









ขึ้นบัญชีดำ แกนนำท้องถิ่น ร่วมม็อบ 10 ธ.ค.
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
การนัดชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาล ที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 10 ธันวาคม กำลังเป็นบททดสอบสำคัญบทแรกหลัง คมช.เข้าปฏิรูปการปกครองเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนทั้ง คมช.และรัฐบาลอาจจะทำบททดสอบนี้ไม่ดีนัก เมื่อความพยายามขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์กลุ่มคลื่นใต้น้ำกลับมีชื่อกลุ่มประชาชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ติดเข้าไปด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชนาพัทธ์ ณ นคร แกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กปป.) กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากคนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง ส.อบจ. ส.ท. และ ส.อบต.หลายจังหวัดทางภาคเหนือว่า ถูกฝ่าย คมช.ขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็คลิสต์ไปแล้วหลายคน เพื่อขัดขวางการชุมนุม โดยใช้รูปแบบทั้งการข่มขู่ ขอร้องแกมบังคับ ถ้าหากไม่หยุดจะโดนแบล็คลิสต์ แต่บรรดา ส.อบจ. ส.ท. และ ส.อบต.ต่างไม่ยอมหยุดการเข้าร่วมชุมนุม
พร้อมกันนี้ตนยังทราบมาว่า ทหารจะสกัดกั้นผู้ที่มาร่วมชุมนุม โดยเราจะปรับแผนให้เดินทางมาโดยรถโดยสารรถ บขส. รถไฟ หรือเครื่องบิน อย่านำรถบัส หรือรถตู้มา เพราะจะถูกบล็อก
"ผมขอท้า คมช.ว่า หากกล้าสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนมาแสดงออกตามสิทธิประชาธิปไตยก็ให้ลองทำได้เลย แล้วรอดูว่าจะห้ามประชาชนได้อย่างไร เพราะนี้ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ตามกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงตอนนี้ เรายังไม่ได้เปลี่ยนแผน การชุมนุมที่กรุงเทพฯ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน" นายชนาพัทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า ไม่เพียงแต่กลุ่มที่เตรียมจะมาเคลื่อนไหวในวันที่ 10 ธันวาคมเท่านั้น ในพื้นที่ภาคเหนือ คมช.ยังสั่งการให้ขึ้นแบล็คลิสต์แกนนำกลุ่มประชาชนแทบทุกกลุ่ม ไม่เว้นแม้แต่เอ็นจีโอที่ทำงานด้านการพัฒนาต่างๆ จนสร้างความอึดอัดให้คนเหล่านั้น
โดย นายสุริยัน ทองหนูเอียด แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือ ยอมรับว่า มีคนในกองทัพมาเตือนว่า ตนเป็นหนึ่งในบัญชีดำของ คมช.ด้วย ทำให้รู้สึกไม่เข้าใจว่า คมช.ต้องการอะไรกันแน่ คมช.อย่าห่วงอำนาจมากเกินไป จนมองคนอื่นเป็นศัตรูไปหมด ตนกลัวว่า คมช.จะบริหารประเทศภายใต้ข่าวลือ จนตีขลุมว่าทุกกลุ่มเป็นคลื่นใต้น้ำไปหมด เพราะจะทำให้สังคมสับสนหรือมององค์กรประชาชนที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกลายเป็นขบวนการป่วนสังคมเหมือนกันหมด
ส่วนการชุมนุมในวันที่ 10 ธันวาคมนั้น ตนคิดว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมมากถึง 3 หมื่นคนอย่างที่นายชนาพัทธ์อ้าง เพราะตัวผู้นำไม่เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนได้ และมั่นใจว่า นักการเมืองพรรคไทยรักไทย ก็ไม่กล้าขนคนออกมา ทั้งนายเนวิน ชิดชอบ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายยงยุทธ ติยะไพรัช ล้วนแต่มีแผลด้วยกัน ถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับฆ่าตัวเอง









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|