









นาม ส่งซิกเชือด ทักษิณ ผิด หญิงอ้อ ซื้อที่รัชดา
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อที่ดิน ของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ความคืบหน้า วานนี้ (2 พ.ย.) นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. กล่าวว่า การตีความตามกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 ต้องให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตีความ การที่คุณหญิงพจมานให้ทนายออกมาแก้ต่างนั้น จะอ้างอย่างไรก็ได้ แต่ในแง่ของกฎหมายนั้น ต้องส่งให้ ศาลเป็นผู้วินิจฉัย เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุด และเรื่องนี้ควรไปถามนายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส. ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่จะตอบได้ดีกว่า
เมื่อถามว่ามองเจตนากฎหมายมาตรา 100 ของกฎหมาย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และประกาศ ป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามมาตรา 100 ของ พ.ร.บ.นี้อย่างไร นายนามตอบว่า มี 2 คนที่ผิด คือนายกฯ (ทักษิณ) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยภาพรวมนั้น อดีตนายกฯ จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะมีระเบียบ การบริหารราชการแผ่นดิน ที่อดีตนายกฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ส่วนระเบียบจะเป็นอย่างไร จะนำมาโยงกับคดีนี้ได้อย่างไร สื่อต้องไปดูรายละเอียดเอาเอง เพราะยังไม่ได้อ่าน
ด้าน นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. กล่าวถึงการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯ ของกองทุนฟื้นฟูฯ ว่า ได้สอบถามความคิดเห็นไปยัง ป.ป.ช. ถึงความเห็นในกฎหมายดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ตอบกลับมาว่า ไม่เข้าข่ายความผิด เนื่องจากอดีตนายกฯ ไม่ได้เข้ามากำกับดูแลกองทุนฟื้นฟูฯ โดยตรง เพราะการซื้อขายที่ดินของกองทุนฟื้นฟูฯ มีประธานกองทุนฟื้นฟูฯดูแลอยู่ รวมทั้งมีกฎหมายรองรับตรวจสอบ ทำให้ทาง คตส.เองต้องมีการตีความกันก่อน
ทั้งนี้ ไม่ สามารถพูดแทน คตส.ได้ ต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมเสียก่อน และต้องไปว่ากันในชั้นศาล ถ้าถึงศาลก็ต้องถึงศาล ถ้าเห็นว่าประธานกองทุนฟื้นฟูฯไม่เกี่ยว เราก็ไม่ฟ้อง เมียซื้อที่ดิน ผัวเป็นรัฐบาลอยู่ จะให้เอาติดคุกได้หรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน
ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตร กล่าวถึงการซื้อที่ดินของคุณหญิง พจมานว่า เป็นการกระทำที่โปร่งใสตรงไปตรงมาถูกต้องตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ทุกประการ การประมูลมีผู้ประมูลร่วมกัน 3-4 ราย การประมูลครั้งแรกมีราคาสูงเกินไป ไม่มีคนประมูล จึงมีการประมูลครั้งที่ 2 ในเดือน ธ.ค.ปี 2546 มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย รวมทั้งคุณหญิงพจมานด้วย
โดยคุณหญิงพจมาน เสนอราคาสูงสุดที่ 772 ล้านบาท โดยผู้ร่วมประมูลเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น จึงไม่มีการฮั้วประมูลหรือสมยอมกันอย่างแน่นอน นอกจากนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ก็มีความเป็นนิติบุคคล มีอำนาจจะอนุมัติสัญญาหรือไม่ก็ได้ และตามเงื่อนไขการประมูลไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญากับผู้ประมูลในราคาสูงสุดก็ได้ ดังนั้นการที่กรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ตกลงเซ็นสัญญานั้นได้พิจารณา ดีแล้ว
ข้อมูลจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































































































































|