
ลอตเตอรี่
คดีลักลอตเตอรี่ ศาลสั่งยกฟ้อง ลุงศิษย์ ได้ 6.1 ล้าน (เดลินิวส์)
ศาลยกฟ้อง คดี ลุงศิษย์ กับลูกสาวถูกแม่ค้าขายลอตเตอรี่แจ้งความจับเมื่อปี 47 กล่าวหาขโมย ลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 และ รางวัลข้างเคียง ได้เงิน 6.1 ล้านบาท ถูกสั่งอายัดเงินในบัญชีห้ามใช้จ่าย นอนกอดสมุดบัญชีมากว่า 5 ปี ถึงคราวยิ้มออกเสียที ศาลชี้ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน เบิกความไม่สมเหตุสมผล เตรียมพิจารณาคืนเงินใน 30 วัน ด้าน ลุงศิษย์ เผย สุดดีใจ เตรียมวางแผนใช้เงินอย่างรอบคอบ คู่กรณีรับคำตัดสิน สลากฯเล็งใช้ยาแรง เจอลอตเตอรี่ราคาแพง ยึดโควตาคืนทั้งลอต เร่งใช้โดยเร็วที่สุด คาดอย่างช้างวดสิ้นปีนี้เห็นผลแน่
สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2547 นางรสรินทร์ ศักดิ์นาราโรจน์ วัย 22 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ร้านกัปนาทใน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.มัญจาคีรี ให้ดำเนินคดีกับนายศิษย์ กิจพฤกษ์ พ่อเฒ่าวัย 66 ปี และ น.ส.ดรุณี อายุ 45 ปี สองพ่อลูกชาวบ้านใน ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี โดย กล่าวหาว่าทั้งคู่ขโมยลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ไปจากแผงหน้าร้าน พอนายศิษย์รู้ตัวว่ากลายเป็นผู้ต้องหาก็งงเป็นไก่ตาแตก เพราะใช้เงิน 6.1 ล้านบาท ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2547 หมายเลข 589207 และรางวัลข้างเคียงทั้งหน้า - หลัง ถูกอายัดไว้ก่อนหน้าไปขึ้นเงินกับกองสลากไม่ได้ ต่อมาอัยการเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง แต่เรื่องก็ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะนางรสรินทร์ นำเรื่องนี้ไปฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นไว้ก่อนที่จะทราบผลว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง จึงต้องเข้ากระบวนการไต่สวนของศาลอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ตามข่าวที่เสนอมาโดยตลอด
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 6 ศาลแขวงขอน แก่น ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคดีอาญาศาลแขวงขอนแก่นหมายเลขคดีดำที่ 3717/2548 หมายเลขคดีแดงที่ 2618/2549 มี นางรสรินทร์ ศักดิ์นาราโรจน์ เป็นโจทก์ และนายศิษย์ กิจพฤกษ์ เป็นจำเลย ข้อหาลักทรัพย์ ว่า เดิมคดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องนายศิษย์ กิจพฤกษ์ จำเลยที่ 1 น.ส. ดรุณี กิจพฤกษ์ ที่ 2 ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547 โดยกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 1 ลักเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลพิเศษประจำงวดที่ 16 พฤษภาคม 2547 ฉบับเลขที่ 589206, 589207, 589208, 589209 ราคาฉบับละ 90 บาท รวมเป็นเงิน 360 บาท ซึ่งอยู่ในตู้กระจกของโจทก์
ต่อมา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2547 สลากหมายเลข 589207 ถูกรางวัลที่ 1 589206 และ 589208 ถูกรางวัลขางเคียง จำเลยที่ 1 ได้มอบสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งสามฉบับ ซึ่งฉกฉวยไปจากโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ไปขึ้นเงินรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 ได้เงิน 6,100,000 บาท เหตุเกิดที่ ต.กุดเก้า อ.มัญจาคีรี การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 334, 336, 357 (ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์, รับของโจร) ในคำขอส่วนแพ่งของโจทก์ให้อายัดเงินทั้งหมดที่ยังอยู่ในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 ในธนาคารออมสิน สาขามัญจาคีรี จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และให้คืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ พร้อมทั้งโจทก์ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉิน ให้อายัดเงินในบัญชีดังกล่าว
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่โจทก์เห็นจำเลยพับกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อก็ไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้ นอกจากนี้พยานของโจทก์ 4 ปาก ได้เป็นพยานบอกเล่าเท่านั้น มีหลักฐานไม่ชัดเจน มีข้อมูลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อย และพยานบอกกับศาลไม่สมเหตุสมผล เบิกความฟังไม่ขึ้น ส่วนจำเลยปฏิเสธมาโดยตลอด นอกจากนี้คำอุทธรณ์ของโจทก์ไม่เป็นสาระสำคัญศาลจึงไม่เป็นการวินิจฉัยในคดีดังกล่าว จึงได้ยกคำฟ้องโจทก์ที่อุทธรณ์ของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยืนตามคำพิพากษาศาลแขวงขอนแก่น ที่เป็นศาลชั้นต้น โดยให้ยกฟ้องนายศิษย์ กิจพฤกษ์ จำเลยที่ 1 ส่วน น.ส.ดรุณี กิจพฤกษ์ จำเลยที่ 2 ศาลจังหวัดขอนแก่นเห็นว่าคดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้องไปก่อนหน้านั้น
ต่อมา นายศิษย์ได้ออกมาจากห้องพิจารณา คดีที่ 6 กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยอาการดีใจว่า ความกดดันในตัวเองทุกอย่างหมดไปเพราะศาลได้มีความยุติธรรมให้กับตนเองที่เป็นคนยากคนจน ดังนั้นเรื่องของเงินรางวัล 6.1 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนของคดีอาญาของศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะพิจารณาภายใน 30 วัน ตนเชื่อว่าศาลคงวินิจฉัยตามศาลชั้นต้นที่พิจารณามาแล้ว จึงไม่สามารถใช้เงินจำนวนดังกล่าวได้ เพราะรอศาลให้ตัดสินก่อน ถ้าได้เงิน 6.1 ล้านบาทมา จะต้องมีการวางแผนในการใช้เงินอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้เงิน 6.1 ล้านบาทมาเมื่อไร
ด้านนายทรงพล ศักดิ์นาราโรจน์ สามีของ น.ส.รสรินทร์ ที่เป็นโจทก์และได้เข้ามาฟังคำพิพากษาครั้งนี้ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนยอมรับคำตัดสินแม้ว่าจะผิดหวังบ้างก็ตาม ที่ตนและภรรยาได้ฟ้องดำเนินคดีนายศิษย์และบุตรสาวครั้งนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานแห่งความถูกต้อง โดยไม่ได้หวัง เงินรางวัลลอตเตอรี่ 6.1 ล้านบาท แต่อย่างใด เพราะครอบครัวของตนมีอาชีพค้าขายของเบ็ดเตล็ดอยู่ในตัวเมืองมัญจาคีรี ซึ่งมีรายได้พอสมควรที่ยังชีพในสังคมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เมื่อเกิดปัญหาลอตเตอรี่หายไปในแผงขายลอตเตอรี่ที่อยู่ในร้านจึงได้เลิกขายลอตเตอรี่มาเป็นเวลานานแล้ว จึงขอจบเรื่องคดีตามศาลที่วินิจฉัยว่านายศิษย์และบุตรสาวไม่ผิด ดังกล่าว
วันเดียวกัน นายศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะกรรมการคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาว่า คณะอนุกรรมการจะเสนอมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลพิจารณาในวันที่ 14 กันยายน นี้ โดยจะใช้วิธีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น คือ เมื่อมีประชาชนร้องเรียนว่ามีการขายลอตเตอรี่แพง ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือที่กองสลาก จะใช้ลอตเตอรี่ใบนั้นตรวจสอบย้อนกลับไปว่าเป็นลอตเตอรี่ที่อยู่ในโควตาของใครแล้ว จะตัดสิทธิโควตาทั้งลอตกับผู้ที่ได้รับโควตาดังกล่าวทันที ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นยาแรงที่จะนำมาแก้ปัญหาลอตเตอรี่แพง คาดว่าอย่างช้าที่สุดจะเริ่มดำเนินการได้งวดวันที่ 30 ธันวาคม 52 หรือ 16 มกราคม 53 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้จะนำโควตาที่ยึดคืนมานั้น ไปจัดสรรให้แก่ผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือจัดสรรให้แก่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เพื่อให้ ปณท.เปิดขายที่ทำการ ปณท.ทุกแห่งทั่วประเทศในราคาใบละ 80 บาท ได้ทันที หรืออาจจะจัดสรรให้ร้านค้าโชห่วย ที่ประสบปัญหาจากการมีห้างสรรพสินค้าต่างชาติเข้ามาแย่งธุรกิจไปทำ เป็นต้น
นายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ต้องการให้สำนักงานสลากฯ เร่งดำเนินมาตรการดังกล่าวให้เร็วขึ้นกว่านี้ โดยอาจจะให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ต้องรอให้ถึงงวดวันสิ้นปี คาดว่า คณะกรรมการสลากฯ จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วอาจให้เริ่มดำเนินการได้บางส่วน อาทิ การปราบปรามที่เข้มงวด และวิธีการตรวจสอบย้อนกลับว่าสลากที่ขายเกินราคานั้นเป็นโควตาของใคร ซึ่งคาดว่าสำนักงานสลากฯ จะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 1 - 2 วันก็ทราบว่าเป็นโควตาของใคร ดังนั้นผู้ขายรายใดต้องการที่จะลองดีก็ลองดูได้
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้ออกสลากบำรุงการกุศลใน 3 โครงการรวมวงเงิน 7,480 ล้านบาท ประกอบด้วย สลากบำรุงการกุศลงวดพิเศษ เพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กกำพร้าในความ ดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยทุกขั้นตอน 15 งวด ๆ ละ 4 ล้านฉบับ วงเงิน 600 ล้านบาท, สลากกาชาดพิเศษเพื่อหารายได้สมทบการก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 6,000 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี และการออกสลากกินแบ่งเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวม 10 งวด ๆ ละ 10 ล้านฉบับ รวมเป็นเงิน 880 ล้านบาท
ขอขอบคุณจ้อมูลและภาพประกอบจาก





