



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ตำรวจมึน! ตรวจวงจรปิด 9 จุด ซ.รางน้ำ ไม่พบต้องสงสัยวางบึ้ม สั่งเร่งหาพยาน-หลักฐานเพิ่ม เผยเหยื่อระเบิดอาการยังสาหัส
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยความคืบหน้า คดีวางระเบิดในซอยรางน้ำ กทม. ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้ง 9 จุด ที่อยู่บริเวณดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยแต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางสัญจรที่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงอาจต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงแล้ว รวมถึงติดตามพยานแวดล้อม และประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุมาสอบสวนด้วย
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของผู้ประสบเหตุที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าผู้บาดเจ็บอาการยังสาหัส เพราะถูกสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในลำตัว ใบหน้า และดวงตา แพทย์ต้องผ่าตัดตาขางซ้ายอีกครั้ง และเสี่ยงที่จะสูญเสียตาข้างซ้ายไป ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าผู้บาดเจ็บเป็นใคร ชื่ออะไร ทราบเพียงว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปีเท่านั้น เนื่องจากไม่มีหลักฐานตามตัวว่าเป็นผู้ใด จึงได้ให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบหาญาติของผู้บาดเจ็บแล้ว
สำหรับ เหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืน วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณข้างธนาคารกสิกรไทย ใน ซ.รางน้ำ ใกล้กับห้างสรรพสินค้า คิง เพาเวอร์ โดยมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ มีรถตู้จอดอยู่บริเวณด้านหน้าที่ 1 คัน และมีรถซาเล้ง หรือรถรับซื้อของเก่า จอดอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุด้วย โดยสภาพรถยังอยู่ในสภาพปกติ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า สวมเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่ง ใส่กางเกงเล สีชมพูออกแดง นอนหงายครวญครางอยู่ด้านหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีรถตู้ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮต 7693 กทม. ซึ่งเป็นรถตู้วิ่งวินระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ลพบุรี จอดอยู่ใกล้กัน อีกทั้งยังพบรถซาเล้งจอดอยู่ด้วย
เบื้องต้นทราบว่า เป็นของชายที่ได้รับบาดเจ็บที่มีอาชีพเก็บของเก่า โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อน ระหว่างนั้น คนเจ็บได้พยายามลุกขึ้นใน สภาพศีรษะเต็มไปเลือด ที่ใบหน้าที่เลือดออก แขนขาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นประมาณ 20 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยจึงเข้าไปอุ้มและช่วยเหลือชายคนดังกล่าว นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี อย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น เหตุคนร้ายลอบนำระเบิดชนิดขว้างไปซุกไว้ในถังขยะในซอยรางน้ำ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า คิง เพาเวอร์ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่าน จนเป็นเหตุให้ คนเก็บขยะที่อยู่ระหว่างการรื้อค้นขยะดังกล่าว ถูกแรงระเบิดอัดเข้าตามร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนั้น ล่าสุด หลังพลตำรวจโทสัญฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้เน้นย่ำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน เร่งตรวจสอบกล้องวงปิดในที่เกิดเหตุเพื่อติดตาหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวแล้ว
โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน พบเป็นระเบิดชนิดขว้างจากจีน ซึ่งคนร้ายนำมาถอดสลักออก แล้วใช้ยางรัดที่กระเดื่อง ก่อนนำน้ำมันมาราด เพื่อหน่วงเวลาในการระเบิด แล้วจึงมาวางไว้ในถุงดำ ก่อนที่จะมีผู้เคราะห์ร้ายมาเจอแล้วได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
สำหรับ เหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืน วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณข้างธนาคารกสิกรไทย ใน ซ.รางน้ำ ใกล้กับห้างสรรพสินค้า คิง เพาเวอร์ โดยมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ มีรถตู้จอดอยู่บริเวณด้านหน้าที่ 1 คัน และมีรถซาเล้ง หรือรถรับซื้อของเก่า จอดอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุด้วย โดยสภาพรถยังอยู่ในสภาพปกติ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า สวมเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่ง ใส่กางเกงเล สีชมพูออกแดง นอนหงายครวญครางอยู่ด้านหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีรถตู้ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮต 7693 กทม. ซึ่งเป็นรถตู้วิ่งวินระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ลพบุรี จอดอยู่ใกล้กัน อีกทั้งยังพบรถซาเล้งจอดอยู่ด้วย
เบื้องต้นทราบว่า เป็นของชายที่ได้รับบาดเจ็บที่มีอาชีพเก็บของเก่า โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อน ระหว่างนั้น คนเจ็บได้พยายามลุกขึ้นใน สภาพศีรษะเต็มไปเลือด ที่ใบหน้าที่เลือดออก แขนขาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นประมาณ 20 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยจึงเข้าไปอุ้มและช่วยเหลือชายคนดังกล่าว นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี อย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น เหตุคนร้ายลอบนำระเบิดชนิดขว้างไปซุกไว้ในถังขยะในซอยรางน้ำ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า คิง เพาเวอร์ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่าน จนเป็นเหตุให้ คนเก็บขยะที่อยู่ระหว่างการรื้อค้นขยะดังกล่าว ถูกแรงระเบิดอัดเข้าตามร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนั้น ล่าสุด หลังพลตำรวจโทสัญฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้เน้นย่ำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน เร่งตรวจสอบกล้องวงปิดในที่เกิดเหตุเพื่อติดตาหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวแล้ว
โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน พบเป็นระเบิดชนิดขว้างจากจีน ซึ่งคนร้ายนำมาถอดสลักออก แล้วใช้ยางรัดที่กระเดื่อง ก่อนนำน้ำมันมาราด เพื่อหน่วงเวลาในการระเบิด แล้วจึงมาวางไว้ในถุงดำ ก่อนที่จะมีผู้เคราะห์ร้ายมาเจอแล้วได้รับบาดเจ็บดังกล่าว






