
'กษิต' เปิดใจ ไม่ออก รอคดีถึงศาล (ไทยรัฐ)
'กษิต' เปิดใจ ยังไม่ลาออกจาก รมว.ต่างประเทศ รอคดีปิดสนามบินถึงศาล หากรับฟ้องไม่หน้าด้านอยู่ ชี้ ข้อกล่าวหาต้องสมเหตุสมผล ...
เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันนี้ (6 ก.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวเปิดใจ ในรายการคุยนอกทำเนียบ ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถึงการถูกออกหมายเรียก คดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิว่า วันนี้ทนายของตนบอกว่า ภายใน 30 วันจะให้ข้อมูลตามข้อกล่าวหา โดยชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ตามสิทธิของตน และต้องพิจารณาว่าข้อกล่าวหานั้นถูกต้อง สมเหตุสมผลหรือไม่ เกินความเป็นจริงหรือไม่
ต่อข้อถามว่า นายกษิต เคยบอกว่าหากศาลประทับรับฟ้องจะตัดสินใจ นายกษิต กล่าวว่า ต้องดูข้อกล่าวหาด้วย หากกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นไปไม่ได้ ที่บอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ตนต้องปฏิเสธ ประเด็นที่สอง ต้องดูว่าข้อกล่าวหาสมเหตุสมผลหรือไม่ รวมถึงข้อกล่าวหาของอัยการ การตีความเรื่องการก่อการร้าย ตนไปร่วมงานของพันธมิตรฯ มีอยู่สองอย่าง คือ ปากกับปากกา ไม่มีอาวุธ
เมื่อถามถึงขั้นตอนที่คิดว่าควรลาออก นายกษิต กล่าวว่า ประเด็นที่หนึ่ง ขึ้นกับตนและทนาย ประเด็นที่สอง ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่สาม อยู่ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาแบบโดดเดี่ยว และมีกรอบกติกา และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรี รับทราบว่าได้ไปพบกับตำรวจแล้ว
นายกษิต กล่าวอีกว่า เมื่อวานตนไปการ์ตา และ ไปออกรายการสดของอัลจาซีรา ที่การ์ตา ที่เป็นสำนักงานใหญ่ ซึ่งถามตนว่ามีคดี ตนได้ตอบว่า ตามกระบวนการไปถึงจุดหนึ่ง ถ้าสมเหตุสมผลต้องลาออก ซึ่งการพูดในทำนองนั้นไม่ได้หมายความว่า ทันทีที่ตำรวจเชิญไปวันนี้ แล้วต้องลาออก ตนไม่เห็นด้วยและปฏิเสธข้อกล่าวหา อัลจาซีรา ออกแค่ไม่กี่วินาที จะอธิบายขั้นตอนอย่างที่คุยกันอย่างนี้คงไม่ได้
ต่อข้อถามว่าในลักษณะที่ติดพันข้อกล่าวหา กระทบการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหา เพราะไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย จะฟังคนหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะฟังเสียงส่วนใหญ่ ตนคิดว่าสังคมไทยไม่ไร้ซึ่งความรู้ และ ไม่ไร้ซึ่งความยุติธรรม และการปรากฏตัวที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่เปิดเผย ทุกสิ่งที่พูดบนเวที พูดด้วยเหตุผลสองอย่าง คือสิทธิ และ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และ ต่อต้านระบอบทักษิณ และในวันพรุ่งนี้ยังปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามย้ำว่าเมื่อถึงขั้นตอน ส่งฟ้องศาล จะทำอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า "แน่นอน คงไม่หน้าด้านอยู่ในตำแหน่ง ผมเป็นลูกผู้ชาย พูดจริง ทำจริง ผมไม่หนีศาล และไม่หนีคดี "
เมื่อถามอีกว่าถึงศาลจะลาออก นายกษิต กล่าวย้ำว่า ต้องดูว่าข้อกล่าวหาเป็นอะไร ถ้าบอกว่าตนเป็นผู้ก่อการร้าย ตนไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และกล่าวหาหลังจากตนไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ช่วงเหตุการณ์เกิดขึ้นทำไมไม่กล่าวหา
ต่อข้อถามว่าเทียบเคียงกับ นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่ลาออก นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่อยากเทียบเคียงกับนายนพดล
เมื่อถามว่าเทียบเคียงกับ นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ลาออกกรณีปลากระป๋องเน่า นายกษิต กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่อาจจะมีการทุจริต จับต้องได้ว่าปลากระป๋องเน่า หรือไม่ได้คุณภาพ แต่กรณีนี้ตนทำอะไรผิด ยังมองไม่เห็น เป็นข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐาน ยังไม่มีใครตีความคำว่าการก่อการร้าย
ต่อข้อถามว่า ใน 6 เดือนที่ผ่านมา นายกษิต เป็นจุดอ่อนที่ฝ่ายค้านในสภาฯ และนอกสภาฯ โจมตี นายกษิต กล่าวว่า ทำไมไม่มองว่าเป็นจุดแข็ง ตนเป็นคนที่ต่อสู้ กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องในสังคมไทย
เมื่อถามว่าหากให้วัดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ทำงานลุล่วง จะต้องมีอะไรบ้าง นายกษิต กล่าวว่า หากเป็นเรื่องงานต่างประเทศ คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เผอิญตนเป็นนักการเมือง ชีวิตนักการเมืองของตนเกี่ยวพันกับการเมืองภายในของประเทศไทยอย่างมาก แยกออกไม่ได้ หากว่ากันในเรื่องเนื้อหาในแง่การดำเนินนโยบายต่างประเทศ แต่นี่พัวพันกับตนในอดีตและปัจจุบันไม่ว่ากัน เพราะมีสิทธิที่จะติชม ตนเคยพูดบนเวทีพันธมิตรว่า อดีต รมว.ต่างประเทศของเยอรมนี ขนอาวุธก่อการร้ายอยู่ที่แฟรงเฟิร์ต มาเป็นรมว.ต่างประเทศ ส่วนในไทย มีบุคคลที่เคยเป็นรัฐมนตรีหลายคน เคยอยู่ในป่า เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ถามว่า อดีตของเขาในวันนี้จะทำให้เขามาเป็น ส.ส. เป็นนักการเมือง อธิบดีฯ และนายพลได้หรือไม่
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก






