
ครูโหดเตะนักเรียนป่วย สลยเหมือด (ไทยรัฐ)
นักเรียนราชประชาฯ ป่วย เอาข้าวไปกินใต้ถุนหอพัก ครูโผล่ไม่พูดพล่ามทำเพลง ละเลงด้วยหมัดแถมเตะเข้าชายโครงเด็กจนได้รับบาดเจ็บ ต้องหามส่งโรงพยาบาล ญาติกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องสื่อ ยันขอให้เอาออก ส่วน ผอ.เขต 1 ยืนยันให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย
เหตุการณ์ครูโหดรายนี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (1 กรกฎาคม) ที่โรงพยาบาลห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้องกวาง จ.แพร่ ญาติๆ ของนักเรียนและครูจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่ 25 และนายศิริพันธ์ ขวัญอ่อน รอง อผ.สพท.แพร่เขต 1 กำลังเข้าเยี่ยมและสอบสวน นายณัฐ (ขอสงวนชื่อจริง และนามสกุล) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.1 อยู่บ้านเลขที่ 16/4 ม.1 ต.บ่อเบี่ย อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ที่นอนซมอยู่บนเตียง โดยมีนางดวงเดือน โพธิ์ทอง รองผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชาฯ เฝ้าไข้อยู่
นายณัฐ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 2 ทุ่ม เมื่อคืนที่ผ่านมา ป่วยนอนอยู่บนห้องพักบ้านพักในโรงเรียน เพื่อนได้เอาข้าวไปให้กิน จึงได้ลงมากินที่ใต้ถุนห้องพัก ในขณะนั้นได้มีครู คือ นายณัชภัค แสงเพชร เข้ามาโดยไม่ได้พูดจาถามไถ่ ก็เอามือที่พันด้วยผ้าขนหนูไล่ชกตนที่กกหู และเพื่อนอีกสองคน และในขณะที่จะวิ่งออกมาก็ถูกครูเตะเข้าที่ชายโครง 2 ครั้ง จนกระทั่งล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่เตะตน และเห็นว่าตนพร้อมเพื่อนบาดเจ็บครูก็เดินมาดู ก่อนพามาส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลไป ก่อนที่เพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งให้ญาติทราบและเดินทางมาดู
ด้าน นายศิริพันธ์ ขวัญอ่อน รอง ผอ.สพท.แพร่ เขต 2 กล่าวว่า หลังได้รับรายงานก็รีบมาตรวจสอบ และจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนนนายณัชภัค นั้นเป็นพนักงานราชการ ได้เข้ามาในอัตราจ้างเป็นราย 5 ปี จะแตกต่างกับครูอัตราจ้างทั่วไป อย่างไรก็ดี หากพบการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นจริง ก็คงจะให้ออก อย่างไรก็ตามทราบมาว่า ทางโรงเรียนมีกฎระเบียบในการเข้าพักในหอพักโรงเรียน โดยห้ามไม่ให้เอาอาหารไปกินในห้องพัก แต่การกระทำเช่นนี้ก็เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ขณะที่นายวัย อินทร์นันท์ ซึ่งเป็นญาติของเด็กนักเรียนที่โดนเตะ เปิดเผยว่า มีเด็กที่เป็นญาติกันและมาเรียนด้วยกันอีก 2 คนก็ถูกเตะ แต่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถวิ่งหลบหนีได้ แต่นายณัฐป่วยจึงไม่มีแรง ในเบื้องต้นนี้จะรอการดำเนินการของทางโรงเรียนก่อนว่า จะดำเนินการลงโทษอย่างไร แต่หากยังไม่มีความเคลื่อนไหวก็จะเข้าแจ้งความกับตำรวจให้เอาเรื่องทำร้ายร่างกายต่อไป





