












มติเอกฉันท์ ดัน จุฬา ทักษิณ - พระนครเหนือ ออกนอกระบบ
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
วานนี้ (7 ธ.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 3 ฉบับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยทักษิณ และร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยที่ประชุมได้พิจารณารวมไปพร้อมกันทั้ง 3 ฉบับ
โดย นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเสนอหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ว่า มีสาระสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการอยู่ในกำกับของรัฐหรือออกนอกระบบ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ แต่ขณะนี้มีการตีความหรือเข้าใจกันผิดและยืนยันว่าไม่ใช่การแปรรูป แต่เป็นการเปลี่ยนสถานะจากมหาวิทยาลัยของรัฐมาเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และรัฐยังให้การสนับสนุนด้านงบประมาณอยู่
ส่วนกรณีที่เกรงว่า จะมีการขึ้นค่าการศึกษาเมื่อไปอยู่นอกระบบนั้น จากการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐทั้ง 6 แห่งที่ผ่านมา ไม่มีปัญหานี้ และการจะขึ้นค่าเรียนหรือค่าการศึกษานั้นไม่ใช่มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนด แต่เป็นสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนด มหาวิทยาลัยของรัฐจะได้เงินจากค่าการศึกษาที่ผู้เรียน ต้องจ่ายเพียงร้อยละ 30 ส่วนอีกร้อยละ 70 นั้นเป็นเงินที่รัฐบาลอุดหนุนให้ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ผู้เรียนสามารถขอกู้ยืมได้ทั้งค่าเรียนและค่าดำรงชีพ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้รวบรัด เร่งรัด และต้องฟังความยินยอมพร้อมใจของมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอภิปราย ในที่สุดที่ประชุมได้แยกลงมติ โดยลงมติเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ด้วยคะแนนเสียง 101 เสียง 100 เสียง และ 105 เสียง ตามลำดับ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา 25 คน กำหนดการแปรญัตติภายใน 7 วัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง- นิสิตจุฬาฯ ขู่หยุดเรียน ค้านออกนอกระบบ
ข้อมูลจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|