขาดองค์ประกอบทางด้านวัฒนธรรม และแผนบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดจนการไม่ได้รับความเห็นชอบจากประเทศไทย  

          ดังนั้นจึงอยากให้มีการเปิดเผย และเกิดความชัดเจนว่ากระบวนที่เราเห็นว่าขัดกับหลักการรับรองมติของที่ประชุมภาคีสมาชิกนั้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้ยังยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงกัมพูชา แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ และสิทธิอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนที่ควรต้องนำมาตอบโต้ 

          "ยอมรับว่าต้องทำการบ้าน และจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดข้อสงสัยต่างๆ เพื่อนำไปแสดงจุดยืนในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราจะคัดค้านยูเนสโก และประธานมรดกโลก รวมทั้งต้องการประกาศให้สมาชิกอนุสัญญามรดกโลก ได้เห็นถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนความคาดหวังนั้นอยากเห็นความร่วมมือของไทย - กัมพูชา ที่จะกลับมามีสันติภาพ และทำให้เกิดความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งตรงนี้คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี" นายสุวิทย์ ระบุ 

          เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจะเสนอให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วม และผนวกพื้นที่โบราณ สถานในฝั่งไทยเข้าไปได้หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า   ไม่ได้เตรียมเรื่องนี้ไป แต่จากการหารือกับคณะกรรมการมรดกโลกของไทยนั้น ยังมีความชัดเจนว่าเรายังยึดตามคำพิพากษาของศาลโลกที่ให้กัมพูชาเฉพาะแค่ตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้นจากแนวเขตสันปันน้ำลงมา  ซึ่งถ้ากัมพูชาจะบริหารจัดการพื้นที่ก็จะต้องไม่รุกล้ำมาในเขต อธิปไตยของไทย และตอนนี้ก็ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเสียดินแดนแม้แต่นิ้วเดียวเช่นเดิม 

          ด้านนางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่า ยังเห็นว่าความสมบูรณ์ของการเป็นมรดกโลกจะต้องมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์อื่นๆร่วมอยู่ด้วย แม้ว่าจะมีพระวิหารเป็นสำคัญก็จริง ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตที่ไทยเคยเป็นกรรมการ 21 ชาติของมรดกโลกก็เคยคัดค้านมาตลอดว่าควรจะต้องเป็นแบบนี้ และทางออกคือการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกัน ดังนั้นการที่ไทยจะเข้าไปคัดค้านยูเนสโก ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องการแสดงเจตนารมณ์ และแสดงสิทธิ อำนาจอธิปไตย เพื่อไม่ให้ภาคสมาชิกอนุสัญญาทำอะไรที่ขัดต่อหลักการเหมือนที่ผ่านมา 

          ด้าน ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวแสดงความเห็นกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทย   มีมติให้แสดงจุดยืน และท่าทีของประเทศไทย ต่อการคัดค้านขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ที่ประเทศสเปน ในวันที่ 22 - 30 มิถุนายนนี้ ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อสรุปจากคณะ ที่ได้จากการประชุมของกรรมการมรดกโลกของไทย ซึ่งเห็นตรงกันว่า ไทยควรมีท่าทีที่ไม่เห็นด้วย กับมติของคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่แล้ว เพราะกระบวนการที่ออกมาชัดเจนว่ากัมพูชาได้รับการพิจารณาพิเศษยกเว้นอะไรต่อมิอะไรหมดทั้งหมดจนทำให้พระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นเห็นว่า เป็นการสมควรที่ผู้แทนของไทยต้องแสดงท่าทีทั้งการจะไปพูดหรือการยื่นหนังสือในที่ประชุมมรดกโลกในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ถึงจะไม่มีฟีตแบค ก็ตาม 

          "ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าผลที่จะนำกลับมาพิจารณาใหม่คงเป็นเรื่องยาก การดำเนินการที่เราจะไปพูดหรือยื่นหนังสือก็เป็นสิ่งที่ควรที่สุด ทั้งนี้หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมาทางกัมพูชาเอง ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าในเรื่องของแผนการจัดการรอบพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งไทยก็ยังสงวนท่าที และต้องคอยดูว่ากัมพูชาจะทำอะไรที่ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ ทำให้เรียกว่าตอนนี้คงยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ส่วนข้อเสนอที่ไทยเคยบอกว่าจะนำเอาโบราณสถานในฝั่งไทย เช่น สถูปคู่ สระตราว ภาพสลักนูนต่ำ ผนวกเป็นมรดกโลกหากกัมพูชาให้ 2 ประเทศเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกันนั้น คงต้องยอมรับความจริงแล้วว่า ถึงอย่างไรทางกัมพูชาก็ไม่ยอมรับไทยแน่นอน ดังนั้นคงไม่มีประโยชน์แล้ว" ดร.อดุล และกล่าวว่าส่วนการที่รัฐบาลไทยนำสมบัติไปคืนกัมพูชานั้น เป็นการแสดงถึงน้ำใจของเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขมรจะยอมรับและเปลี่ยนใจในเรื่องพระวิหาร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สุวิทย์บินแจงปธ.มรดกโลก ค้านขึ้นทะเบียนพระวิหาร อัปเดตล่าสุด 19 มิถุนายน 2552 เวลา 11:15:15 4,278 อ่าน
TOP
x close