ชุมพล มาแปลก เชิญม็อบแดงชุมนุมไล่รัฐบาล

ชุมพล ศิลปอาชา

 ชุมพล ศิลปอาชา

 



ชุมพลมาแปลกเชิญม็อบแดงชุมนุมไล่รัฐบาล (ไทยรัฐ)

          ชุมพล มาแปลก เชิญม็อบแดงขับไล่รัฐบาล ยันการเมืองไม่นิ่งไร้ผลกระทบท่องเที่ยว กระตุกคนมีพลังนอกวงการเมืองยื่นมือดับวิกฤตชาติ กดปุ่มแก้ รธน.เจ้าปัญหา ...

          วันที่ 22 พฤศจิกายน นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึง กรณีที่บางฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองที่จะรุนแรงมากขึ้นในช่วงปลายปี โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ว่า ภาวะการท่องเที่ยวตอนนี้หยุดยั้งไว้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดเหตุการอะไรก็ตาม  

          อย่างไรก็ดี ขณะนี้ตัวเลขการท่องเที่ยวบูมมากพอสมควร ตัวเลขเดือนต.ค.ออกมา 11 ล้านกว่าคนแล้ว พอสิ้นปีคงจะใกล้เคียงกับ14 ล้านคนแน่นอน ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีมากกว่า 3.7 หมื่นคนถือว่าสูงที่สุดนับแต่เกิดเรื่องปิดสนามบินเป็นต้นมา 

          เท่าที่ตนไปโรดโชว์ในต่างประเทศ พบว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศเขาไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับเหตุการ์ต่างๆ ในเมืองไทยอะไรมากมาย ยกเว้นสถานการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ที่ยังระมัดระวังเตือนกันอยู่ว่าอย่าไป 

          ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงเสื้อเหลือง ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แม้จะมีคำขู่ แม้จะการเคลื่อนไหวทางการเมือง ยกเว้นอย่างเดียวคือการปิดสนามบิน ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีทางทำให้กระทบการท่องเที่ยว ไม่ปิดสนามบินแน่นอน  

          เมื่อถามว่า แต่มักมีการอ้างว่าการชุมนุมทางการเมืองทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพรัฐบาลในสายตาต่างประเทศ 

          นายชุมพล  กล่าวว่า เรื่องการท่องเที่ยวกับเรื่องรัฐบาลเป็นคนละเรื่องกัน 

          การท่องเที่ยวเป็นเรื่องของประเทศชาติ แต่รัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติเท่านั้นเอง ดังนั้นใครจะเป็นฝ่ายเหลืองฝ่ายแดงจะไปทะเลาะเบาะแว้งหรือขู่รัฐบาลอย่างไร ไม่กระทบกระเทือนการท่องเที่ยว มั่นใจว่าคนเสื้อแดงจะเข็ดเขี้ยวไม่ปิดสนามบินไม่ทำลายประเทศชาติ จะทำลายรัฐบาลเชิญทำไปเลย ไม่เป็นไร แต่อย่าไปทำลายประเทศชาติไม่ได้ 

          เมื่อถามว่า แต่กลุ่มเสื้อแดงโหมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเป็นห่วงเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ 

          นายชุมพล กล่าวว่า "ไม่เป็นห่วง จริง ๆ แล้วลึก ๆ แล้วเขาไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อจะล้มหรือทำลายรัฐบาลชุดนี้ แต่เขาเคลื่อนไหวเพื่อจะดำเนินการกับคนที่อยู่เบื้องหลังการตั้งรัฐบาลชุดนี้มากกว่า" 

          เมื่อถามว่า แสดงว่าการเมืองไทยยังจะคุกรุ่นอยู่ต่อไป แก้ความแตกแยกในชาติไม่ได้ 

          หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การเมืองไม่ได้ทำให้เกิดการแตกแยก แต่ปัญหาคือเวลานี้มันแตกแยกกันอยู่แล้วทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครลงมาแก้ได้ทั้งสิ้น เพราะเวลานี้ทั้งสองฝ่ายเอาประเทศชาติเป็นสนามรบไปแล้ว ผมเคยพูดไว้แล้วว่าเรื่องของคนสองคนเอาประเทศชาติเป็นสนามรบจนประเทศชาติพัง

          มาจนกระทั่งบัดนี้ เวลานี้ก็ยังอยู่ในสภาพไม่ยอมกัน ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาประหัตประหารซึ่งกันและกันอยู่ อย่างนี้มันไม่จบ แม้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ จะมาเสนอให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลหรือวิธีไหนก็แก้ไม่ได้ทั้งสิ้น อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างขึ้นมาเพื่อจะจัดการกับคน ๆ เดียวและ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างกลไกและองค์กรต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อจะจัดการกับคน ๆ เดียวจึงเกิดวิกฤติมาจนกระทั่งบัดนี้  

          ดังนั้นจึงต้องหันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอหรือเหตุของปัญหาเสียก่อนโดยต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราก่อนเพื่อจะลดภาวะวิกฤติทางการเมืองลง ต้องยอมรับว่าความไม่เป็นธรรมในสังคมมีอยู่ คนบางคนไม่ได้ทำผิดต้องรับโทษทำไม ต้องคืนความเป็นพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปโดยไม่ชอบธรรม ถ้าความไม่เป็นธรรมไม่ได้รับแก้ไขความแตกแยกก็จะทรงอยู่อย่างนี้ 

          กรณีที่ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท. พยายามรื้อฟื้นคดียุบพรรคขึ้นใหม่ ต้องดูให้ดี เพราะต้องแยกเป็นสองประเด็นคือ 

          1. เรื่องของพรรค มันไม่มีความชอบธรรมและไม่ถูกต้องเลยที่ไปยุบพรรคเขา พรรคไม่มีตัวตน ไม่มีชีวิตไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนบ้านหลังหนึ่งถ้าคนในบ้านทำผิดจัดการคนในบ้านไม่มีปัญหาก็ยอมรับกันได้ แต่กลับไปรื้อบ้านทิ้งไม่ถูกต้องอย่างยิ่งทั้งในแง่การเมืองหรือการบ้าน เวลากรรมการบริหารบริษัททำผิดเขาปลดกรรมการบริหาร แต่ไม่ไปยุบบริษัท ผมเรียกร้องสิ่งแรกที่ต้องทำคือคืนพรรคให้เขาเสียก่อน ส่วนที่แย้งว่าตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดีจบไปแล้วนั้นศาลรัฐธรรมนูญทำภายใต้กฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ดังนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อแก้กฎหมายที่ไม่ชอบธรรมก่อน 

          2. คนในพรรค ต้องคืนความเป็นธรรมแก่คนที่ไม่ได้ทำผิด แต่ต้องรับโทษ ถ้าแก้ได้แค่นี้ปัญหาหลัก ๆ จะแก้ไขได้ตามาอีกเยอะ

          เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะนำไปสู่การเสนอแก้กฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมคดียุบพรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์และเครือข่าย พธม. และกลุ่ม 40 ส.ว.ไม่ยอมอยู่ดี 

          นายชุมพล กล่าวว่านั่นแหละคือวิกฤติที่ทุกคนยืนอยู่บนจุดที่เอาเปรียบซึ่งกีนและกัน ตัวเองได้เปรียบแล้วก็ยืนอยู่บนความได้เปรียบตลอดเวลา ไม่ได้คำนึงถึงว่าบ้านเมืองจะวิกฤติแตกแยกกันขนาดไหน ขอให้ตัวเองได้ยืนอยู่บนจุดที่ได้เปรียบได้ผลประโยชน์กว่าคนอื่นเขา ตนถึงบอกว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ 7 มาตรา ตั้งเรื่องเป็นตุ๊กตาให้คณะกรรมการสมานฉันท์แล้ว แต่ไม่ยอมทำกันเอง 

          เมื่อถามว่า จะส่งสัญญาณเรียกร้องทวงสัญญากับแกนนำรัฐบาลให้หันมาแก้รัฐธรรมนูญตามที่คุยกันไว้หรือไม่ 

         นายชุมพล กล่าวว่า คนที่จะแก้วิกฤติตรงนี้ได้ ไม่ใช่คนวงการเมือง และไม่ใช่คนในวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าสมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์หรือใคร ทุกคนแก้ไม่ได้ เพราะทุกคนพยายามจะยืนอยู่บนจุดที่จะได้เปรียบจ้องประหัตประหารซึ่งกันและกัน ต้นตอมาจากวิกฤติของรัฐธรรมนูญโน่น ดังนั้นเวลานี้ต้องเป็นคนที่มีพลังพอสมควรที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดต้องลงมาแก้



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชุมพล มาแปลก เชิญม็อบแดงชุมนุมไล่รัฐบาล อัปเดตล่าสุด 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16:14:10 13,136 อ่าน
TOP
x close