ช็อค นายกอบต. ดับ คาสภาฯ ปู่ชัยผวา เฮี้ยน

หัวใจวาย



ช็อค "นายกอบต." ดับ คาสภาฯ ปู่ชัยผวา "เฮี้ยน" (ข่าวสด)

          ช็อคกลางรัฐสภา นายก อบต. ร้อยเอ็ด หัวใจวาย ขณะลุกขึ้นพูดแสดงความคิดเห็นกลางวงประชุมผู้บริหารระดับท้องถิ่น ต่อหน้า "ชัย ชิดชอบ" ที่เป็นประธานและเพื่อนๆ ในวงประชุมกว่า 700 คน แพทย์เข้าไปช่วยปั๊มหัวใจก่อนพาส่งโรงพยาบาลแต่สิ้นใจระหว่างทาง พบมีโรคประจำตัวหลายโรค หมอชี้เหตุจากหัวใจวายเฉียบพลัน ปู่ชัยเผยเป็นนักการเมืองจากร้อยเอ็ดรายที่ 3 แล้ว ที่มาประสบเหตุร้ายกลางสภา โดยก่อนหน้านี้เคยมี ส.ส. ร้อยเอ็ด 2 คน เกิดช็อคและวูบตายไป 1 เป็นอัมพาตอีก 1 สภาฯ รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากนี้ปู่ชัยควักเงิน 1 แสนช่วยเหลือครอบครัวด้วยนายกอบต.หัวใจวายกลางรัฐสภา เสียชีวิต

          เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 กรกฎาคม นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา "การเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในทางการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองท้องที่ รุ่นที่ 18" โดยมีกำนัน ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ จาก จ.นครปฐม จ.ร้อยเอ็ด ผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน จาก จ.สตูล เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 700 คน โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เข้าร่วมรับฟังด้วย

          ระหว่างการสัมมนาไปจนถึงช่วงที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาลุกขึ้นซักถามและแสดงความคิดเห็นนั้น นายเย็น ผดุงกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขอนแก่น อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด วัย 65 ปี ลุกขึ้นซักถามโดยฝากความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรีผ่านนายชวรัตน์ เกี่ยวกับการแก้ไขกฎระเบียบการโยกย้าย ปลัดอบต. ในพื้นที่ที่ทำงานมีปัญหากับกลุ่มผู้นำชุมชนมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายเย็นพูดจบ และกำลังนั่งลงนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อจู่ๆ เกิดอาการเกร็ง และเริ่มชักจนล้มลงกับพื้น ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้เข้าร่วมสัมมนา เจ้าหน้าที่พยาบาล และแพทย์ที่ประจำอยู่ห้องพยาบาลประจำรัฐสภา รีบเข้ามาปฐมพยาบาล เบื้องต้น โดยพยายามปั๊มหัวใจและให้น้ำเกลือ แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลวชิระ โดยทราบเบื้องต้นว่า นายเย็นมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค โดยเฉพาะโรคความดัน ซึ่งช่วงคืนที่ผ่านมาอาจพักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับความตื่นเต้นที่ลุกขึ้นพูดกลางห้องประชุมรัฐสภา จึงเกิดอาการชักขึ้น

          จากนั้นการสัมมนาก็ดำเนินการต่อไป กระทั่งเวลา 12.40 น. นายชัยประกาศต่อที่ประชุมว่า นายเย็นเสียชีวิตแล้ว ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ทำให้สมาชิกที่นั่งประชุมอยู่ถึงกับตะลึง โดยเฉพาะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในห้องประชุมบางคนถึงกับร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ นายชัยขอให้ทุกคนลุกขึ้นยืนไว้อาลัย 1 นาที พร้อมระบุว่าสภาจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ทั้งหมด ขณะนี้แจ้งไปยังผู้ว่าฯร้อยเอ็ดให้รับทราบแล้ว เพื่อเตรียมพิธีรับศพให้สมเกียรติ

          "รู้สึกเสียใจมากก็ต้องเห็นใจท่านเป็นข้าราชการเกษียณ แล้วก็มาเป็นนายกอบต. และมีโรคประจำตัวหลายโรค จึงสุดความสามารถของทางโรงพยาบาลและคณะแพทย์ที่พยายามช่วยอย่างเต็มที่แล้ว แต่พวกเราที่อยู่ที่นี่ก็ต้องมีพลังที่จะสู้ต่อไป ขออย่าได้วอกแวก ขอให้ดำเนินการสัมมนาไปตามปกติ การมาเสียชีวิตที่นี่ถือเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงส่งของท่าน ซึ่งทางสภาจะดำเนินการโดยให้เกียรติท่านอย่างเต็มที่" ประธานรัฐสภา กล่าวและว่า ที่ผ่านมามีส.ส.มาประสบเหตุร้ายแรงที่รัฐสภาแล้ว 2 ราย คนแรกเกิดช็อคในห้องประชุมเสียชีวิต ส่วนอีกคนเกิดอาการวูบก่อนเป็นอัมพฤกษ์จนถึงทุกวันนี้ สุดท้ายก็คือนายเย็น ซึ่งน่าสังเกตว่านักการเมืองทั้ง 3 ราย มาจากจ.ร้อยเอ็ด เหมือนกัน ดังนั้นจากนี้ไปขอวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าให้เกิดขึ้นอีก จนกว่าจะสัมมนาเสร็จ เพราะเหลืออีก 7 รุ่น จนกว่าจะถึงวันที่ 8 สิงหาคม วันสุดท้าย

          ต่อมานายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย แจ้งต่อที่ประชุมว่าขณะนี้เคลื่อนย้ายศพนายเย็น จากโรงพยาบาลวชิระ ไปยังบ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินเที่ยงคืนน่าจะถึง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งค่าปั๊มหัวใจ 20,000 บาท และค่ารถขนย้ายศพและค่าอื่นๆ อีกหมื่นกว่าบาท ทางสภาจัดการให้เรียบร้อยแล้วไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมกันนี้นายชัย ยังมอบเงินจำนวน 1 แสนบาท ให้กับครอบครัวนายเย็นด้วย ส่วนเรื่องงานศพนั้นช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะไปดูแลจัดการพิธีศพทุกอย่างให้เรียบร้อย ส่วนการขอพระราชทานเพลิงศพนั้น ทางอธิบดีกรมการปกครองจะเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้นายกอบต.คนหนึ่งของ จ.ร้อย เอ็ดขออนุญาตนายชัย เป่าแคนเพื่อไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของนายเย็น ไปสู่สุคติด้วย

          ด้านน.พ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า สำหรับการเสียชีวิตของนายเย็น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งทีมแพทย์และพยาบาลประจำรัฐสภาพยายามช่วยปั๊มหัวใจและให้น้ำเกลือ ก่อนที่จะส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่ผู้ตายเสียชีวิตระหว่างทาง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเสียชีวิตของนายเย็น นายกอบต.จากจ.ร้อยเอ็ด และกรณีเกิดเหตุร้ายกับอดีตส.ส.ร้อยเอ็ดถึง 2 คน ในรัฐสภา ทำให้เจ้าหน้าที่สภาฯและผู้คนที่ทราบเรื่องต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปต่างๆ นานา ว่าเป็นความเฮี้ยน และบางคนถึงกับนำไปโยงกับเรื่องอนุมัติให้ย้ายรัฐสภาไปที่ใหม่ด้วย

          วันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านนายเย็น บ้านเลขที่ 116 หมู่ 11 บ้านขอนแก่นเหนือ ต.ขอนแก่น อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ญาติๆ และเพื่อนบ้านรวมทั้งคนที่เคารพนับถือเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และเตรียมงานศพซึ่งจะจัดขึ้นที่บ้าน นางทองอินทร์ ผดุงกิจ อายุ 64 ปี ภรรยาของนายเย็น กล่าวว่า สามีเสียชีวิตน่าจะมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว คือ โรคความดัน และโรคหัวใจ ซึ่งพ่อจะต้องกินยารักษาอยู่เป็นประจำ ระยะหลังพ่อบ่นว่าเหนื่อยใจกับการทำหน้าที่เป็นนายกอบต. ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากต้องดูแลพี่น้องประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่ต้องติดขัดเรื่องงบประมาณที่ยังช้าและไม่เพียงพอ จึงน่าจะเกิดความกดดันทางใจทำให้เครียดและช็อคเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ลูกๆ และญาติเตรียมงานเพื่อรอรับศพที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ คาดว่าจะมาถึงบ้านเกิดประมาณ 22.00 น. คืนนี้ และจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลเพื่อรอญาติที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ ไปจนถึงวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 ที่จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เวลา 16.00 น. ที่วัดบ้านขอนแก่นเหนือ จ.ร้อยเอ็ด

          สำหรับนายเย็น ผดุงกิจ เกิดวันที่ 7 สิงหาคม 2486 อาชีพรับราชการครู เริ่มรับตำแหน่งครูจัตวา ระดับขั้น 600 บาท โรงเรียนบ้านสะอาดนาดี ต.โพธิ์ทอง อ.เสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้แทนข้าราชการครูใน กปจ.ร้อยเอ็ด 3 สมัย ตั้งแต่ปี 2532 ถึงปัจจุบัน เป็นคณะกรรมการระดับจังหวัดประเมินผู้บริหารให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เป็นกรรมการสอบบรรจุแต่งตั้งครูผู้สอน ผู้บริหาร ศึกษา นิเทศก์ และผู้ช่วยการประถมศึกษาอำเภอ รับราชการครั้งสุดท้ายเป็น ผอ.ร.ร.เมืองร้อยเอ็ด ปี 2546 หลังเกษียณอายุราชการ สมัครเป็นนายกอบต. ชนะเจ้าของที่นั่งเดิม แล้วเข้าบริหารอบต.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด เมื่อเดือนต.ค. 2551 เป็นสมัยแรกก่อนจะมาเสียชีวิตดังกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าอดีตส.ส.ร้อยเอ็ด 2 คนที่ประสบเหตุเสียชีวิตและพิการระหว่างการทำหน้าที่ในรัฐสภา คนแรกคือร.ต.อ.พงษ์พันธุ์ พงษ์สยาม อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคกิจสังคม สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ อดีตนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค เกิดอาการวูบเสียชีวิตในรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2522 หลังเป็นส.ส.เพียง 5 เดือน ส่วนอีกรายคือนายดุลย์ ดวงเกตุ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคกิจสังคม เช่นกัน เกิดอาการวูบระหว่างอภิปรายโต้เถียงกับนายอนันต์ บูรณวานิช อดีตส.ส.สระบุรี พรรคชาติไทย ที่พูดโจมตี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ช่วงเดือน ธ.ค. 2522 หรือหลัง ร.ต.อ.พงษ์พันธุ์ เสียชีวิตเพียง 2 เดือน จนเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นอัมพาตมาจนทุกวันนี้


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ช็อค นายกอบต. ดับ คาสภาฯ ปู่ชัยผวา เฮี้ยน อัปเดตล่าสุด 13 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:01:25 15,305 อ่าน
TOP
x close