
อภิสิทธิ์ - เพชรวรรต
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ และ กรุงเทพธุรกิจ
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ (ฝ่ายความมั่นคง) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอขออนุมัติศาล จ.เชียงใหม่ ออกหมายจับ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 หลังประกาศผ่านคลื่นวิทยุชุมชนเชียงใหม่ขู่ฆ่า นายอภิสิทธิ์ เวชาชีชวะ นายกรัฐมนตรี ในระหว่างที่จะเดินทางมาร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ที่โรงแรมเมอริเดียน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
"เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพราะถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน เจ้าพนักงานสามารถจับกุมได้ทันทีหลังศาลอนุมัติออกหมายจับตามขั้นตอน แต่ในส่วนของการสั่งปิดวิทยุชุมชนนั้นคงทำได้ยาก เพราะจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีอำนาจ หรือยังไม่มีกฎหมายจัดการที่ชัดเจน คงทำได้เพียงขอความร่วมมือให้หยุดการกระทำที่ไม่สมควร" นายไพโรจน์ กล่าว
นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของคดีค้างเก่ามากกว่า 10 คดีนั้น ทางนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งเร่งรัดพนักงานสอบสวนให้เร่งดำเนินคดีโดยเร็วแล้ว ซึ่งอำนาจอยู่ที่พนักงานสอบสวนรวมทั้งการจะยื่นถอนประกันด้วย
"วันที่นายกรัฐมนตรีจะมาปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ หน่วยงานรัฐใจกว้างเปิดพื้นที่ลานประตูท่าแพให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้จัดกิจกรรมแล้ว แต่หากไม่ยอมใช้และออกไปเคลื่อนไหวหรือสร้างความปั่นป่วนนอกพื้นที่แบบผิ กฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีเช่นกัน โดยในส่วนของประชาชนที่จะออกมาร่วมชุมนุมนั้น ทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ได้สั่งการไปยังทุกอำเภอให้แจ้งเตือนประชาชนว่าอย่าได้ออกมาร่วมชุมนุม เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายหลังมีกระแสข่าวว่าจะมีการลอบใช้ระเบิด และเกิดความรุนแรงขึ้นในระหว่างการชุมนุม" นายไพโรจน์ กล่าว
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ว่า ตนมีความตั้งใจเดินทางไปร่วมงาน หวังว่าจะได้เห็นการสมานฉันท์เกิดขึ้น และตนก็มั่นใจพี่น้องชาวเชียงใหม่ก็อยากที่จะลบภาพปัญหาความรุนแรงทางการเมือง ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ถึงเวลาแล้วที่คนในประเทศจะช่วยกันให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ตนขอยกตัวอย่างที่ จ.เลย ที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันเป็นแบบอย่างของการสมานฉันท์ เปิดโอกาสมให้รัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่ จนทำให้การดำเนินการต่าง ๆ เดินหน้าไปด้วยดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






