แฉใบสั่งตั้งข้อหาก่อการร้าย แกนนำพันธมิตร




แฉใบสั่งตั้งข้อหาก่อการร้าย แกนนำพันธมิตรฯ (คมชัดลึก)

          วันนี้ (7กรกฎาคม) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกแกนนำ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ว่า ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมหารือระหว่างผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและทนาย เพื่อวางกรอบแนวทางในการต่อสู้คดี ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่ได้มีความวิตกกังวลใดๆ และพร้อมที่จะต่อสู้ ที่ผ่านมาเราถือว่าเราไม่ได้กระทำตามที่เจ้าพนักงานแจ้งข้อกล่าวหา เพราะการไปชุมนุมครั้งนั้นเราทำตามภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมโดยสงบและสันติ
 
           "การแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการก่อการร้ายนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการกลั่นแกล้งที่เกินกว่าเหตุ เพราะเราไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนพวกก่อการร้าย เราไม่ได้บุกทำร้ายร่างกายใคร ไม่ได้ทำลายทรัพย์สินหรือข้าวของในสนามบินและสถานที่ราชการ ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาต่อสู้คดีก็จะไม่ถูกส่งฟ้อง" นายสุริยะใส ระบุ
 
          ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวอีกว่า เท่าที่ตนได้รับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการประชุมในสำนวนดังกล่าว ซึ่งก็มีพนักงานสอบสวนบางคนระบุในที่ประชุม ได้แย้งว่าการแจ้งข้อกล่าวหาว่าก่อการร้าย ถือเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาที่แรงเกินไป แต่ถ้ามองในภาพรวมก็สามารถที่จะแจ้งได้แต่ไม่ถูกต้อง แต่ก็มีพนักงานบางส่วนค้านบอกต้องดำเนินการ ทั้งนี้ เชื่อว่าการที่เจ้าพนักงานแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวมีใบสั่งอย่างแน่นอน เพื่อแลกกับการเสนอชื่อ พล.ต.ท. เจ้าของสำนวนคนหนึ่งให้เลื่อนยศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้สำนวนดังกล่าว พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้ดูแล แต่มีการเมืองเข้ามาแทรกจึงมีการแบ่งงานในสำนวนดังกล่าวให้กับ พล.ต.ท. คนดังกล่าว ทั้งที่สำนวนดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เนื่องจากมีการวางยากลุ่มพันธมิตรฯ เกิดขึ้น ภาพการแจ้งข้อกล่าวหาจึงเกิดขึ้น
 
          นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ในส่วนคดีของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ตนเห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องลาออกหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะอยู่ในขั้นของเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เพราะหากต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน ว่าเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วต้องให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบนั้น คงจะไม่ถูกต้อง เพราะคดีดังกล่าวมีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เพราะในอนาคตหากการเมืองไปบีบให้ตำรวจยศร้อยตำรวจโทหรือร้อยตำรวจเอก ไปเขียนสำนวนแจ้งข้อกล่าวหา รัฐมนตรีก็ต้องลาออกทุกคน อย่างนี้บ้านเมืองจะเดินหน้าได้อย่างไร เพราะจะเห็นว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองอยู่ เชื่อว่าการกลั่นแกล้งโดยการออกหมายเรียกก็จะมี ทั้งนี้ นายกษิตไม่ต้องลาออกเพราะไม่ใช่คดีทุจริต แต่หากคดีนี้ศาลประทับรับฟ้องเมื่อใด ตนจะเป็นคนแรกที่จะให้นายกษิตลาออก
 
          "ผมอยากถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารประเทศ แต่กลับไม่ทำอะไร ปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อยากให้ท่านเข้ามาตรวจสอบให้ชัดเจน แต่กลับปล่อยให้ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ไม่ใช้หลักกระบวนการยุติธรรม แต่กลับปล่อยให้ตำรวจกลั่นแกล้งประชาชน แล้วอย่างนี้จะให้ประชาชนหันหน้าไปพึ่งใคร ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาชุมนุมเรียกร้องความถูกต้องให้กับสังคมและประเทศ ส่วนเรื่องจะหามาตรฐานจากรัฐมนตรี หากตำรวจออกหมายจับและนายกษิตต้องลาออก ทำไม ส.ส.เพื่อไทยที่ถูกออกหมายจับ ทำไมจึงไม่ลาออกให้เป็นบรรทัดฐานก่อน" นายสุริยะใส กล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แฉใบสั่งตั้งข้อหาก่อการร้าย แกนนำพันธมิตร โพสต์เมื่อ 7 กรกฎาคม 2552 เวลา 18:18:05 20,454 อ่าน
TOP
x close