
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ
ฝ่ายกฎหมาย รฟท.เข้าฟ้องศาลแรงงานกลาง เอาผิด 5 แกนนำสหภาพฯ นำโดย "สาวิทย์ แก้วหวาน" กรณีประท้วงหยุดงาน ละทิ้งหน้าที่ สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ รฟท.เป็นมูลค่าถึง 70.4 ล้านบาท ขณะที่ รถไฟสายใต้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังหยุดเดินรถนานกว่า 2 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ รฟท.ดำเนินการฟ้องร้องศาลแรงงานกลาง เอาผิดกับแกนนำสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เพิ่มอีก 5 ราย โดยเป็นการฟ้องเลิกจ้าง เนื่องจากมีการละทิ้งหน้าที่ สร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่ รฟท.เป็นมูลค่ารวม 70.4 ล้านบาท
นายยุทธนา กล่าวว่า การเอาผิด 5 แกนนำสหภาพฯ รฟท.ที่ร่วมกันหยุดงานประท้วงนั้น ประกอบด้วย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ นายธารา แสวงธรรม นายเหลี่ยม โมกงาม นายสุพิเชฐ สุวรรณชาตรี และนายอรุณ ดีรักชาติ ทั้ง 4 คนเป็นกรรมการสหภาพฯ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเดินรถไฟสายใต้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากที่มีปัญหาในการเดินรถไฟมากว่า 2 สัปดาห์เต็ม โดยเปิดการเดินรถครบทุกขบวน ทั้งขาขึ้นและขาล่อง กรุงเทพฯ ถึง สุไหงโก-ลก ประกอบด้วยรถไฟสายยาว ทั้งรถด่วน และรถเร็ว 10 ขบวน และ รถท้องถิ่นอีก 16 ขบวน และออกตามตารางเวลาการเดินรถปกติ
ส่วนบรรยากาศที่สถานีหาดใหญ่เริ่มคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจำนวนผู้โดยสารจะเริ่มกลับมาใช้รถไฟตามปกติแล้ว บรรดาพ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งรถรับจ้างทุกประเภทก็เริ่มกลับมาประกอบอาชีพบริเวณสถานีหาดใหญ่เหมือนเดิมด้วย
ด้าน นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์ภาคใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ประเมินตัวเลขความเสียหายจากการหยุดเดินรถไฟสายใต้ ตลอด12 วัน ที่ผ่านมา ทั้งภาคการขนส่ง และบริการต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
ขณะที่ท่าทีของกลุ่มสหภาพรถไฟฯ หาดใหญ่ หลังจากที่ทางการรถไฟ จะมีคำสั่งไล่ออกพนักงานเพิ่มเติมอีก 18 คน และในจำนวนนี้มีพนักงานรถจักรหาดใหญ่ 10 คนนั้น ขณะนี้ทางแกนนำยังไม่มีการกำหนดท่าทีใด ๆ ที่จะเคลื่อนไหวต่อกรณีดังกล่าว แต่ยืนยันว่า หากเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม ก็จะสู้ตามกระบวนการของกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
![]()





