HILIGHT NEWS

ไขปมปัญหา เด็กขายบริการ





ไขปมปัญหา 'เด็กขายบริการ' ฤาพื้นฐานความคิดอ่อนแอ!! (เดลินิวส์)

          "ในปัจจุบันที่เด็กหันมาขายบริการทางเพศเร็วขึ้นโดยที่อายุยังน้อย ไม่ใช่เด็กมีฐานะยากจน ที่บ้านอดอยาก หรือทำไปเพราะไม่มีทางเลือก แต่กลายเป็นเพราะว่า เธอไม่มีมือถือรุ่นใหม่ ไม่มีกระเป๋าราคาแพง ๆ ไม่มีนาฬิกายี่ห้อดัง ไม่มีรถหรูมารับ เด็กจึงกลายเป็นหญิงบริการขณะที่อายุยังน้อยในคราบของนักศึกษา ซึ่งในขณะนี้รวมถึงนักเรียนแล้ว"

          ข่าวคราวที่ลงบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือที่ได้ยินได้ฟังตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับการขายบริการทางเพศของบรรดาเด็กและเยาวชน นับวันจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ...!!
   
          ในยุคแห่งการบริโภคนิยม ที่ผู้คนต่างแสวงหาเงินทอง ให้การเคารพนับถือผู้ที่มีฐานะ แต่งตัวดี ทำให้สินค้า อุปโภคบริโภคที่ฟุ่มเฟือยไม่มีความจำเป็น ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ตลอดจนโทรศัพท์มือถือ  และเครื่องสำอาง ซึ่งต่างเป็นสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำทั้งหลายถูกนำมาตอบสนองความอยากมี อยากได้ หรือเพียงแค่อวดกันในหมู่เพื่อนฝูง เพื่อจะได้มีหน้ามีตาในสังคม โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน
   
          เด็กไทยจำนวนไม่น้อยจึงหันเหชีวิตเข้าสู่เส้นทางการค้าโลกีย์เพื่อแลกกับเงิน นำมาซื้อข้าวของตามแฟชั่นและความสะดวกสบายในรูปแบบต่าง ๆ บางคนยังเป็นนักศึกษาอยู่ ในขณะที่อีกหลายคนเป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาหรือสาวพาณิชย์ แม้กระทั่งเด็กประถมศึกษาก็เริ่มขายบริการทางเพศกันอย่างเปิดเผย จนตกเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง
   
          พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่คลุกคลีกับผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางธุรกิจเพศพาณิชย์มานานกว่า สิบปี อธิบายถึงสาเหตุของเรื่องนี้ให้ฟังว่า พูดถึงเรื่องของการขายบริการทางเพศ หรือว่าการเห็นเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องที่ง่ายลงเรื่อย ๆ ตรงนี้คือหนึ่งประเด็น ส่วนอายุของเด็กที่พบว่าน้อยลงก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน



   
          ในส่วนของความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องที่ง่ายลงเรื่อย ๆ นั้น หากพูดถึงธรรมชาติในปัจจุบันที่ปรากฏ พบว่าเด็กจะเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นวัยรุ่นเร็วขึ้น วุฒิภาวะทางร่างกายที่เร็วขึ้น ทำให้แรงดึงดูดทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กอายุยังน้อย เมื่อมีลักษณะทางเพศแสดงออกมาก็เป็นแรงดึงดูดให้มีผู้ซื้อบริการได้ และตัวเด็กเองก็เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีความรู้สึกทางเพศได้เร็วขึ้นด้วย
   
          "สิ่งแวดล้อมในสังคมปัจจุบันก็หล่อหลอมให้เด็กรู้จักสัมพันธภาพทางเพศ รู้จักการขายบริการทางเพศ ฉะนั้นการเข้าถึงข้อมูล ความพร้อมในเชิงร่างกาย เป็นเหตุจูงใจให้เด็กมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนวัยอันควร อีกมุมหนึ่งในแง่ของ ผู้ซื้อบริการ พบว่า มีค่านิยมในความสนใจเด็กที่อายุน้อยเพิ่ม  มากขึ้น เพราะเชื่อว่าเด็กที่อายุน้อยยังมีความสด ความบริสุทธิ์ แนวคิดในการพิชิตความบริสุทธิ์เด็ก หรือได้เป็นคนแรกของเด็กยังคงดำเนินต่อไป ไม่ได้ลดน้อยลงไป อีกทั้งผู้ที่มีความชื่นชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ก็ไม่ได้รับการแก้ไข"
    
          เรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศก็เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในสังคมไทย จะเห็นได้ว่าเด็กจะถูกเร้าและรู้จักเรื่องราวทางเพศได้ง่าย รวมทั้งความสนใจและอารมณ์ทางเพศก็ยังเกิดเร็วและมากขึ้นด้วย เพราะในช่วงวัยรุ่นแรงสนใจเหล่านี้มีสิ่งเชิญชวนอยู่รอบตัว กระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็หวั่นไหวแล้ว ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มีมาก
   
          ประกอบกับแรงสกัดกั้นที่เคยมีมาในอดีต แรงต้านด้านคุณธรรม จริยธรรม ความเชื่อในเรื่องคุณงามความดี ความเชื่อในเรื่องการรักนวลสงวนตัว รักในพรหมจารีของความเป็นหญิง เจือจางหายไป ความใกล้ชิด ความอบอุ่นของพ่อ แม่ ในการห้ามปรามก็น้อยลง ต้นแบบที่ดีงามของผู้ใหญ่ก็หดหายไป ในขณะที่มีข่าวอยู่เสมอว่า คนมีชื่อเสียงในสังคมก็ไม่ได้ยึดมั่นจริงจังในวิถีทางเพศแบบในอดีตแล้ว ข่าวเรื่องเตียงหัก บ้านแตก แม่เลี้ยงลูกคนเดียว ชอบกินเด็ก มีกิ๊ก เป็นเรื่องขำ ๆ เป็นเรื่องธรรมดา เด็กจึงเห็นเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา
   
          "ภาพที่ปรากฏเป็นการมองในแง่บวก บางคนที่เป็นดาราเมื่อเป็นข่าวเหล่านี้กลับดังขึ้นไปอีก หรือมีงานเข้ามามากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าต้นแบบที่ดีงามเริ่มจางหายไป เหลือแต่ต้นแบบที่ท้าทาย กล้าที่จะทำ กลายเป็นสิ่งใหม่ที่เด็กต้องการและทำตาม"



   
          ในขณะที่แรงผลักต่าง ๆ ก็ทยอยไหลบ่าเข้ามาเรื่อย ๆ อยู่ในสังคมที่มีความเชื่อ ความคิดที่ว่า ใครไม่มีแฟนเป็นเรื่องน่าอับอาย ใครไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องเฉิ่ม เชย การมีความสัมพันธ์ คือ การที่ตนเองถูกรัก รวมทั้งเรื่องของการมีข้าวของเงินทองใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย ถือเป็นหน้าเป็นตา สิ่งเหล่านี้ คือแรงที่ผลักให้เด็กไหลไปข้างหน้าเข้าสู่วงจรของเพศพาณิชย์มากขึ้น
   
          สำหรับสาเหตุในปัจจุบันที่เด็กหันมาขายบริการทางเพศเร็วขึ้นโดยที่อายุยังน้อย ไม่ใช่เด็กมีฐานะยากจน ที่บ้านอดอยาก หรือทำไปเพราะไม่มีทางเลือก แต่กลายเป็นเพราะว่า เธอไม่มีมือถือรุ่นใหม่ ไม่มีกระเป๋าราคาแพง ๆ ไม่มีนาฬิกายี่ห้อดัง ไม่มีรถหรูมารับ เด็กจึงกลายเป็นหญิงบริการขณะที่อายุยังน้อยในคราบของนักศึกษา ซึ่งในขณะนี้รวมถึงนักเรียนแล้ว
   
          ปัญหาหลัก ๆ มีอยู่ 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยในตัวเด็กกับปัจจัยภายนอก ด้านตัวเด็กจะโทษค่านิยมอย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ปัจจัยพื้นฐานในครอบครัว ต้นแบบที่ดี ๆ ที่ห่างหายไปจากจอโทรทัศน์ ปล่อยให้ต้นแบบที่ไม่ดีมาปรากฏแทนบนจอทีวี ในหน้าหนังสือพิมพ์ ให้ต้นแบบเหล่านี้มาเลี้ยงลูกแทน ความภาคภูมิใจในพ่อ แม่ที่หาเช้ากินค่ำไม่มีอีก แล้ว แต่กลับกลายมาปลาบปลื้มในตัวบุคคลที่เป็นไฮโซ แต่งตัวหรูหรา แล้วก็มีข่าวอื้อฉาว นำมาเป็นต้นแบบ รวมทั้งความกดดันในเรื่องของการแข่งขันทางด้านวัตถุ
   
          ตลอดจนสภาพการศึกษาที่ให้ทางเลือกกับเด็กได้ไม่มาก เด็กบ้านเรากว่าที่เขาจะรู้ว่า ถึงแม้จะเรียนไม่เก่งแต่ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เขาก็เลือกเดินเส้นทางอื่นที่ผิด ๆ ไปแล้ว ฉะนั้น การศึกษาที่ดี เด็กควรจะมีความภาคภูมิใจในตนเองได้จากคุณสมบัติพื้นฐานที่ต่อยอดให้กับเด็กได้ เช่น เด็กบางคนเล่นกีฬาเก่ง แต่ไม่ได้เก่งขนาดติดทีมชาติ หรือเป็นนักกีฬาทีมชาติ แต่เขาต้องเห็นหนทางในชีวิต โดยมีพื้นที่ในโรงเรียนให้กับเด็ก
   
          "ในเรื่องที่เด็กมีความคิดว่าไม่ต้องลงทุนแต่ได้ค่าตอบแทนสูง เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เด็กทุกวันนี้มีภูมิคุ้มกันต่อความลำบากไม่สูง ไม่ค่อยมีความพยายาม ไม่อยากเจอกับความล้มเหลวใด ๆ ใจเร็ว ด่วนได้ รักสบาย ชอบของที่ได้มาง่าย ๆ ทำงานที่ง่าย ๆ แต่ได้ค่าตอบแทนมาก รวมทั้งคิดไกล ๆ ไม่เป็น เด็กจะลืมนึกไปว่า เมื่อถึงวันหนึ่งที่เขามีชีวิตครอบครัว เขาจะอยู่อย่างไรกับอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้"
   
          จึงอยากให้เด็กยุคนี้ รู้จักคิดให้ไกล รู้จักเผชิญกับความลำบากและอดทนฝ่าฟันให้เป็น เพราะเบื้องหลังจากการเสร็จสิ้นความลำบากไปแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสวยงามมากกว่าสิ่งที่ได้มาอย่างฉาบฉวย มองเห็นเป้าหมายของความลำบากและชื่นชมความสำเร็จให้เป็น
   
          รวมทั้ง รู้จักที่จะรอคอย มองไปไกล ๆ ให้ได้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเข้าใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรแบบนี้ การลงทุนด้วยวิธีการแบบนี้ อาจจะไม่ได้ลงทุนด้วยรูปธรรมของเงินทอง แต่เป็นการลงทุนเชิงนามธรรมและการสูญเสียในเชิงนามธรรมนี้ คนในช่วงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นอาจจะยังไม่ตระหนักถึง แต่เมื่อเขาเติบโตไปกว่านั้นแล้ว หลายคนที่อยู่ในวิถีนี้ อายุ 30 ปีขึ้นไปจะเริ่มเศร้า เริ่มมองเห็นความล้มเหลวของชีวิต ถึงแม้จะหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนม มีเสื้อผ้าดี ๆ สวมใส่ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเป็นแค่เปลือกที่ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น จะเหลือแต่แก่นที่แหว่งวิ่น เต็มไปด้วยบาดแผล บางคนเยียวยาทั้งชีวิตก็ไม่หาย
   
          หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ มีโอกาสสื่อให้เด็กและเยาวชน รวมทั้ง คนในสังคม โดยสะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ ความเจ็บปวด หรือผลกรรมที่เกิดขึ้นในระยะยาว จากคนที่เข้าใจผิด เดินทางผิดเข้าสู่เส้นทางนี้ได้ จะเป็นการช่วยชะลอหรือเตือนใจเด็กได้ในระดับหนึ่ง
   
          พญ.อัมพร กล่าวทิ้งท้ายว่า "เรื่องเพศเป็นเรื่องสวยงามที่ทำให้มนุษยชาติดำรงต่อไป ฉะนั้นเรื่องสวยงามอย่างนี้ ควรอยู่กับสิ่งดี ๆ เช่น ความมั่นคงทางอารมณ์ ความรัก ความผูกพันที่ลึกซึ้ง การมีสติ มีวิจารณญาณที่ดี เมื่อไรก็ตามที่เรื่องดี ๆ มา อยู่ด้วยกันมักจะเกิดเรื่องดี ๆ ตามมาด้วยเสมอ
   
          แต่ถ้าปล่อยให้เรื่องเพศกลายเป็นเพียงอารมณ์สนุกอย่างฉาบฉวย หรือเป็นเครื่องแสวงหาข้าวของเงินทองเป็นครั้งคราว เท่ากับว่ากำลังทำร้ายสิ่งดี ๆ ไปพร้อมกันมากมาย บางครั้งยังเป็นการตัดโอกาสที่จะได้รับสิ่งดี ๆ ที่เหลือเหล่านั้นอีกด้วย" 
   
          จงพอใจในสิ่งที่มี จงพอใจในสิ่งที่เป็น แล้วชีวิตจะมีความสุข


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


เรื่องอื่นๆ
  1. กองทุนฟื้นฟูฯ ร้องศาล ห้ามพจมานโอนขายที่ดินรัชดาฯ
  2. หนุ่ม-เข็ม ลืมบาดหมางรับงานพิธีกรคู่
  3. ลูกเจอพ่อจากกัน 20 ปี เจอหน้ากอดกันกลม
  4. เปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์ พิธีกรหน้าใส มากความสามารถ
  5. พั้นช์ ภูมิใจ 4 โปรดิวเซอร์ รวมสร้างอัลบั้ม ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
  6. ชาวบ้านผวา! ปลาจระเข้ ไล่กัดคน-ปลาเล็กตายเกลื่อน
  7. ยันไม่ได้โม้ อาม่าฮัลโหลทุ่ม 5 ล้านขออุ้มหลินปิง
  8. ให้สิทธิ ม.6 ปี 49-50 ใช้โอเน็ต 5 กลุ่มสาระ
  9. นักข่าว ตั้งฉายา มาร์ค งึก ๆ งัก ๆ
  10. ถกด่วน เตือนภัย 2 เขื่อนกาญจน์ ปล่อยน้ำผลิตไฟ

เรื่องน่าสนใจ