พท.เตรียมส่งศาลรธน. ตีความกม.ประชามติ

พรรคเพื่อไทย

เพื่อไทย 



เพื่อไทย เตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกฎหมายประชามติ (คมชัดลึก)

          เพื่อไทยเตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเสียงลงมติกม.ประชามติอาจขัดรัฐธรรมนูญ ชี้เข้าทางเกมรบ.ยื้อรัฐธรรมนูญ ปชป.หนุนทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ จวกวิปค้านวิจารณ์แก้รัฐธรรมนูญง่ายทำไมสมัยเป็นรัฐบาลไม่ทำ 

          (29 กันยายน) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมพรรคว่าตนได้หารือในที่ประชุมพรรคถึงกรณีการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชามติตามที่คณะกรรมาธิการร่วมสองสภาได้พิจารณานั้น ตนเห็นว่าเป็นการลงมติที่ไม่ชอบโดยกระบวนอาจขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากหลังจากที่มีการลงมติเห็นชอบกับร่างเรียบร้อยแล้ว แต่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาลได้เสนอขอนับคะแนนใหม่เพราะเห็นว่าคะแนนก่ำกึ่ง ทำให้ตนและฝ่ายค้านท้วงติงอาจมีปัญหา แม้ว่านายชินวรณ์ ได้ขอถอนไป แต่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯซึ่งทำหน้าที่ประธานกลับให้มีการลงมติใหม่อีกครั้ง ซึ่งโดยข้อบังคับการประชุมหากลงมติใหม่จะต้องวิธีการขานชื่อ ดังนั้นที่ประชุมพรรคมีมติมอบหมายให้ตนเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความเรื่องกระบวนการลงมติพ.ร.บ.ประชามติประกบไปกับร่างพ.ร.บ.ประชามติที่จะมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่แล้ว

          เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่กระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากรัฐบาล บอกว่าจะทำประชามติ จะต้องอาศัยกฎหมายประชามติในการรองรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยว่ากระบวนการลงมติพ.ร.บ.ประชามติไม่สมบูรณ์ องค์ประกอบของเสียงไม่ครบ และไปขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 302 เนื่องจากมติครั้งแรกได้เสียงเพียง 238 ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็จะยับยั้ง พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้เวลา180 วันตรงนี้จะทำให้การแก้ไขจะยิ่งยืดเยื้อไปอีก นพ.ชลน่านกล่าว

ปชป.หนุนทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

          นพ.วรงค์เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคมีแนวทางว่าการทำประชามติน่าจะเป็นแนวทางในการปัญหาในขณะนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ซึ่งพรรคมีความเห็นจากการวิเคราะห์ใน 3 ข้อคือ 

          1. ถ้าหากดำเนินการในแนวทางอื่นเช่น ใช้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือใช้กรรมการพิเศษก็จะจบลงด้วยการทำประชาพิจารณ์ซึ่งยากที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมด้วยทั้งหมด และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งอีกรอบได้

          2. การทำประชามตินั้นเป็นการเปิดกว้างทางประชาธิปไตยโดยตรง ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้ประชาธิปไตยขับเคลื่อนสัมคมไทยครั้งใหญ่

          3. การทำประชามติในแต่ละประเด็นนั้นเป็นการตอบคำถามง่าย ๆ และตรงว่าประเด็นไหนจะแก้ไขหรือไม่แก้ไข อย่างไรก็ตาม สำหรับการยกร่างนั้นจะให้ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เป็นผู้ยกร่างตามที่ วิปเสนอหรือไม่นั้นทางพรรคไม่ได้ติดใจ ซึ่งพรรคขอเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นหัวเรือใหญ่ ในการชูธงประชาธิปไตย แสดงจุดยืนชัดเจนสู่การทำประชามติ

          รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวพาดพิงนายกรัฐมนตรีว่าชี้นำทางการเมืองนั้น หากนายกฯไม่พูดอะไรเลย ก็จะถูกกล่าวหาว่ากั๊ก ถ้าอย่างนั้นจะไปซ้ายหรือไปขวาก็โดนด่า จึงอยากถามกลับว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ง่ายนั้น ทำไมสมัยนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จึงแก้ไขเรื่องดังกล่าวไม่ได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
พท.เตรียมส่งศาลรธน. ตีความกม.ประชามติ โพสต์เมื่อ 30 กันยายน 2552 เวลา 10:59:57 1,614 อ่าน
TOP
x close