
เทพไท ปัดข่าว ปูดชื่อวัชรพล แคนดิเดตใหม่ (ไทยรัฐ)
วันนี้ (26 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บคอนเฟอร์เรนซ์จากสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีมีการรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รอง ผบ.ตร. มีชื่อเป็นแคนดิเดตเป็น ผบ.ตร. เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำแหรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้เห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เรื่องนี้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ให้ไปบริหารจัดการกัน เพราะที่ผ่านมาวิพากษ์วิจารณ์กันเกินเลยไปจนเกิดปัญหาอื่นแทรกซ้อน ทั้งนี้ ได้มีการพูดกันชัดเจนว่า หากไม่ทันวันที่ 30 ก.ย. ไม่เป็นไร เพราะสามารถดำเนินการตามกฎหมายตำรวจได้ ดังนั้น หากมีความพร้อมตนก็จะเรียกประชุม
"แม้เรื่องนี้จะมีความสำคัญ และจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังมีเรื่องอื่นๆอีก ผมไม่ต้องการให้สังคมหมุนรอบอยู่กับตำแหน่ง ๆ เดียวในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาอื่นมากมาย และขณะนี้การทำงานของตำรวจก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะดูแลให้ เมื่อดำเนินการเรื่องนี้เสร็จ ความเป็นเอกภาพ และความมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงที่ควรจะเกิดขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)สามารถเดินไปได้ แต่ถ้ารีบทำให้เสร็จแล้วมีแต่ความขัดแย้งในที่สุดก็จะไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการตั้ง ผบ.ตร. ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง โดยมีการปล่อยข่าวออกมาหลายกระแสว่า ไม่อยากให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมาแสดงความคิดเห็น จะเป็นการสร้างความสับสนให้สังคมเพิ่มขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้เป็นอำนาจในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว และ นายกรัฐมนตรี ก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะแก้ปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ถ้าพ้น วันที่ 30 ก.ย.ไปแล้ว หากไม่สามารรถตั้ง ผบ.ตร. ตัวจริงได้ ก็จะต้องมีการแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร. มาทำหน้าที่แทนตามกฏหมาย ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด
"ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีการแต่งตั้งในลักษณะนี้มาแล้ว คือตั้ง พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ รองผบ.ตร.มาทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร.เป็นเวลานานถึง 7 เดือน ส่วนการที่นายกฯ จะตั้งบุคคลใดขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร.ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านที่จะเห็นว่า ผู้ใดมีความเหมาะสม คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรแสดงความเห็นหรือเคลื่อนไหวในลักษณะปล่อยข่าวลือ รวมไปถึงสื่อมวลชนเองก็เช่นกันที่ไม่ควรตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์และสื่อเองก็ไม่ควรปั้นข่าว โดยอ้างชื่อบุคคลอื่นที่ไม่เคยให้ข่าวในเรื่องนี้ว่าเป็นผู้เปิดเผยว่าจะมีการแต่งตั้งใคร คนใดคนหนึ่งมาทำหน้าที่นี้ เพราะจะเป็นการสร้างความเสียหายและแตกแยกเพิ่มมากขึ้น" นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวถึงกระแสข่าวว่าเป็นผู้ให้ข่าวว่าจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชพล ประสานราชกิจ รองผบ.ตร.มาเป็นรักษการ ผบ.ตร.นั้น ขอฏิเสธว่า เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใดเพราะส่วนตัวก็ไม่มีความารู้จักมักคุ้นกับ พล.ต.อ.วัชรพล แต่อย่างใด และได้ระวังการให้ข่าวในลักษณะเช่นนี้มา โดยตลอดเพราะรู้ตัวดีว่า เป็นโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ การให้สัมภาณ์หรือพูดในเรื่องใดอาจกระทบต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรี จึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงตัวบุคคลและความเห็นในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยเด็ดขาด
"จากข่าวนี้ ได้สอบข้อเท็จจริงจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่า มีนักข่าวประจำสายทำเนียบรัฐบาลได้แอบอ้างชื่อตน เป็นผู้ปล่อยข่าวนี้ว่า จะมีการตั้งนายตำรวจคนหนึ่งมาทำหน้าที่นี้ กับรองนายกฯ ซึ่งรองนายกฯ เองก็จำไม่ได้ว่าเป็นนักข่าวคนใด จำได้แต่ว่าเป็นเสียงผู้หญิงถามขึ้นมา โดยอ้างชื่อของตน แต่เชื่อว่าจะเป็นการถามในลักษณะแก้เกี่ยวเพื่อหาแพะและหาทางลงของข่าว หลังจากที่ถูกรองนายกฯ สุเทพ ซักไซ้ไล่เรียงว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ จึงอ้างชื่อของตนขึ้นมา และ ทำให้ตนได้รับความสียหายจึงวิงวอนให้สื่อได้ทำหน้าที่อย่าตรงไปตรงวมา โดยตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มาของข่าวก่อนที่จะนำมาขยายผลประโคมข่าวต่อไป ที่อาจทำให้สื่อส่วนรวมขาดความน่าเชื่อถือได้" นายเทพไท กล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





